“คายมันออกมาซะ เรย์... ความเมตตาจอมปลอมที่แกเคยภาคภูมิใจนั่นน่ะ”
เสียงกระซิบนั้นไม่ได้ผ่านเข้าทางรูหู แต่มันกรีดแทงออกมาจากไขกระดูกดำมืดเบื้องลึก
หยดเลือดสีชาดหยดลงกระทบผิวน้ำสีดำสนิทที่ไร้ระลอกคลื่น เสียง *ติ๋ง* ดังก้องสะท้อนในโสตประสาทจนแก้วหูแทบปริแตก เรย์ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด พื้นใต้ฝ่าเท้าของเขาคือผืนน้ำสีหมึกที่สะท้อนท้องฟ้าสีเลือดร้าวราน ไม่มีลม ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิต มีเพียงกลิ่นสนิมเหล็กคาวคลุ้งของเลือดและความสิ้นหวังที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน
หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าที่เคยคุ้นตากะพริบถี่รัว ก่อนจะถูกย้อมกลายเป็นสีแดงชาดและบิดเบี้ยวจนตัวอักษรแทบอ่านไม่ออก
[คำเตือน: จิตวิญญาณของท่านถูกดึงเข้าสู่ ‘ห้วงพันธนาการไร้ก้นบึ้ง’]
[เจตจำนงแห่งคาร์ลอสกำลังแทรกซึมเข้าสู่แกนพลังงานหลัก]
[ระบบ ‘หมัดเทวะผันแปร’ เกิดภาวะย้อนกลับ... อัตราการฟื้นฟูติดลบ 300%]
เรย์กัดฟันกรอดจนกล้ามเนื้อขากรรไกรปูดโปน ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากบาดแผลภายนอก แต่เป็นพลังเวทสายขาวบริสุทธิ์ในร่างที่กำลังเดือดพล่าน มันถูกบิดเกลียวและแปรสภาพด้วยเจตจำนงอันชั่วร้าย พลังรักษาที่ควรจะเยียวยากำลังเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงเยือกแข็งที่แผดเผาเส้นชีพจรเวทของเขาเองจากข้างใน
ตรงหน้าห่างออกไปเพียงห้าก้าว ร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากสายหมอกสีดำ
มันคือตัวเขาเอง—ไม่ใช่เรย์ผู้เยือกเย็นและไร้ปรานีในชุดเกราะฮันเตอร์อย่างทุกวันนี้ แต่เป็น ‘เรย์ในอดีต’ เด็กหนุ่มฮีลเลอร์ฝึกหัดในชุดคลุมสีขาวเปรอะเปื้อนโคลนและคราบเลือด คุกเข่าอยู่บนพื้น แขนทั้งสองข้างสั่นเทาขณะโอบกอดคทาไม้ผุพังระดับ F ที่หักครึ่ง
“ทำไมล่ะเรย์...” ร่างจำลองในอดีตเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้แววตา มีเพียงธารเลือดสีดำที่ไหลรินออกจากเบ้าตา “เราเคยสาบานว่าจะช่วยทุกคนไม่ใช่เหรอ? เราเป็นฮีลเลอร์นะ... หน้าที่ของเราคือการปัดเป่าบาดแผลไม่ใช่หรือไง?”
“หุบปาก” เรย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงกลับสั่นไหวเล็กน้อยด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่
“นายลืมวันที่พวกมันโยนเราลงไปในรังของก็อบลินลอร์ดแล้วเหรอ?” ภาพหลอนนั้นแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว ร่างของมันเริ่มเน่าเปื่อย เนื้อหนังหลุดรุ่ยเผยให้เห็นกระดูกขาวโพลน “นายจำความรู้สึกตอนที่แขนขวาถูกฟันขาดได้ไหม? จำสายตาของหัวหน้าปาร์ตี้ตอนที่เขายิ้มแล้วพูดว่า *‘ขอบใจที่ยอมเป็นเหยื่อล่อนะ เจ้าขยะ’* ได้หรือเปล่า? แล้วดูนายตอนนี้สิ...”
