สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 23

ความหวังที่ริบหรี่

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันบุหรี่จางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของห้องเครื่องเรือนเก่าริมคลองร้าง นอกเขตเมืองหลวงที่แสงนีออนสาดส่องไปไม่ถึง เสียงเครื่องยนต์ดีเซลเรือหางยาวที่แล่นผ่านไปไกลลิบสะเทือนผืนน้ำจนเกิดระลอกคลื่นกระทบเสาไม้ผุๆ เป็นจังหวะหน่วงหนريในอก ปืนสั้นพกซ่อนขนาด 9 มม. ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของธันวายังคงอุ่นเฉื่อยด้วยอุณหภูมิร่างกาย เขายังจำรสชาติของความตายที่เฉียดผ่านปลายจมูกในห้องใต้ดินคืนนั้นได้ดี เสียงกระสุนนัดสุดท้ายที่เจาะทะลุบานกระจกยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เช่นเดียวกับรอยยิ้มเย้ยหยันของนายทุนผู้ทรงอิทธิพลที่ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้บาดลึก “ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์สุดท้ายของค่ำคืนนี้ครับ... หวังว่าคุณจะเตรียมคำอธิบายที่ดีพอสำหรับโลกหลังความตาย” ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดผ่านไรฟัน สายตาทอดมองไปยังร่างของรินที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหนังเทียมขาดวิ่นในมุมมืดของบ้านพักตากอากาศร้าง นักข่าวสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร บัดนี้เหลือเพียงเงาของความเหนื่อยล้า ไหล่บางที่เคยตั้งตรงอย่างหยิ่งทะนงกำลังไหวริกตามแรงสะอื้นที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ เลือดกำเดาแห้งกรังข้างมุมปากและรอยฟกช้ำที่โหนกแก้มคือเครื่องยืนยันว่า โลกความจริงที่เธอพยายามวิ่งไล่ล่ามันช่างโหดร้ายและพร้อมจะบดขยี้คนตัวเล็กๆ ให้แหลกคาเท้าได้ทุกเมื่อ "คุณควรล้างแผลเสียหน่อยนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน เขาเดินถือแก้วสังกะสีใส่น้ำประปาขุ่นคุ่และผ้าสะอาดเก่าๆ เข้ามาใกล้ รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมปลาบแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ในความเปราะบางนั้นยังคงมีความดื้อรั้นฉายชัดอยู่ลึกๆ เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส แม้แรงจะแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม "เก็บความห่วงใยของคุณไว้ใช้ตอนที่เราหาทางออกจากที่นี่ไม่ได้ดีกว่าค่ะ... เอ๊ย... ดีกว่าครับ" รินหลุดปากแก้ไขสรรพนามและน้ำเสียงประชดประชัน แม้แต่ในยามนี้ เธอก็ยังไม่ยอมลดทอนความเข้มแข็งปลอมๆ ของตัวเองลงเลย ธันวาเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบາอย่างนึกขันในความพยายามของเธอ "คุณยังปากแข็งได้ขนาดนี้ แสดงว่ากระสุนนัดนั้นคงยังไม่เฉียดใกล้หัวใจคุณสินะครับ... หรือบางที ความกลัวมันอาจจะทำให้สติสัมปชัญญะของคุณกระเจิงไปหมดแล้ว" "ฉันไม่ได้กลัวตาย" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคม "ฉันแค่... เสียดาย ถ้าเราตายที่นี่ ข้อมูลทั้งหมดในแฟลชไดรฟ์นั้นจะกลายเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง และพวกมันก็จะลอยนวลต่อไปในฐานะผู้สร้างเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์... คุณทนได้หรือคะ... อึก... คุณทนได้หรือครับ กับการเป็นสถาปนิกที่ออกแบบตึกสูงเสียดฟ้า บนซากศพและความอยุติธรรมที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ฐานราก" คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ภาพร่างแปลนอาคารสีเทาในอดีตผุดขึ้นมาในหัว ซากตึกที่ถล่มลงมาคร่าชีวิตคนงานอย่างไร้ความปรานีเพื่อแลกกับผลกำไรมหาศาลและความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทุกอย่างถูกกลบฝังด้วยเงินตราและอำนาจ เขาเคยคิดว่าตัวเองด้านชาต่อความรู้สึกผิดไปแล้ว จนกระทั่งได้มาพบกับผู้หญิงคนนี้—ผู้หญิงที่เอาอุดมการณ์เข้าแลกกับลมหายใจ โดยไม่สนว่าโลกจะมองเธออย่างไร "โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรมหรอกครับ ริน" ธันวาพูดเสียงเรียบ นั่งลงยองๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ แววตาของสถาปนิกหนุ่มลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น "มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความอยู่รอดต่างหาก ผมเลือกที่จะเป็นฝ่ายชนะและมีชีวิตรอด... ส่วนคุณ เลือกที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่ตายอย่างสง่างาม... แต่เชื่อเถอะว่า ผลลัพธ์มันก็แค่ศพที่ไร้ชื่อเหมือนกัน" "แต่เราไม่ได้ตาย... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้" รินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาทั้งคู่สะท้อนเงาของกัน and กันในความสลัว เคมีประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง—ความดึงดูดระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วของศีลธรรม แต่อยู่บนเรือลำเดียวกันในพายุลูกใหญ่ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่แตก ธันวานั่งลงข้างๆ เธอ ระยะห่างระหว่างไหล่ทั้งสองคนชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความสั่นเทาจากร่างของอีกฝ่าย ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย กำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความเหนื่อยล้าทำให้รินเอนศีรษะลงมาซบกับลาดไหล่กว้างของธันวาโดยไม่รู้ตัว สถาปนิกหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขยับหนี เขากลับทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธอเงียบๆ เป็นครั้งแรกที่ความเยือกเย็นของธันวาถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นอันเปราะบาง "ถ้าเราออกไปจากที่นี่ได้... คุณจะทำอะไรเป็นอย่างแรกครับ?" ธันวาเอמהพึมพำเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง "ฉันจะเขียนข่าวหน้าหนึ่ง... แฉความเน่าเฟะของพวกมันให้คนทั้งประเทศได้อ่าน" รินตอบเสียงแผ่วเบา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของเขา "แล้วคุณล่ะ... จะวาดแปลนตึกสีเทาหลังใหม่ ที่ไม่มีการคอร์รัปชันอีกต่อไป... หรือจะเลิกเป็นสถาปนิกแล้วหายตัวไปเงียบๆ?" "บางที..." ธันวาหลับตาลง ซึมซับช่วงเวลาอันหายากนี้ "ผมอาจจะเลิกออกแบบตึก... แล้วหันมาเป็นคนคอยทำลายโครงสร้างที่คุณสร้างขึ้นมาแทน ก็สนุกดีนะครับ" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยหยาดน้ำตา แต่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมาในรอบหลายปี ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบอันเปราะบางนั้นกินเวลาไม่นานนัก *แกร็ก...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงเหยียบลงบนเศษไม้แห้งนอกชานบ้าน ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัด ธันวาลืมตาโพรงขึ้นทันที สัญชาตญาณนักเอา1ตัวรอดพ้นขีดสุดสั่งการให้มือขวาคว้าด้ามปืนในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว รินผุดลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ ดวงตาสองคู่เบิกกว้างมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีทางที่พวกมันจะตามมาเจอเร็วขนาดนี้... เว้นแต่ว่า... *ปัง!* กระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุผนังไม้ผุๆ เข้ามาเฉียดหัวไหล่ของธันวาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษไม้แตกกระจายว่อน ฝุ่นคลุ้งไปทั่วห้อง "หมอบลง!" ธันวาตะโกนลั่น คว้าตัวรินกดลงกับพื้น พร้อมกับชักปืนออกเล็งตรงไปยังประตูหน้าบ้านที่ถูกถีบพังโครมลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาภายในห้อง มืดจนแสบตา เงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธปืนครบมือ กลิ่นอายของความตายคืบคลานเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ธันวากำลังจะเหนี่ยวไกสวนกลับ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อของผู้บุกุกคนที่เดินนำหน้า—มันคือเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่กะพริบไฟสีแดงสลับเขียว... และไม่ใช่เครื่องบันทึกเสียงธรรมดา แต่มันคือรุ่นเดียวกับที่สารวัตรมือสะอาดผู้หายสาบสูญไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเคยใช้ ธันวาชะงัก นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกแข็งค้างอยู่บนไกปืน "ช้าก่อนครับ..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากชายฉกรรจ์คนที่อยู่ด้านหลังสุด เขาดึงหน้ากากอนามัยลงเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ธันวาไม่มีวันลืม "ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของแผนการ... ธันวา... นายคิดจริงๆ หรือว่าคนที่คุมเกมทั้งหมดตั้งแต่วันแรก... จะเป็นแค่นายทุนกระจอกๆ คนนั้น?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนของเมืองใหญ่ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%