"ปล่อยมือจากไหล่ของเธอซะ ก่อนที่มือข้างนั้นจะไม่ได้กลับไปแตะต้องใครอีกตลอดกาล"
เสียงของผมเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ ผมไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่กดต่ำลงนั้นกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวสั่นไหว เอลิน่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผมในตอนนี้... หรือสิ่งที่ควรจะเป็นเอลิน่า กำลังใช้ดาบเล่มคมจ่อเข้าที่ลำคอของตัวเอง ขณะที่มืออีกข้างของจอมมารคาร์ลอสในร่างเงาจางๆ กำลังโอบรัดเอวเธอไว้จากด้านหลัง
ภายในเขาวงกตเวทมนตร์แห่งนี้ ผนังหินเปลี่ยนรูปร่างไปมาดั่งสิ่งมีชีวิต มันบีบแคบลงเรื่อยๆ จนเหลือพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร กลิ่นอายความตายหอมหวานอบอวลจนน่าคลื่นไส้
"โถ่... พ่อฮีลเลอร์ผู้มีจิตใจเมตตา" เสียงของคาร์ลอสลอยมาตามอากาศ มันแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสมเพช "แกจะเลือกอะไร ระหว่างพลังฟื้นฟูที่แกภาคภูมิใจนักหนา กับชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นหลักยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวของแก ถ้าแกฮีลให้เธอ... เธอจะกลายเป็นร่างสถิตของข้าทันที แต่ถ้าแกไม่ทำ... ดาบนั่นจะฝังลึกเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ในเสี้ยววินาที"
เอลิน่าไม่ได้พูดอะไร ดวงตาของเธอเหม่อลอยไร้แวว แต่หยดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากหางตานั้นบอกผมทุกอย่าง เธอเจ็บปวด เธอรับรู้ แต่เธอถูกขังอยู่ในกรงเวทมนตร์นี้
ผมกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ พลังเวทสายขาวที่ควรจะใช้เพื่อเยียวยาแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มของพลังทำลายล้าง หมัดของผมสั่น... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความโกรธแค้นที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ผมเป็นฮีลเลอร์ แต่คนอย่างผมถูกสร้างมาเพื่อ 'ต่อย' ให้ความตายต้องสยบยอม
"คาร์ลอส" ผมเอ่ยชื่อมันเบาๆ ขณะที่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "แกคิดว่าแกกุมชะตาของฉันได้งั้นรึ"
"แกจะทำอะไรได้? เข้ามาใกล้กว่านี้ ร่างของเธอก็จะแหลกสลายไปพร้อมกับมนตร์สะกดของข้า"
ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนตอนที่ผมเป็นแค่ฮีลเลอร์ฝึกหัด แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่า "แกไม่เข้าใจกฎของระบบนี้เลยสักนิด... การฮีล ไม่ได้มีความหมายแค่การเพิ่มพลังชีวิต แต่มันคือการ 'จัดการ' กับสถานะของสิ่งมีชีวิต"
ผมไม่ได้วิ่งเข้าหา แต่มือขวาของผมเรืองแสงสีขาวเจิดจ้าจนตาพร่า ผมไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คาร์ลอส หรือเอลิน่า แต่ผมกระแทกหมัดลงกับ 'พื้น' ของเขาวงกตเวทมนตร์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี
*ตูม!!!*
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เขาวงกตที่บีบคั้นเราเริ่มร้าวราน เวทมนตร์ที่คาร์ลอสใช้ควบคุมเอลิน่าถูกกระชากด้วยพลังทำลายล้างที่ผมป้อนเข้าไปผ่านโครงสร้างของดันเจี้ยนโดยตรง นี่คือเทคนิคการฮีลระดับสูงที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อ 'รักษา' ความบิดเบี้ยวของพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม... หรือพูดให้ถูกคือ การทำลายทิ้งเพื่อเริ่มใหม่
ร่างของคาร์ลอสกระตุก ผนังดันเจี้ยนรอบตัวเราแตกละเอียดเหมือนกระจกที่ถูกค้อนปอนด์ทุบ เอลิน่าเสียหลักล้มลงสู่พื้น ผมพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนที่พื้นเบื้องล่างจะกลายเป็นเหวไร้ก้น
"เรย์..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา สติของเธอกำลังกลับมา
"อยู่นิ่งๆ ครับ" ผมพูดพลางส่งพลังฟื้นฟูเข้าสู่ตัวเธออย่างแผ่วเบาเพื่อชะล้างมลทินจากมนตร์ดำที่ยังค้างคา แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะพาเธอออกไปจากพื้นที่นี้ เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของคาร์ลอสก็ดังกึกก้องไปทั่วโถงมืดมิด
"ฉลาดนักนะ... แต่แกคิดว่าเขาวงกตนี้มันมีแค่ชั้นเดียวหรือไง"
ทันใดนั้น พื้นที่ใต้เท้าเราก็หายไป ทั้งผมและเอลิน่าร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบไม่ใช่ความมืดนั้น มันคือสัมผัสเย็นเฉียบของใบมีดที่กดลงบนหลังคอของผมจากด้านหลังโดยที่ผมไม่ทันได้รู้สึกตัวถึงการมาถึง
"แกช่วยเธอได้... แต่ใครจะช่วยแกจากคนที่แกไว้ใจที่สุดกันล่ะ?"
เสียงกระซิบข้างหูนั้นไม่ใช่เสียงของคาร์ลอส แต่มันคือเสียงของเอลิน่า... ที่ควรจะอยู่ในอ้อมแขนของผมในตอนแรก แต่ทว่า... เมื่อผมหันกลับไปมองในความมืด อ้อมแขนของผมกลับว่างเปล่า และร่างของเอลิน่าที่อยู่ตรงหน้าผม กลับมีรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวผิดไปจากมนุษย์ทั่วไป
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของฮีลเลอร์สายหมัดสั่งมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 26
กับดักความตาย
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!