"มึงเป็นใครกันแน่?"
ผมเค้นเสียงถามออกไปท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ ออร่าสีดำข้นคล้ายน้ำมันดิบไหลทะลักออกมาจากร่างเบื้องหน้า—ร่างที่หน้าตาเหมือนผมทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับมีความเป็น 'อสูร' เจือปนอยู่ในรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ร่างแยกนั้นไม่ได้ตอบคำถาม มันเพียงแค่กระชับหัวใจสีดำที่ยังคงเต้นตุบๆ ในมือแน่นขึ้น เลือดสีดำไหลอาบผ่านง่ามนิ้ว ลงสู่พื้นจนเกิดเสียงหยดกระทบที่ดังลั่นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าสู่หน้าอกซ้ายของผมอย่างรุนแรง ผมทรุดเข่าลงกับพื้น ลมหายใจติดขัดราวกับถูกบีบคอ นี่ไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือความเป็นจริงที่กำลังถูกพรากไป
"เรย์! เรย์ คุณได้ยินผมไหม!"
เสียงของเอลิน่าดังแว่วมาไกลๆ เหมือนมาจากอีกฟากของจักรวาล ผมหันไปมองเธอก็พบว่าเธอกำลังกวัดแกว่งดาบฟันอากาศอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเธอว่างเปล่าเหมือนคนละเมอ เธอไม่ได้ยินเสียงผม เธอไม่ได้เห็นร่างแยกนั่น... หรือบางที สิ่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่ อาจจะเป็นมิติซ้อนทับที่สร้างขึ้นเพื่อผมเพียงคนเดียว
"ระบบ... ตอบสิ" ผมพยายามสื่อสารกับหน้าต่างสถานะที่มักจะปรากฏขึ้นมาคอยกวนใจ แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่แถบพลังชีวิต หากแต่เป็นตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นระริก
[แจ้งเตือนภัยพิบัติระดับโลก: สัญญาณชีพจรโลกผิดปกติ]
[ตรวจพบดันเจี้ยนระดับ S ปรากฏขึ้นพร้อมกัน 12 แห่งทั่วโลก... ระบบป้องกันล้มเหลว]
ร่างแยกของผมหัวเราะเบาๆ เสียงของมันฟังดูเหมือนแก้วแตกละเอียด "ไม่ต้องพยายามหรอก เรย์... แกก็รู้ว่าไอ้ระบบเลวๆ นี่มันกำลังจะฆ่าพวกเราทุกคน และหัวใจดวงนี้... คือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะปิดสวิตช์โลกใบนี้ทิ้งซะ"
ผมลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ขุมพลังในอกเริ่มเดือดพล่าน ความกลัวหายวับไปแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า ผมรวบรวมมานาสีขาวบริสุทธิ์เข้าที่หมัดขวา แต่มันไม่ใช่มานาสำหรับการรักษา มันคือมานาที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด—สกิลลับที่ผมคิดค้นขึ้นมาเพื่อ 'ทำลาย' โดยเฉพาะ
"จะปิดสวิตช์เหรอ?" ผมกระชากเสียงต่ำพลางพุ่งตัวเข้าหาร่างเงา "แกยังไม่รู้จัก 'หมอ' ที่รักษาด้วยหมัดดีพอหรอก!"
