"ช้าก่อนครับ..."
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากชายฉกรรจ์คนที่อยู่ด้านหลังสุด เขาดึงหน้ากากอนามัยลงเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ธันวาไม่มีวันลืม "ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของแผนการ... ธันวา... นายคิดจริงๆ หรือว่าคนที่คุมเกมทั้งหมดตั้งแต่วันแรก... จะเป็นแค่นายทุนกระจอกๆ คนนั้น?"
ความเงียบงันแผ่ขยายเข้าปกคลุมพื้นที่ดาดฟ้าตึกร้างย่านใจกลางเมือง ลมหนาวปลายเดือนพัดกรรโชกจนชายเสื้อสูทของธันวาโบกสะบัด สถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดตามองร่างที่ก้าวออกมาจากเงาดำ ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น—พงศกร อดีตหุ้นส่วนผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน คนที่ธันวาเคยเชื่อสนิทใจว่าจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของความโลภและถูกกลืนกินโดยระบบสีเทาที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมากับมือ
"นายไม่เคยตาย... พงศกร" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังทักทายเพื่อนเก่าที่ร้านกาแฟข้างตึก ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับคนที่กำลังจ่อปลายกระบอกปืนเข้าใส่ "และการที่นายลงทุนจัดฉากทั้งหมดนี้ขึ้นมา เพื่อจะบอกว่านายคือคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการฟอกเงินชิ้นโบว์แดง... มันคงไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ธรรมดาแน่"
ริน ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ลอบมองหน้าทั้งสองสลับกันอย่างใช้ความคิด นิ้วเรียวของเธอใต้แจ็กเก็ตหนังกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ นักข่าวสาวไม่เคยเชื่อในเรื่องบังเอิญ และเธอก็รู้ดีว่าการปรากฏตัวของพงศกรในค่ำคืนนี้ คือเครื่องยืนยันว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่เธอกลั้นใจแลกมาด้วยการงานทั้งหมด เป็นเพียงเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ในเกมที่ใหญ่กว่านี้หลายเท่า
"ธุรกิจเหรอ? ธันวา นายยังมองโลกแคบเหมือนเดิมนะเพื่อนรัก" พงศกรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าวของกาลเวลา เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายโฆษณาตึกฝั่งตรงข้าม เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่กกหูลงมาถึงคอ "เงินเป็นแค่เศษกระดาษที่พวกเราใช้ซื้อเวลา... แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ คือการรื้อโครงสร้างเน่าเฟะทั้งหมดนี้ต่างหาก และนาย... สถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ ก็คือเสาเข็มต้นสุดท้ายที่ฉันต้องตอกลงไปให้จมดิน"
บรรยากาศบนดาดฟ้าตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ เสียงรถราบนท้องถนนเบื้องล่างดังอื้ออึงราวกับอยู่คนละโลก ระหว่างคนสองคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการออกแบบและก่อสร้าง ก่อนที่วิถีทางจะแยกออกจากกันด้วยเส้นกั้นบางๆ ระหว่างผลประโยชน์กับอุดมการณ์
ธันวาปรายตามองรินแวบหนึ่ง สายตาของเขาส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่นักข่าวสาวผู้ชาญฉลาดอ่านออกทันที—*ถอยไป และหาทางหนีซะ*
"นายคิดว่าการทำลายตึกสักหลัง หรือเปิดโปงชื่อคนใหญ่คนโตไม่กี่คน จะทำให้สังคมนี้สะอาดขึ้นอย่างนั้นหรือพงศกร?" ธันวาแค่นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาของอดีตสหาย "นายก็แค่เปลี่ยนมือคนถืออำนาจ แล้วเอาความชอบธรรมปลอมๆ มาสวมหัวให้ตัวเอง นายไม่ได้ต่างอะไรจากพวกมัน... ไอ้พวกที่เหยียบหัวคนอื่นเพื่อปีนขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด"
"ปากกล้าดีนี่ธันวา!" พงศกรชักปืนพกสั้นขึ้นมาเล็งตรงไปยังอกเสื้อของธันวาอย่างไม่ลังเล รัศมีอำนาจและความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนลูกน้องที่เหลือถอยกรูด "นายคิดว่านายบริสุทธิ์นักหรือไง? โครงการคอมเพล็กซ์ริมน้ำที่นายกำลังเซ็นอนุมัติอยู่ตอนนี้... นายคิดว่าใครเป็นเจ้าของทุนที่แท้จริง? นายกำลังสร้างอนุสาวรีย์ให้กับความโลภของตัวเองโดยเอาชื่อเสียงสถาปนิกมือรางวัลมาบังหน้า!"
รินสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกร้อนรุ่มด้วยสัญชาตญาณนักข่าวที่ร่ำร้องอยากจดบันทึกทุกถ้อยคำ แต่เธอกลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ สายตาสอดส่องมองหาทางหนีทีไล่รอบตัว กำแพงปูนเปลือยด้านหลังมีท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่ทอดตัวลงไปสู่ชั้นจอดรถด้านล่าง หากขยับตัวตอนนี้ เธออาจจะรอด แต่ธันวา... เขาจะกลายเป็นเป้านิ่ง
"ฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่" ธันวากล่าวตอบ น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด แม้ปากกระบอกปืนจะห่างจากหัวใจเขาไม่ถึงสามเมตร "และเพราะฉันรู้... ฉันถึงได้ยอมเดินเข้ามารับเกมนี้ด้วยตัวเอง นายคิดว่าฉันไม่รู้หรอกหรือว่าแฟลชไดรฟ์ที่รินได้มา มันถูกส่งต่อมาจากมือใคร?"
พงศกรชะงักไปชั่วขณะ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "แกหมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... ข้อมูลทั้งหมดที่นายจงใจทิ้งไว้ให้นักข่าวไร้สังกัดคนนี้ขุดคุ้ย มันง่ายเกินไป พงศกร" ธันวาก้าวเท้าเข้าไปหาปลายกระบอกปืนอีกหนึ่งก้าว จนเนื้อผ้าสูทเกือบจะสัมผัสกับปากลำกล้อง "นายไม่ได้อยากซ่อนความลับ นายแค่อยากให้มีคนช่วยเปิดโปงมัน... เพื่อที่นายจะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการล้างบางกลุ่มทุนเก่า แล้วขึ้นมานั่งแท่นผู้มีอิทธิพลตัวจริงเสียงจริงแทนที่พวกมันใช่ไหม?"
ความจริงถูกกระชากออกมากลางอากาศด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีด พงศกรหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจะกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง
"ฉลาดสมกับที่เป็นธันวา... น่าเสียดายจริงๆ ที่เราไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันตั้งแต่แรก" พงศกรผ่อนนิ้วลงบนไกปืนเล็กน้อย "ในเมื่อแกรู้อย่างนี้แล้ว นายคิดว่าฉันจะปล่อยให้แกเดินลงไปจากตึกนี้ทั้งเป็นอย่างนั้นหรือ?"
"ถ้าคุณยิงเขา... ข้อมูลชุดสุดท้ายก็จะถูกส่งไปยังสำนักข่าวต่างประเทศโดยอัตโนมัติภายในสามวินาที"
เสียงหวานกังสดาลแต่เฉียบขาดดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด รินก้าวออกมาจากมุมมืด หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือสว่างวาบด้วยแถบสถานะการอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ที่ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงไปยังพงศกรอย่างไม่เกรงกลัว "คุณคิดว่าคุณฉลาดที่สุดในเกมนี้คนเดียวหรือไงคะ พงศกร? นักข่าวไร้สังกัดอย่างฉัน ไม่เคยพึ่งพาแค่แฟลชไดรฟ์อันเดียวหรอกค่ะ"
พงศกรหันขวับไปมองริน ดวงตาสองดวงวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากำลังจะหันปากกระบอกปืนไปทางหญิงสาว แต่ธันวากลับไวกว่า สถาปนิกหนุ่มพุ่งเข้าชาร์จข้อมือของพงศกรสุดแรง แรงกระแทกทำให้กระบอกปืนลั่นไกขึ้นฟ้า เสียงสนั่นหูสะท้อนก้องตึกร้าง ท่ามกลางความชุลมุน ลูกน้องอีกสองคนกรูเข้ามาหมายจะช่วยเจ้านาย
"หนีไปริน!" ธันวาตะโกนลั่นขณะยื้อยุดฉุดกระชากกับพงศกรที่พยายามเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดด้ามปืนลงที่ศีรษะเขา
รินกัดฟันกรอด เธอไม่อาจทิ้งเขาไว้ข้างหลังได้ แต่วินาทีนั้นเอง แสงไฟแฟลชรถตำรวจหลายคันก็สาดส่องขึ้นมาบนดาดฟ้า พร้อมกับเสียงไซเรนที่ดังสนั่นหูจากเบื้องล่าง แผนการของใครบางคนซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ จนไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้ล่าและใครคือเหยื่อตัวจริง
พงศกรสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของธันวาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น "ฝากไว้ก่อนเถอะ... ธันวา!" เขาสบถก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในประตูปิดตายหนีลงบันไดหนีไฟ ทิ้งให้ธันวาหอบหายใจโยนตัวพิงกำแพงปูน รินรีบวิ่งเข้าไปประคองแขนเขาด้วยความกังวล
"คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" รินถาม น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
ธันวาปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ เขายกยิ้มมุมปากทั้งที่เนื้อตัวสะินเล็กน้อยจากการปะทะ ก่อนจะสายหัวเบาๆ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องบันไดหนีไฟที่พงศกรเพิ่งวิ่งหายไป
"เรายังไม่ชนะหรอกริน..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจสะดุดเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตนเองที่สั่นเตือนขึ้นมา ข้อความสั้นๆ ปรากฏบนหน้าจอจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ข้อความนั้นทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงักง้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
*'ขอบคุณที่ช่วยเปิดทางให้ฉันขึ้นมาแทนที่มันนะ... ธันวา... น้องชาย'*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางสีเทานี้ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 24
สนทนาใต้แสงดาว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!