กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าในห้องทำงานใต้ถุนตึกแถวเก่าแก่ย่านตลาดน้อย ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบที่คั่นกลางระหว่างโต๊ะไม้สักตัวสั่นระริก กลับทำหน้าที่เหมือนใบมีดที่ค่อยๆ เฉือนความอดทนของคนฟังทีละนิด
"คุณกำลังเล่นเกมที่ตัวเองไม่รู้กติกาด้วยซ้ำ ริน"
ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะมองตรงไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวยาวของเขาเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกปิดตาย
รินไม่สะทกสะท้าน เธอไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติกราคาถูก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของนักข่าวสาวจ้องมองสถาปนิกหนุ่มราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของเหยื่อ
"เกมที่ฉันเล่น มันชื่อว่าความจริง คุณธันวา... บางทีสิ่งที่คุณกลัว อาจไม่ใช่การที่ความจริงปรากฏ แต่เป็นการที่คุณกลัวว่าตัวเองจะไม่มีที่ยืนต่างหาก" เธอกตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เขายื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสความขมขื่นที่คุ้นเคย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยเสียงกระทบเบาๆ
"ความยุติธรรมที่คุณดิ้นรนไขว่คว้า มันกินได้ไหม ริน? หรือมันเป็นแค่เครื่องมือบำบัดความรู้สึกผิดในใจคุณ ที่ปล่อยให้เรื่องในอดีตมันหลุดมือไป" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบดุจนักล่าจ้องทะลุผ่านดวงตาของเธอ "คุณคิดว่าการที่คุณได้เอกสารชุดนั้นมาจากโครงการเดอะแกรนด์เรสซิเดนซ์ มันคือชัยชนะงั้นหรือ? คุณกำลังเดินเข้าไปในถ้ำเสือโดยเอาเศษเนื้อชิ้นเล็กๆ ไปล่อมันต่างหาก"
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินเลือนหายไปทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่า ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้กำลังขู่เธอเล่นๆ
"คุณหมายความว่ายังไง" เธอถาม น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"หมายความว่า คนที่คุณพยายามขุดคุ้ย เขาไม่ได้เป็นแค่นักธุรกิจสีเทาที่มีอิทธิพลในวงการก่อสร้างอย่างที่คุณเข้าใจ" ธันวาเปิดแฟ้มเอกสารในมือออก เผยให้เห็นภาพถ่ายขาวดำและผังโครงสร้างตึกที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดง "เอกสารที่คุณได้มา... มันเป็นเอกสารลวง ริน"
รินเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอรีบเอื้อมมือจะคว้าแฟ้มนั้น แต่ธันวาไวกว่า เขาดึงมันกลับมาพับปิดไว้ดังเดิม
"ทำไม... คุณรู้ได้ยังไงว่ามันคือของปลอม?" น้ำเสียงของเธอเริ่มมีความตระหนกเจือปน
"เพราะผมเป็นคนออกแบบฐานรากของตึกนั้น และผมก็เป็นคนเซ็นชื่ออนุมัติ 'ความผิดพลาด' ที่พวกมันจงใจซ่อนไว้" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงดินฟ้าอากาศ แต่เนื้อหาในคำพูดกลับหนักหน่วงราภูเขาไฟใต้
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยเฉื่อยสลับกับเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนด้านนอก รินนิ่งอึ้ง สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของสถาปนิกหนุ่ม ความหวังที่จะใช้หลักฐานนี้พลิกเกมพังทลายลงในพริบตา
"ถ้ามันเป็นของปลอม... แล้วของจริงอยู่ที่ไหน?" รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
ธันวาถอนหายใจยาวนาน สายตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่ฝุ่นเกาะหนา ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"คำถามคือ คุณกล้าพอที่จะแลกมันด้วยลมหายใจของคุณเองหรือเปล่า... เพราะตอนนี้ คนพวกนั้นไม่ได้ตามหาแค่เอกสารแล้ว แต่พวกมันกำลังตามหา 'คน' ที่ถือเอกสารชุดนี้ ซึ่งก็คือคุณ"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังร้านแตกละเอียดพร้อมกับเศษปูนที่ร่วงกราวลงมากระแทกพื้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางบันไดหนีไฟด้านหลังตึกอย่างเร่งรีบ รินสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีด้วยความตกใจ ธันวาไม่รอช้า เขากระชากแขนเธอให้หลบลงไปหมอบใต้โต๊ะทำงานไม้สักพร้อมกับคว้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้น "ปุ" ทะลุกระจกเข้ามาฝังอยู่บนผนังไม้ด้านหลังหัวพวกเขาอย่างเฉียดฉิว ขณะที่เงาร่างของชายชุดดำสามคนพังประตูบานเกล็ดเข้ามาในห้อง ท่ามกลางความมืดและฝุ่นควัน ธันวากดรับสายปลายทางที่โทรเข้ามาอัตโนมัติ พร้อมกับกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันใส่หูรินที่ตัวสั่นเทาอยู่ข้างกาย "เงียบ... และอย่าส่งเสียง ไม่งั้นเราตายคู่ที่นี่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางสีเทาไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 15
กลิ่นอายความเสี่ยง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!