หมัดของผมพุ่งทะลุผ่านความมืด อัดเข้าที่ใบหน้าของร่างแยกนั้นอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลจนเกิดคลื่นกระแทกสีขาวตัดกับความมืดมิด แต่น่าแปลก... หมัดของผมกลับทะลุผ่านร่างนั้นไปเหมือนต่อยอากาศ ร่างแยกสลายตัวกลายเป็นฝูงแมลงสีดำแล้วไปรวมตัวกันที่มุมมืดใหม่ มันยังคงแสยะยิ้ม
"ใจเย็นก่อนสิคุณหมอ... หันไปมองข้างหลังคุณดูสิ โลกที่แกพยายามปกป้องน่ะ มันเริ่มพังลงมาตั้งแต่วินาทีที่แกตัดสินใจสู้กับจอมมารคาร์ลอสแล้ว"
ผมชะงัก สายตาหันไปมองภาพสะท้อนจากมิติเบื้องหลัง—ไม่ใช่ที่ไหนไกล มันคือภาพกิลด์ของเอลิน่าที่ถูกไฟท่วมท้น ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงบิดเบี้ยวเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ และจากรูโหว่นั้น... กองทัพอสูรที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังทะลักออกมาเหมือนฝูงมด
"เกิดอะไรขึ้น..." เสียงของเอลิน่าดังขึ้นข้างหลังผม คราวนี้เธอหลุดจากภวังค์แล้ว เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนท้องฟ้า เปลวไฟแห่งความโกลาหลลุกโชนทั่วทั้งเมือง
"เรย์... นั่นมันดันเจี้ยนระดับ S... สิบสองแห่งพร้อมกัน?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "นี่มันเป็นไปไม่ได้ กฎของระบบคือการเปิดดันเจี้ยนทีละหนึ่ง เพื่อคุมจำนวนผู้กล้า... แต่ครั้งนี้... นี่มันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชัดๆ"
ผมก้าวไปยืนข้างเธอ มือซ้ายกุมหน้าอกที่ยังคงเจ็บปวด มือขวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบที่ผมสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความนิ่งของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำเพื่อกลืนกินทุกอย่าง
"คาร์ลอสไม่ได้ต้องการครองโลก" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุดัน "มันต้องการทำลายกระดานทิ้ง เพราะมันรู้ว่าถ้าเกมดำเนินต่อไป คนที่จะชนะไม่ใช่ฝ่ายมัน... แต่เป็นเรา"
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบของเอลิน่าก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งกิลด์ หน้าต่างสีแดงฉานเด้งขึ้นมานับพันหน้าจอ สัญญาณแจ้งเตือนรัวเร็วจนอ่านไม่ทัน
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นทุกคนถูกบังคับให้เข้าสู่สภาวะ 'สงครามเบ็ดเสร็จ']
[ภารกิจหลักถูกยกเลิก... เป้าหมายใหม่: รอดชีวิตจนกว่าระบบจะถูกทำลาย]
ผมหันไปมองเอลิน่า เธอหยิบดาบประจำกายขึ้นมา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความตระหนกเป็นความเด็ดเดี่ยวแบบนักรบที่พร้อมตายในสนามรบ
"เรย์" เธอเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ถ้าเราต้องตายที่นี่... ฉันดีใจที่ได้สู้ข้างคุณนะ"
ผมไม่ได้ตอบแต่ยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความใจดีของฮีลเลอร์ แต่เป็นยิ้มของ 'นักฆ่า' ที่พร้อมจะกระชากคอศัตรูคนใดก็ตามที่กล้าขวางทางเรา ผมเงยหน้าขึ้นมองรูโหว่บนฟ้าที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า ในขณะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด จู่ๆ เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากอากาศธาตุ เป็นเสียงของจอมมารคาร์ลอส... แต่เขากำลังพูดกับใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผม
"ยินดีที่ได้พบกันนะ 'ตัวเอง' ในอีกเส้นเวลาหนึ่ง... ดูท่าหัวใจดวงนั้นจะถึงเวลาที่ต้องส่งคืนเจ้าของเสียที"
ผมสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จี้เข้ามาที่ต้นคอ ไม่ใช่แค่รอยแผลเป็นบนร่างแยกที่เต้นตุบๆ แต่แผลเป็นบนหลังของผมเองก็กำลังร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ—ร่างนั้นไม่ได้มีใบหน้าเหมือนผม แต่มันมี 'ตา' ที่เหมือนกับตาของระบบ... และในมือของมัน คือมีดที่ทำจากกระดูกของเทพเจ้าที่ผมเคยเห็นในตำนานโบราณ!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะแรงก์ SSS นะครับ
ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 36
ความเงียบก่อนพายุ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!