“อย่าเพิ่งตาย... ถ้าเธอตาย ใครจะจ่ายค่าซ่อมเกราะที่ฉันเพิ่งทำพังไปให้ล่ะ?”
ผมกดฝ่ามือลงบนแผลฉกรรจ์ที่กลางหลังของเอลิน่า แรงดันเวทสีขาวบริสุทธิ์ไหลทะลักผ่านฝ่ามือเข้าไปในร่างกายของเธอ ไม่ใช่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บปกติ แต่มันคือการอัดฉีดพลังงานทำลายล้างที่ถูกปรับแต่งให้เป็นยาพิษสำหรับเหล่าภูตผีที่ตามล่าเรา
เลือดสีม่วงคล้ำที่ยังคงคุกรุ่นด้วยไอเวทของศัตรูพุ่งกระฉูดออกมาตามจังหวะที่ผมเค้นพลัง เอลิน่ากัดฟันแน่น เสียงฟันกระทบกันดังก้องในความเงียบของถ้ำที่พักผ่อนชั่วคราว เธอตัวสั่นเทา เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมผ่านไรผม ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งประหนึ่งราชินีสนามรบยามนี้บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“เรย์... เจ้าคนปากเสีย...” เธอเค้นเสียงออกมาเบาหวิว มือที่สวมถุงมือเหล็กของเธอคว้าหมับเข้าที่ข้อมือผม “ถ้าฉันไม่รอด... นายก็อย่าหวังว่าจะได้ค่าตอบแทนตามสัญญา”
ผมแค่นหัวเราะในลำคอ สายตามองรอยแยกของมิติที่เริ่มจางหายไปหลังจากการจู่โจมเมื่อครู่ “พูดมากเกินไปแล้วครับ พักผ่อนซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่ฮีลให้”
ผมไม่ได้แค่รักษา ผมกำลัง ‘ต่อย’ ร่างกายของเธอจากภายใน พลังหมัดเทวะของผมไม่ได้มีไว้แค่กระแทกเกราะบอสให้แตกละเอียด แต่มันยังทำหน้าที่เหมือนเข็มฉีดยาที่คอยขับสิ่งแปลกปลอมออกไป ทุกครั้งที่ผมปล่อยพลังเวทลงไป มันเหมือนกับการรัวหมัดเข้าใส่สิ่งชั่วร้ายที่สิงสู่ในแผลของเธอ จนกระทั่งเลือดสีม่วงนั้นกลายเป็นไอระเหยหายไปในอากาศ
เอลิน่าหอบหายใจหนักๆ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง เธอนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ ดวงตาสีไพลินของเธอมองเพดานถ้ำที่มืดมิด “ทำไมถึงช่วยล่ะ?”
“เหตุผลเดิมครับ” ผมลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเล็กน้อยขณะเช็ดคราบเลือดที่ติดมือออก “คุณเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมเป็นฮีลเลอร์ที่ต่อยเจ็บกว่าสายแทงก์ ถ้าคุณตายไป คนที่จะต้องแบกรับความลับนี้ก็มีแต่ผมคนเดียว ซึ่งมันน่ารำคาญครับ”
“ไอ้คนปากแข็ง...” เธอพึมพำ ก่อนจะยันกายขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล “การพักผ่อนครั้งนี้คงไม่ยาวนานนักหรอก เรย์ ศัตรูที่ส่งนักฆ่าเงามาได้ถึงระดับนี้ พวกมันไม่ได้มีแค่กองทัพกระจอกๆ แน่นอน”
เรานั่งลงข้างกองไฟเล็กๆ ที่ผมจุดขึ้นด้วยเวทไฟพื้นฐาน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงฟืนปะทุ เอลิน่าถอดเกราะไหล่ที่บุบเบี้ยวออก เผยให้เห็นรอยแผลที่เริ่มปิดสนิทจากการรักษาที่หยาบกระด้างแต่ทรงพลังของผม เธอหยิบขนมปังแห้งกรังขึ้นมากัดคำหนึ่งพลางมองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน
“นายคิดว่า จอมมารคาร์ลอส จะทำอะไรต่อไป?” เธอถามพลางมองเงาสะท้อนในกองไฟ
“มันกำลังสนุกครับ” ผมตอบเรียบๆ สายตามองไปที่ความมืดนอกเขตเวทป้องกัน “สำหรับพวกที่มีอำนาจเหนือระบบ การมองดูฮีลเลอร์ที่ควรจะรักษาคน กลับกลายเป็นผู้ทำลายล้าง มันคงเป็นความบันเทิงชั้นยอด เหมือนกับการนั่งดูมดสู้กันในโหลแก้ว”
“แล้วนายจะยอมเป็นมดตัวนั้นเหรอ?”
ผมหันไปสบตาเธอ แววตาของผมที่มักจะเฉยเมยบัดนี้กลับมีประกายบางอย่างวูบไหว “เปล่าครับ ผมจะเป็นมดที่กัดมือเจ้าของโหลจนเลือดออกต่างหาก”
เอลิน่ายิ้มบางๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เราก้าวเข้ามาในดันเจี้ยนระดับ S นี้ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ความเงียบระหว่างเราในตอนนี้กลับมีความหมายมากกว่าคำพูดนับพัน เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของเหล็กและดอกไม้ป่าจากตัวเธอทำให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหยิบแผนที่ขึ้นมาตรวจสอบเส้นทาง ความรู้สึกขนลุกซู่ก็แล่นปราดไปตามสันหลัง ประสาทสัมผัสของฮีลเลอร์ที่ถูกฝึกมาให้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังชีวิตกระตุกเตือนอย่างรุนแรง
ผมเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของเอลิน่าแล้วกระชากเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับหมุนตัวหลบไปด้านหลังทันที!
*ฉับ!*
เสียงของมีคมตัดผ่านอากาศดังสนั่นอยู่ตรงตำแหน่งที่เอลิน่านั่งเมื่อครู่ เศษหินกระเด็นใส่ใบหน้าของผมจนเลือดซิบ
“ใครน่ะ!” เอลิน่าชักดาบสั้นออกมาในชั่วพริบตา แต่ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่จอมมารคาร์ลอส แต่เป็นร่างของ ‘เรย์’ อีกคนหนึ่ง—ร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแบบเดียวกับที่ผมมี—กำลังยืนยิ้มแสยะอยู่ในความมืด พร้อมกับถือหัวใจสีดำสนิทที่ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ในมือ... และหัวใจดวงนั้น คือหัวใจของผมเอง
หมอเทวะแรงก์ SSS ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนที่เข้มข้นนี้นะครับ
ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 35
การพักผ่อนของฮันเตอร์
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!