ทันใดนั้น เงาดำนับสิบสายพุ่งทะลุขึ้นมาจากผืนน้ำสีหมึก กลายสภาพเป็นร่างของเหล่าเพื่อนร่วมปาร์ตี้เก่าที่เคยทรยศเขา พวกมันยืนล้อมเรย์ไว้ ดวงตาทุกคู่จ้องมองมาด้วยความเหยียดหยามและเคียดแค้น
“นายเปลี่ยนพลังศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นอาวุธสังหาร นายใช้หมัดทุบกะโหลกคนอื่นจนแหลกละเอียด... นายไม่ใช่ฮีลเลอร์อีกต่อไปแล้ว เรย์ แกมันก็แค่ฆาตกรโรคจิตที่กระหายเลือด!”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องประสานกันจนมิติทางจิตสั่นสะเทือน ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของเรย์ราวกับภูเขาทั้งลูก บีบให้หัวเข่าของเขาเกือบจะทรุดลงกับพื้น มานาสีทองที่หมัดของเขาเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ถูกความมืดมิดกลืนกินไปทีละส่วน
*‘เรย์! ได้ยินฉันไหม!? เรย์!’*
เสียงหนึ่งแทรกผ่านความมืดเข้ามา มันแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบจากอีกฟากหนึ่งของโลก—เสียงของเอลิน่า
ในโลกแห่งความเป็นจริง ข้างนอกนั้น ร่างของเขากำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบัลลังก์ศิลาของดันเจี้ยน ขณะที่ม่านพลังสีดำกำลังกลืนกินเขา เอลิน่าคงกำลังกวัดแกว่งดาบเพื่อปกป้องร่างที่ไร้สติของเขาจากฝูงอสูรเงาที่คาร์ลอสส่งมา เธอเชื่อใจเขา เธอเอาชีวิตมาเดิมพันกับฮีลเลอร์นอกรีตอย่างเขา
เรย์หลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจที่เคยกระชั้นชิดเริ่มปรับจังหวะช้าลงและลึกขึ้น
ภาพในอดีตที่เขาเคยอ่อนแอ... เสียงกรีดร้องขอความเมตตาที่ไม่มีใครตอบรับ... ความสิ้นหวังในก้นบึ้งของดันเจี้ยนวันนั้น... ทั้งหมดมันคือความจริงที่ไม่อาจลบล้าง
แต่แล้ว ดวงตาคู่คมกริบก็ลืมขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองคำบริสุทธิ์ระเบิดวาบออกมาจากม่านตา ปัดเป่าความลังเลใจจนสิ้นซาก
“แกพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง...” เรย์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นจนผืนน้ำสีดำแตกกระจายเป็นวงกว้าง “ฉันเคยเป็นคนโง่ที่คิดว่าความเมตตาจะเปลี่ยนโลกได้ ฉันเคยเชื่อว่าถ้าฉันรักษาพวกเขา พวกเขาจะเห็นค่าของฉัน”
ร่างหลอนของอดีตชะงักไป ดวงตากลวงโบ๋เบิกกว้างขึ้น
“แต่ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความรุนแรง ความเมตตาที่ไร้เขี้ยวเล็บมันก็แค่คำแก้ตัวของพวกขี้แพ้!” เรย์ยกกำปั้นขวาขึ้น กล้ามเนื้อแขนของเขาบวมเป่ง เส้นเลือดปูดโปนเป็นร่างแห พลังเวทสายรักษาขั้นสูงสุดระดับ SSS ไม่ได้ถูกขับออกมาเพื่อฟื้นฟูเซลล์ แต่ถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัดด้วยเจตจำนงทำลายล้าง “การรักษาของฉัน... ไม่ใช่การประนีประนอมกับบาดแผล”
[ทักษะเฉพาะตัว: ‘หมัดเทวะผันแปร - ผ่าตัดวิญญาณ’ ทำงาน!]
[เปลี่ยนค่าสถานะฟื้นฟูทั้งหมดเป็น ‘พลังทำลายล้างกายภาพบริสุทธิ์’]
[ลบล้างผลกระทบด้านลบ: จิตใจของท่านได้รับการชำระล้างด้วยเปลวเพลิงแห่งความเด็ดขาด!]
“ถ้าเนื้อร้ายมันลุกลามจนเกินเยียวยา...” เรย์คำรามลั่น ออร่าสีทองสว่างจ้าดุจดวงอาทิตย์ระเบิดออกรอบตัวเขา ผลักดันหมอกควันสีดำให้มลายหายไปในพริบตา “หน้าที่ของหมอ... คือการตัดมันทิ้งซะ!”
