ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 46

ศัตรูที่เก่งกาจ

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
ปลายนิ้วเกราะเหล็กที่เย็นเยียบแตะลงบนกระดูกอกของเรย์เพียงเสี้ยวเซนติเมตร แต่แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นจิตสังหารกลับแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจราวกับเข็มพิษนับพันเล่ม "เรย์... ได้โปรด... ช่วยฉันด้วย..." เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากลำคอธรรมดา ทว่ามันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขาโดยตรง น้ำเสียงที่สั่นเครือและแตกพร่า—มันคือเสียงของ ‘มีอา’ เด็กสาวคนเดียวในอดีตที่เรย์ยอมสละแม้กระทั่งเลือดหยดสุดท้ายเพื่อยื้อชีวิตเธอไว้ในดันเจี้ยนชั้นล่าง ก่อนที่พวกสุนัขลอบกัดในปาร์ตี้เก่าจะผลักเขาทิ้งลงสู่เหวลึกและอ้างว่าเธอตายไปแล้ว ม่านตาของเรย์หดเกร็งจนเหลือเพียงจุดเล็กๆ ลมหายใจสะดุดหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับฮันเตอร์ที่ปีนป่ายขึ้นมาจากนรก *เปรี๊ยะ!* แทนที่จะถอยร่น เรย์กลับกระแทกส้นเท้าขวาลงบนพื้นหินอ่อนจนแตกระเบียดย่อยยับ กล้ามเนื้อหัวไหล่ของเขาบิดเกลียวส่งแรงสะท้อนกลับ หมัดซ้ายที่เคลือบด้วยออร่าเวทฟื้นฟูสีทองเข้มข้นจนเกือบเป็นสีขาวบริสุทธิ์ซัดสวนเข้าใส่ปลายคางของร่างในชุดเกราะโดยไร้ซึ่งความลังเล! *ตูมมม!* เสียงปะทะสนั่นหวั่นไหวราวกับอัสนีบาตฟาดผ่าใจกลางห้องโถง ทว่าสัมผัสที่ส่งกลับมายังกระดูกข้อนิ้วของเรย์กลับไม่ใช่ความแข็งแกร่งของกระดูกหรือแผ่นเกราะเหล็กกล้า มันยวบยาบ ไร้แรงต้าน และเหลวคว้างเหมือนการต่อยลงไปในบ่อโคลนดูดที่ไร้ก้นบึ้ง! ใบหน้าของคาร์ลอสที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความเว้าวอนพลันละลายเหลว ผิวหนังและเกราะเหล็กกลายเป็นของเหลวสีดำมะเมื่อมที่เดือดพล่าน มันกลืนกินแรงกระแทกจากหมัดของเรย์เข้าไปจนหมดสิ้น ก่อนที่รอยยิ้มแสยะกว้างที่ฉีกไปถึงใบหูจะปรากฏขึ้นบนก้อนเนื้อไร้รูปทรงนั้น "เจ้าคิดว่า... ความรุนแรงจะทำลายสิ่งที่ไม่มีแม้แต่โครงสร้างได้งั้นหรือ ฮีลเลอร์?" เสียงนั้นเปลี่ยนกลับมาเป็นเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของจอมมารคาร์ลอส ร่างกายของมันขยายพองออกเป็นมวลสสารสีนิลกาฬขนาดมหึมา ละอองเวทมนตร์รอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นหนามแหลมคมนับร้อยพุ่งแทงออกจากทุกทิศทาง! "เรย์ ถอยออกมา!" เสียงตวาดกร้าวของเอลิน่าดังขึ้นพร้อมกับประกายดาบสีครามที่ตวัดผ่านอากาศ ธาตุลมและสายฟ้าจากคมดาบตัดผ่านหนามสีดำขาดสะบั้นเป็นท่อนๆ เธอพุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าเรย์ไว้ได้ทันท่วงที โล่พลังเวทจากคมดาบสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อต้องรับแรงกระแทกจากสะเก็ดของเหลวที่กัดกร่อนอากาศจนส่งเสียงฟู่ฟ่า เอลิน่ากัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมตามไรผมสีเงินของเธอ ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองสิ่งตรงหน้าด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "มันไม่ใช่คาร์ลอสตัวจริง..." เธอเอ่ยเสียงกระซิบพลางหอบหายใจเบาๆ "นี่คือ 'อะมอร์ฟัส' (Amorphous) บอสไร้รูปแบบที่กลืนกินชิ้นส่วนวิญญาณของคาร์ลอสเข้าไป มันไม่มีอวัยวะภายใน ไม่มีแกนกลางที่แน่นอน และมันกำลังใช้คลื่นความคิดในสมองของนายเพื่อจำลองจุดอ่อนทางจิตใจ!" เรย์ยืนนิ่ง มือซ้ายของเขายังคงมีควันสีขาวลอยกรุ่นจากพลังเวทที่เพิ่งปลดปล่อยไป สายตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นเยียบที่ดำมืดราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้ง "จุดอ่อนทางจิตใจงั้นเหรอ..." เรย์เอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ "มันประเมินข้าต่ำไปมาก เอลิน่า" ของเหลวสีดำเริ่มรวมตัวกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้มันไม่คงรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่มันแผ่ขยายออกเป็นอสูรกายแปดขาที่มีส่วนหัวเป็นใบหน้าของผู้คนที่เรย์เคยรู้จัก บ้างหัวเราะเยาะ บ้างกรีดร้องขอชีวิต ร่างกายของมันบิดเบี้ยว ปรับเปลี่ยนความหนาแน่นได้ตามใจชอบ เดี๋ยวเป็นหมอกควัน เดี๋ยวกลายเป็นผลึกแข็งแกร่งดั่งเพชร มันพุ่งเข้าใส่ทั้งสองด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากมิติ *เคร้ง! เคร้ง! ตูม!* เอลิน่าร่ายรำเพลงดาบอย่างสุดกำลัง คมดาบของเธอตัดผ่านร่างของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่บาดแผลเหล่านั้นสมานตัวกลับคืนในชั่วพริบตา ไม่สิ... ต้องเรียกว่ามันไม่เคยเกิดบาดแผลขึ้นเลยต่างหาก ดาบที่ฟันลงไปเหมือนการฟันผ่านสายน้ำที่แยกออกแล้วกลับมารวมกันใหม่ และทุกครั้งที่ดาบปะทะ แรงสะท้อนกลับยิ่งทำให้กล้ามเนื้อแขนของเธอเริ่มฉีกขาด "อั่ก!" เอลิน่าเซถอยหลัง เลือดสีสดไหลซึมจากมุมปากเมื่อถูกระยางค์สีดำฟาดเข้าที่สีข้างอย่างจัง "ฮีล (Heal)!" เรย์เพียงแค่สะบัดปลายนิ้ว แสงสีทองอบอุ่นก็พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของเอลิน่าในทันที บาดแผลภายในและกระดูกซี่โครงที่ร้าวสมานตัวแทบจะพร้อมกันในระดับวินาที พลังชีวิตของเธอกลับมาเต็มเปี่ยม แต่สีหน้าของเรย์ยังคงจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวของอสูรไร้รูปแบบ ‘กายภาพไร้ผล... การตัดฟันไร้ความหมาย...’ เรย์ประเมินในหัวอย่างเยือกเย็น ‘มันเปลี่ยนพันธะระดับโมเลกุลในร่างกายให้เป็นสถานะกึ่งของเหลวเพื่อกระจายแรงกระแทก และเร่งการคืนสภาพด้วยพลังงานด้านลบ...’ "แกหยุดการรักษาได้ แต่แกหยุดความตายไม่ได้!" อสูรไร้ลักษณ์คำราม ก้อนเนื้อขนาดมหึมาพุ่งโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สีดำ หมายจะกลืนกินเรย์ทั้งเป็น แต่แทนที่เรย์จะตั้งรับ เขากลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความอำมหิตปรากฏขึ้นที่มุมปากของฮีลเลอร์หนุ่ม "เจ้ารู้ไหมว่าความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตไร้รูปแบบคืออะไร?" เรย์เอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับกำลังสอนบทเรียนให้เด็กประถม เขารวบรวมพลังเวททั้งหมดลงสู่หมัดขวา ทว่าคราวนี้ วงเวทฟื้นฟูระดับ SSS ที่หมุนวนรอบแขนของเขาไม่ได้เปล่งแสงสีขาวนวลตาเหมือนการรักษาตามปกติ แต่มันกลับส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก อักขระรูนโบราณนับร้อยเรียงตัวซ้อนทับกันหนาแน่นจนอากาศรอบกำปั้นเริ่มบิดเบี้ยวและควบแน่นจนกลายเป็นประกายแสงสีทองคำเข้มข้นจัด "เอลิน่า ถอยไปห้าสิบก้าว" เรย์สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หญิงสาวไม่ถามเหตุผล สัญชาตญาณบอกให้เธอดีดตัวถอยหลังสุดแรงเกิดทันที "ถ้าเจ้าไม่มีกระดูก... ข้าก็จะ 'ฟื้นฟู' ให้เจ้ามี!" เรย์คำรามลั่น ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า "ถ้าเซลล์ของเจ้าชอบเปลี่ยนรูป... ข้าก็จะ 'รักษา' มันจนหยุดนิ่ง!" [สกิล: มหาการุณย์ผันกลับ — ไฮเปอร์-เซลลูลาร์ ออสซิฟิเคชัน (Hyper-Cellular Ossification)]! มันไม่ใช่เวททำลายล้าง แต่มันคือศาสตร์แห่งการฟื้นฟูขั้นสูงสุดที่ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุดขั้ว! เรย์ไม่ได้ทำลาย แต่เขาอัดฉีดพลังงานแห่ง 'การเจริญเติบโตและการสมานแผล' ปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่ชีวมวลใดๆ ในจักรวาลจะรับไหวเข้าไปในร่างของมัน! *เปรี้ยงงงงงงง!