ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 24

ดันเจี้ยนใต้ดินชั้นลึก

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“ขยับไปข้างหลังซะ เอลิน่า... กลิ่นแบบนี้ไม่ใช่กลิ่นของดันเจี้ยนปกติ แต่มันคือกลิ่นของสุสานที่ถูกเปิดออก” เสียงของผมดังก้องอยู่ในความเงียบงันของโถงหินลึกใต้ดิน กลิ่นคาวเลือดผสมกับไอระเหยของเวทมนตร์ต้องห้ามแตะจมูกจนสัมผัสได้ถึงความกดดันที่บีบคั้นอากาศรอบตัวให้หนาแน่นจนหายใจลำบาก เอลิน่า หัวหน้ากิลด์สาวผู้เกรียงไกรหยุดฝีเท้าทันที เธอไม่ได้คัดค้านแม้แต่คำเดียว สัญชาตญาณของนักรบระดับแนวหน้าบอกเธอชัดเจนว่า สิ่งที่รอเราอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่แค่ฝูงมอนสเตอร์ธรรมดา แต่มันคือบางสิ่งที่พยายามจะฉีกกระชากมิติแห่งนี้ให้พังทลาย “เรย์... นายสัมผัสได้ใช่ไหม?” เธอถามเสียงแผ่ว สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่สร้างจากกระดูกสัตว์ยักษ์ที่แปรสภาพเป็นหิน ผมไม่ได้ตอบในทันที แต่ค่อยๆ ถอดถุงมือสีขาวสะอาดตาออก เผยให้เห็นรอยสักสีทองที่สั่นระริกอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณข้อมือ นี่ไม่ใช่สกิลฮีลลิ่งธรรมดาที่ใครๆ จะเข้าใจได้ แต่มันคือ ‘พลังแห่งการทำลายล้างที่บรรจุอยู่ในภาชนะของนักบุญ’ ผมกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงลั่นกรอบจากข้อต่อ แรงอัดอากาศรอบหมัดเริ่มบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยแตกของมิติขนาดเล็ก “เตรียมตัวให้ดีครับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าสิ่งที่คาร์ลอสซ่อนไว้คือหัวใจของดันเจี้ยนชั้นนี้... งั้นเราก็แค่เข้าไป ‘ทำความสะอาด’ ให้มันสิ้นซาก” ก้าวต่อมาของเราคือการข้ามพรมแดนสู่เขตนรกบนดิน แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ของเอลิน่าส่องกระทบกับผนังโถงที่เริ่มสั่นไหว เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนออกมาจากรอยแยกของกำแพง ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงของ ‘ระบบ’ ที่กำลังทำงานผิดปกติ มันคือเสียงของโค้ดโปรแกรมที่ถูกบิดเบือนโดยฝีมือจอมมารคาร์ลอส ทันใดนั้น ผืนดินเบื้องหน้าก็ระเบิดออก เศษหินกระเด็นไปทั่วทิศทาง ร่างมหึมาที่ถูกเย็บติดกันด้วยพันธุกรรมของบอสหลายชนิดพุ่งทะลุขึ้นมาจากชั้นหิน มันไร้รูปร่างที่แน่นอน มีแขนงอกเงยออกมานับสิบข้าง ทุกข้างถืออาวุธที่ดูคุ้นตา... อาวุธของเหล่าฮันเตอร์ที่เคยหายสาบสูญไปก่อนหน้านี้ “นั่นมัน...” เอลิน่าชะงักไปครู่หนึ่ง “อาวุธของหน่วยสำรวจที่ 4!” บอสตนนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ มันอาศัยแรงเหวี่ยงจากอาวุธเหล่านั้นฟาดฟันเข้าใส่พวกเราอย่างไม่ปราณี ผมก้าวออกไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ร่างกายไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่กลับร้อนผ่าวด้วยความตื่นเต้นที่ระบบกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับอันตรายสูงสุด *‘ตรวจพบพลังงานเวทมนตร์สายมืดรุนแรง... กำลังทำการแปลงค่าพลังสู่โหมดหมัดเทวะ... ยืนยันการใช้งาน: พลังแห่งการรักษาที่แท้จริงคือการถอนรากถอนโคน’* ผมกระโดดสวนทางกับคมดาบที่พุ่งมา เอลิน่าเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวพร้อมกับกระแสไฟฟ้าสีฟ้าที่แผ่ออกจากดาบของเธอ แต่ผมไม่ได้หวังพึ่งดาบของเธอ ผมรวบรวมแสงสีทองเข้มไว้ที่หมัดขวา ปล่อยพลังที่สะสมไว้จากการฮีลตัวเองหลายพันครั้งในวินาทีเดียว “จงยอมรับการเยียวยาซะ!” ผมชกเข้าที่กลางลำตัวของบอสนั่น แรงปะทะไม่ได้เพียงแค่ทำให้ร่างกายมันบุบสลาย แต่พลังเวทสายขาวที่บริสุทธิ์ที่สุดได้แทรกซึมเข้าไปทำลายจุดยึดเหนี่ยวของเวทมนตร์สายมืดภายในตัวมันโดยตรง ทุกที่ที่หมัดผมสัมผัส ร่างของบอสก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองเหมือนกับการรักษาร่างกายที่บาดเจ็บ แต่นี่เป็นการ ‘รักษา’ ให้มันหายไปจากการมีอยู่ของโลกนี้ แรงอัดจากการชกทำให้พื้นห้องโถงแตกเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันตลบอบอวล เอลิน่ายืนตะลึงอยู่ด้านหลัง เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของผมที่ยังคงนิ่งสงบ ท่ามกลางซากปรักหักพังที่น่าจะทำให้คนธรรมดาหวาดกลัวจนสิ้นสติ “จบแล้วงั้นเหรอ?” เธอถาม พยายามปรับจังหวะหายใจ ผมลดหมัดลง มองดูร่องรอยของการทำลายที่ทิ้งไว้ ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ผ่อนคลาย กลับกัน... มันคือความเงียบที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม เพราะท่ามกลางฝุ่นควันที่เริ่มจางหาย เสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดสุดของห้องกลับทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ *แปะ... แปะ... แปะ...* “ยอดเยี่ยมมากครับ หมอเทวะ... ผมรอคอยที่จะเห็นพลังนั้นด้วยตาตัวเองมานานแล้ว” ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาดูเป็นมิตร แต่ดวงตาที่ไร้แววนั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมดำ จอมมารคาร์ลอสยืนอยู่ตรงหน้าเราโดยไร้ซึ่งองครักษ์ แต่ทว่า... พลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทั้งห้องโถงสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาลจนผมรู้สึกได้ว่าเลือดที่ไหลเวียนในกายกำลังจะแข็งตัว “อย่าขยับนะ เอลิน่า” ผมกระซิบเสียงเย็น สายตาจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า “เขาไม่ได้มาคนเดียว” คาร์ลอสยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นที่ที่เรายืนอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนสภาพไปอย่างฉับพลัน ผนังที่เคยเป็นหินแปรเปลี่ยนเป็นกระจกเงาบานใหญ่ และในเงาสะท้อนเหล่านั้น... ผมเห็นตัวผมเองอีกคน แต่เป็นเวอร์ชันที่ถือเคียวสีเลือดและมีแววตาสีแดงฉานยืนจ้องมองกลับมาด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่ผมเคยเจอมา นี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับศัตรู... แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความบิดเบี้ยวของตัวตนที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิต หวังว่าเนื้อหานี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับผมในตอนต่อไปนะครับ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะแรงก์ SSS เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%