*ตูมมมมมมมมมมม!*
กำปั้นของเรย์ชกตรงออกไปข้างหน้า มันไม่ใช่แค่การปล่อยหมัดธรรมดา แต่มันคือคลื่นกระแทกที่อัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตอันบิดเบือน อากาศในมิติจิตวิญญาณฉีกขาดเป็นทางยาว แรงอัดอากาศแผ่ขยายออกไปเป็นรูปพัด กลืนกินร่างหลอนของพวกทรยศและตัวเขาในอดีตจนแหลกสลายกลายเป็นละอองธุลี
“อ๊ากกกกกก!” เสียงกรีดร้องไม่ใช่เสียงของเรย์ในอดีต แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเคียดแค้นของ ‘จอมมารคาร์ลอส’ ที่แฝงเร้นอยู่ในเงามืด
“จำใส่หัวของแกไว้ คาร์ลอส...” เรย์กล่าวเสียงเย็นเยียบ มองดูเศษซากของความมืดที่กำลังพังทลายลง “ถ้าแกคิดจะใช้ความหลังมาหลอกหลอนฉัน... คราวหน้า จงส่งอะไรที่มันเจ็บปวดยิ่งกว่านี้มา ไม่อย่างนั้น กำปั้นต่อไปของฉัน จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหัวของฉันแน่!”
*เพล้ง!*
มิติสีดำแตกกระจายออกราวกับกระจกเงาที่ถูกค้อนทุบ
เรย์สะดุ้งเฮือก สูดอากาศเย็นเยียบของดันเจี้ยนเข้าเต็มปอด กลิ่นคาวเลือดและโอโซนจากพลังเวทจริงปะทะเข้ากับใบหน้า เขากลับมายังห้องโถงศิลาชั้นลึกสุดแล้ว กำปั้นขวาของเขายังคงมีควันสีขาวลอยกรุ่น และตรงหน้าของเขาคือร่างของโกเลมพิทักษ์ประตูที่หัวแหลกละเอียดเป็นผงจากการโจมตีครั้งก่อนหน้าที่เขาจะหลุดเข้าไปในภวังค์
“เรย์! นายได้สติแล้ว!”
เสียงหวานที่เจือความเหนื่อยล้าดังขึ้น เอลิน่าทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ดาบยาวในมือของเธอเต็มไปด้วยรอยบิ่น เลือดสีม่วงของมอนสเตอร์เปรอะเปื้อนไปทั่วชุดเกราะสีเงินที่เคยงดงาม บนแผ่นหลังของเธอมีรอยแผลลึกที่เลือดกำลังไหลซึมออกมาอย่างน่ากลัว เธอคงเข้ามารับการโจมตีแทนเขาในช่วงเวลาที่เขาติดอยู่ในภาพหลอน
เรย์ไม่รอช้า เขาสาวเท้าเข้าไปหาเธอ ย่อตัวลงแล้ววางฝ่ามือลงบนบาดแผลของเธอทันที แสงสีทองอบอุ่นสว่างวาบขึ้น บาดแผลฉกรรจ์บนหลังของเอลิน่าเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อและผิวหนังประสานกันสนิทในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
“เธอปลอดภัยแล้ว เอลิน่า” เรย์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง แต่แววตายังคงความเด็ดขาด “ฉันจัดการความมืดนั่นได้แล้ว ประตูสู่ห้องผนึกส่วนลึกเปิดออกแล้วล่ะ”
เอลิน่าถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากบางขยับยิ้มบางๆ “ฉันรู้อยู่แล้ว... ว่าคนอย่างนายไม่มีทางยอมแพ้เรื่องพรรค์นั้นหรอก”
เธอพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีเรย์ช่วยประคอง แสงคบเพลิงจากผนังหินส่องกระทบให้เห็นประตูบานยักษ์ที่แกะสลักลวดลายโบราณ ซึ่งบัดนี้รอยผนึกเวทมนตร์ได้สลายไปแล้ว เหลือเพียงทางเดินทอดยาวสู่ห้องสมบัติและแกนกลางดันเจี้ยน
ทว่า ในจังหวะที่เรย์กำลังจะก้าวเดินเคียงข้างเธอไปข้างหน้า สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนพื้นหินอ่อน
เงาของเอลิน่าที่ทอดยาวไปตามแสงไฟ...
เงาของเธอไม่ได้กำลังถือดาบยาวเหมือนตัวจริง แต่มันคือเงาร่างของอสูรที่มีเขาโค้งงอขนาดใหญ่ พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างอันวิปริตของจอมมารคาร์ลอส และในมือของเงานั้น กำลังเงื้อกริชสีดำทมิฬจ่ออยู่ที่ลำคอของร่างจริงของเอลิน่าอย่างเงียบเชียบ!
***
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้การเดินทางของหมอสายลุยคนนี้นะครับ!
ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 41
ความมืดมิดภายใน
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!