“นายคือความผิดพลาดที่ระบบลืมลบออกไป ส่วนฉัน... คือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบกว่า”
เสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กรีดผ่านลำคอ คมดาบที่จ่ออยู่พุ่งผ่านผิวหนังไปเพียงมิลลิเมตรจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นเส้นบาง ผมไม่แม้แต่จะขยับตัว ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะสมองกำลังประมวลผลสิ่งที่เห็นตรงหน้า—ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังผม มีใบหน้า รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หางคิ้วซ้าย และแม้แต่กลิ่นอายเวทมนตร์ที่เล็ดลอดออกมาจากชุดเครื่องแบบกิลด์... ทุกอย่างเหมือนผมทุกประการ ราวกับผมกำลังส่องกระจกที่บิดเบี้ยว
ผมเหยียดยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะเอียงคอหลบคมดาบนั้นอย่างเฉียบพลัน แล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของร่างแยกนั้นอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงลั่นของกระดูก!
“ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบงั้นหรือ?” ผมแค่นหัวเราะในลำคอขณะหันไปประจันหน้ากับมัน “ของปลอมน่ะ ต่อให้เลียนแบบเสียงหัวใจเต้นได้เหมือนแค่ไหน สุดท้ายมันก็ไม่มีวันเข้าใจความหมายของ 'การรักษา' หรอก”
มันถอยกรูดไปด้านหลัง ท่าทางของมันดูสับสนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้ตกใจอย่างที่คาดไว้ มันกางมือออก ห้วงมิติรอบข้างบิดเบี้ยวกลายเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายสังหาร นี่คือสกิล [แสงแห่งการชำระล้าง] สกิลฮีลเลอร์ระดับสูงที่ควรจะไว้ใช้ช่วยชีวิตคน แต่ในมือของมัน กลับเปลี่ยนเป็นกระแสพลังงานที่คมกริบราวกับเลเซอร์พร้อมจะตัดร่างผมให้ขาดสะบั้น
ผมไม่หลบ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมมานาที่หมุนเวียนอยู่ในจุดศูนย์กลางของร่างกาย ระบบที่อยู่ในหัวของผมเริ่มทำงานหนักจนเสียงแจ้งเตือนดังรัวอยู่ในโสตประสาท
*ติ๊ง!*
*[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลจากระบบเบื้องหลัง – คาร์ลอส]*
*[เงื่อนไขวิวัฒนาการสกิล: บรรลุการยอมรับในพลัง 'ทำลายล้างที่แฝงในความเมตตา' ครบ 100%]*
*[เริ่มกระบวนการ... วิวัฒนาการสกิล: 'หัตถ์เทวะ (SSS)' สู่ระดับ 'หัตถ์พิพากษา (Ex)']*
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเส้นเลือดราวกับโดนไฟแผดเผา แต่ในขณะเดียวกัน พลังมหาศาลก็ไหลทะลักเข้ามาแทนที่ความอ่อนแอ ผมไม่ใช่อดีตฮีลเลอร์ขี้แพ้ที่คอยแต่พึ่งพาคนอื่นอีกต่อไป นิ้วมือของผมเริ่มเปล่งแสงสีทองสลับดำ—สีทองคือการฟื้นฟู สีดำคือการดับสูญ
“ถ้าแกอยากลองของปลอมงั้นเหรอ?” ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง “ฉันจะแสดงให้ดูว่า 'หมอ' ที่แท้จริง เขารักษาศัตรูให้หายไปจากโลกนี้อย่างไร”
ร่างนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มันเงื้อดาบขึ้นหมายจะปลิดชีพผมในดาบเดียว แต่ผมกลับยื่นมือซ้ายออกไปรับคมดาบนั้นด้วยฝ่ามือเปล่าๆ! เลือดไหลซึมออกมา แต่มันกลับถูกดูดซับเข้าสู่สกิล [หัตถ์พิพากษา (Ex)] ทันที พลังเวทสีทองไหลเข้าสู่ดาบของมันก่อนจะระเบิดออกเป็นการต้านทานแรงดันมหาศาลจนดาบของมันแตกละเอียดเป็นผุยผง
สีหน้าของมันเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตื่นตระหนก มันถอยหลังกรูด แต่ผมไม่เปิดโอกาสให้มันได้หายใจ
ผมก้าวประชิดตัว ใช้หมัดขวาที่หุ้มด้วยออร่าแห่งการฟื้นฟูระดับสูงสุดต่อยเข้าที่กลางหน้าอกของมัน พลังเวทสีขาวบริสุทธิ์ไหลเข้าไปในร่างของมันจนเกิดเสียงดัง 'ฉ่า' ราวกับน้ำมันเดือดราดลงบนเนื้อสด นี่ไม่ใช่แค่การต่อย แต่มันคือการ 'อัดฉีด' พลังเวทเข้าไปในร่างจนถึงขีดจำกัดสูงสุดจนอวัยวะภายในทนรับไม่ไหว
“อึก... แก... ทำไม...”
