เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงของความตกใจกลัว แต่มันคือเสียงประกาศิตที่ไร้ความปรานี ธันวายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อหนา แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องใบด้านหนึ่งของใบหน้าเขาให้คมชัดดั่งรูปสลักหินอ่อน ขณะที่อีกครึ่งซีกจมดิ่งอยู่ในเงา สันจักษุของเขาไม่ได้มองไปที่บานประตูที่ถูกล็อกสนิทจากด้านในด้วยกลอนเหล็ก แต่สายตากลับจดจ้องไปยังแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเปิดค้างไว้บนตักของริน
หญิงสาวนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มมุมห้อง ร่างกายของเธอเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณเลือกเวลาได้แย่มาก ริน” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่อยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นจะหยุดลง และแทนที่ด้วยเสียงโลหะกระทบกันของเครื่องมือบางอย่าง
“ความจริงไม่เคยมีเวลาที่เหมาะสมหรอกค่ะ—อภัยด้วยครับ ผมติดนิสัยพูดตามตัวละครในข่าวของคุณ” รินยิ้มเยาะมุมปากเล็กน้อย เธอไม่ได้สะท้านต่อเสียงคุกคามภายนอกเลยแม้แต่น้อย “ความจริงมักจะมาเคาะประตูในเวลาที่เราไม่อยากต้อนรับมันที่สุดเสมอ... โดยเฉพาะความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของตึกคอมפลెక్ซ์ยักษ์ใหญ่ ที่คุณภาคภูมิใจนักหนานั่น”
ธันวาละสายตาจากเธอ เขาก้าวเท้าช้าๆ ไปยังผนังกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง เมืองที่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยความโลภ ความลับ และซากปรักหักพังของศีลธรรม
“คุณกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่าจะควบคุม ริน” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “เอกสารในมือคุณ... มันเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นจากความแค้นของคนแพ้”
“คนแพ้ที่ตายไปแล้วเมื่อเจ็ดปีก่อนน่ะเหรอคะ?” รินลุกขึ้นยืนช้าๆ แผ่นหลังเหยียดตรง เธอยกแฟ้มในมือขึ้นระดับสายตา “วิศวกรควบคุมงานโครงการ ‘Aethelgard’ คนที่เซ็นอนุมัติโครงสร้างรองรับน้ำหนักก่อนที่ตึกจะทรุดตัวทับคนงานสามชีวิต... เขาไม่ได้ฆ่าตัวตายหนีความผิดอย่างที่รายงานตำรวจสรุป ธันวา ในเอกสารบันทึกข้อตกลงลับฉบับนี้ มีลายเซ็นของคุณ... สถาปนิกผู้ทรงเกียรติ ที่สั่งให้เขาลบแก้ผลการทดสอบความหนาแน่นของเสาเข็ม!”
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของภูตผี
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ความเย็นชาดังเดิม ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับระบายยิ้มจางๆ ออกมา—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาของโลกใบนี้
“คุณคิดว่าความยุติธรรมมีหน้าตาเป็นอย่างไรหรือ ริน?” ธันวาเดินเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและอำนาจมืดแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง “คุณคิดว่าการเปิดโปงผม จะทำให้คนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้งั้นหรือ? หรือมันเป็นแค่เครื่องมือชิ้นใหม่ ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นในสังคมที่เน่าเฟะแห่งนี้”
“มันคือการคืนความจริงให้เหยื่อ!” รินตวาดกลับ เสียงของเธอก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี “คนที่ตายไป เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะแก้ตัว แต่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ เสวยสุขบนชื่อเสียงและหยาดเหงื่อของพวกเขา!”
“เราต่างก็เป็นช่างก่อสร้างด้วยกันทั้งคู่ ริน” ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ “คุณสร้างเรื่องราวเพื่อขายความเร้าใจ ส่วนผมสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อค้ำจุนความอยู่รอดของเมืองนี้ ความแตกต่างเดียวคือ คุณซ่อนมือที่เปื้อนเลือดไว้หลังคีย์บอร์ด ส่วนผมซ่อนมันไว้ใต้แบบแปลนสถาปัตยกรรม”
ก่อนที่รินจะได้ทันโต้ตอบ ประตูห้องทำงานไม้สักทองก็ระเบิดออกด้วยแรงถีบจากภายนอก!
เศษไม้และกลอนประตูเหล็กกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวพรวดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วราวกับเงาพญายม ดวงตาของพวกเขานิ่งสนิทไร้แววตา และในมือขวาของชายคนแรก มีกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังรินอย่างแม่นยำ
รินผะหนีบแฟ้มเอกสารแนบอก หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอมองหน้าธันวาด้วยความคาดหวังว่าเขาจะแสดงอาการตกใจ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยราวกรรมการผู้ตัดสินเกมที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว
“คุณไม่ได้เรียกคนพวกนี้มาเพื่อจัดการผม... แต่คุณรู้อยู่แล้วว่าพวกมันกำลังจะมา” รินกระซิบเสียงสั่น เท้าถอยหลังไปจนชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
ธันวาก้าวเข้าไปยืนขวางระหว่างรินกับกลุ่มชายชุดดำ สายตาของเขามองผ่านร่างของนักข่าวสาวไปยังหัวหน้าทีมมือสังหารที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
“ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์สุดท้ายของค่ำคืนนี้ครับ... หวังว่าคุณจะเตรียมคำอธิบายที่ดีพอสำหรับโลกหลังความตาย”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเงาสีเทาไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 22
จดหมายถึงผู้เสียชีวิต
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!