* หมัดของเรย์ซัดเข้าใส่ใจกลางคลื่นของเหลวสีดำเต็มแรง! ชั่วขณะแรก อสูรไร้รูปแบบทำท่าจะกลืนกินหมัดนั้นลงไปเหมือนเดิม ทว่าในวินาทีถัดมา เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดก็ระเบิดออกมาจากก้อนเนื้อดำทมิฬ! *กร๊อบ! กรอบแกรบ! แคร่ก!* พลังฟื้นฟูระดับพระเจ้าบังคับให้เซลล์ที่ลื่นไหลไร้พันธะของมันเกิดการแบ่งตัวอย่างบ้าคลั่ง! โมเลกุลของเหลวถูกบีบอัดให้สร้างโครงสร้างกระดูกและแคลเซียมหนาแน่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างกายสีดำที่เคยไหลลื่นดั่งสายน้ำเริ่มแข็งตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผลึกกระดูกสีขาวขุ่นที่งอกเงยออกมานับล้านๆ ชิ้น แทงทะลุเนื้อเยื่อของตัวมันเองจากภายในสู่ภายนอก! จากของเหลวที่ไร้จุดอ่อน... บัดนี้มันถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็น 'ก้อนหินแข็งเปราะ' ที่มีโครงสร้างตายตัวอย่างสมบูรณ์! "อ... อ๊ากกกกกก! นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน! ร่างกายของข้า... ขยับไม่ได้!" เสียงของคาร์ลอสที่แฝงอยู่ในร่างนั้นกรีดร้องด้วยความสยดสยอง เมื่อพบว่าตนเองกลายเป็นรูปปั้นกระดูกขนาดยักษ์ที่แข็งทื่อและไร้ทางหลบหนี เรย์ยืนมองร่างที่กลายเป็นหินผานั้นด้วยแววตาไร้ความปรานี เขาลดหมัดขวาลง ก่อนจะยกหมัดซ้ายขึ้นมาแทนที่ วงเวทสายทำลายล้างที่แปลงสภาพจากพลังหมัดเทวะหมุนคว้างรอบกำปั้นซ้าย คราวนี้มันไม่ใช่การฮีล... แต่มันคือผลลัพธ์ของกฎฟิสิกส์ล้วนๆ "ในเมื่อเจ้ามีโครงร่างแล้ว..." เรย์กระซิบเบาๆ แววตาของเขาวาวโรจน์ "งั้นก็แตกสลายไปซะ" *ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!* หมัดซ้ายของเรย์กระแทกเข้าใส่กึ่งกลางหน้าอกของรูปปั้นกระดูกยักษ์ แรงระเบิดกายภาพระดับทำลายล้างป้อมปราการส่งคลื่นกระแทกสีทองพุ่งทะลวงจากด้านหน้าทะลุออกไปทางด้านหลังของห้องโถง ผนังหินหนาหลายเมตรพังทลายลงมาราวกับเศษกระดาษ รอยร้าวสีทองแล่นพล่านไปทั่วร่างของอสูรยักษ์ ก่อนที่ร่างมหึมานั้นจะระเบิดแตกกระจายออกเป็นเศษฝุ่นผงสีขาวละเอียด ปลิวว่อนไปทั่วทั้งอาณาบริเวณราวกับพายุหิมะแห่งความตาย ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงที่พังยับเยินอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเอลิน่า และเสียงฝีเท้าอันมั่นคงของเรย์ที่ก้าวเดินผ่านซากปรักหักพัง ทว่า ในขณะที่ละอองธุลีเริ่มจางหายไป สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากใจกลางการระเบิดกลับไม่ใช่ผลึกมานาหรือไอเทมดรอปตามปกติ แต่มันคือ 'แคปซูลแก้ว' ทรงกระบอกที่สลักตราสัญลักษณ์กิลด์อันดับหนึ่งของเอลิน่าเอาไว้อย่างประณีต และภายในหลอดทดลองที่เต็มไปด้วยของเหลวสีเขียวนั้น มีร่างของมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีลมหายใจอ่อนๆ ลอยนิ่งอยู่—ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นใต้ตาขวา รูปร่างที่เอลิน่าคุ้นเคยดียิ่งกว่าใครในชีวิต ดาบในมือของเอลิน่าร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดัง *เคร้ง!* ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนใบหน้าซีดเผือด "เป็นไปไม่ได้..." ริมฝีปากของเธอสั่นระริกขณะจ้องมองร่างนั้น "พ... พี่ชาย? พี่ตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ...!" *** ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผลงานเรื่องนี้เสมอมานะครับ.
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%