ร่างของมันทรุดลงกับพื้น สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังที่ผมมอบให้ไปมันรุนแรงเกินกว่าร่างจำลองธรรมดาจะรองรับได้ มันกำลังพยายาม 'รักษา' ตัวเองจากดาเมจที่ผมมอบให้ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ ยิ่งมันพยายามฮีลตัวเอง พลังงานที่พุ่งพล่านจากสกิลระดับ Ex ของผมก็จะยิ่งไปทำลายเซลล์ของมันจากข้างในมากขึ้นเท่านั้น
“นี่ไม่ใช่การฆ่า” ผมยืนค้ำหัวมัน “นี่คือการคืนความสมดุล”
ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นละอองแสง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง เอลิน่าเดินออกมาจากความมืด ในมือของเธอกำด้ามดาบแน่น ดวงตาคู่สวยคู่นั้นเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างจำลองของผมที่กำลังจะสลายไป เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีความกังวล ความโล่งใจ และอะไรบางอย่างที่ผมยังอ่านไม่ออก
“เรย์... เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” เธอถาม เสียงของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย “ฉันเจออีกคน... ที่หน้าห้องโถงใหญ่ เขาบอกว่าเขาคือเธอ และเขาเพิ่งจะ... จัดการกิลด์สนับสนุนไปจนเกือบหมด”
ผมหันกลับไปมองเธอ ความเย็นชาในดวงตาผมจางลงเหลือเพียงความว่างเปล่า หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่ว่า... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ถ้าในห้องโถงใหญ่มีผมอีกคนอยู่ตรงนั้น แล้วสิ่งที่นอนหายใจรวยรินอยู่แทบเท้าผมตอนนี้คืออะไรกันแน่?
ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผยเมื่อร่างที่กำลังจะตายค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลับคืนสู่รูปลักษณ์ของ 'จอมมารคาร์ลอส' ในร่างจำลองที่ล้มเหลว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด... เพราะทันใดนั้นเอง ประตูมิติขนาดใหญ่เหนือหัวของเราก็เปิดออกพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งดันเจี้ยน
“ยินดีด้วยเรย์...” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดเหนือเพดาน “แกผ่านบททดสอบที่หนึ่งแล้ว แต่คราวนี้... แกต้องเลือกว่าใครในกิลด์ของแกที่จะต้องตายเพื่อแลกกับอิสรภาพของแกเอง”
ร่างของเอลิน่าที่อยู่ข้างๆ ผมเริ่มสั่นเทา ก่อนที่เธอกระอักเลือดออกมาคำโต แล้วทรุดลงกับพื้นทันทีที่คมดาบสีม่วงเข้มแทงทะลุหลังของเธอออกมาจากอากาศธาตุที่ว่างเปล่า...
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะแรงก์ SSS มาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ
ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 34
วิวัฒนาการสกิล
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!