ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS•ตอนที่ 13

ความขัดแย้งในกิลด์

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“ถ้าจะให้ข้าพเจ้ายอมรับ ‘ฮีลเลอร์’ ที่เอาแต่พุ่งไปต่อยหน้ามอนสเตอร์แทนที่จะร่ายเวทรักษาพวกเรา... ข้าพเจ้าว่าเราควรยุบกิลด์ทิ้งตั้งแต่วันนี้เสียดีกว่า” เสียงของ ‘คาร์ล’ อัศวินเกราะหนักประจำทีมกิลด์อันดับหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมกลยุทธ์ ฝ่ามือหนาที่ห่อหุ้มด้วยถุงมือเหล็กฟาดลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดรอยร้าว สายตาของเขาไม่ได้มองที่หัวหน้ากิลด์อย่างเอลิน่า แต่มันจ้องเขม็งมาที่เรย์ ผู้ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้าเรียบเฉย เรย์ไม่ได้สะทกสะท้าน เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบช้าๆ พลางกวาดสายตามองสมาชิกคนอื่นๆ ในห้อง บ้างก็หลบตา บ้างก็แสดงออกชัดเจนว่าเห็นด้วยกับคาร์ล ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเรย์ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แต่มันคือความว่างเปล่าของคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน “การฟื้นฟูคือหน้าที่ของฮีลเลอร์ ไม่ใช่การแย่งตำแหน่งดาเมจ” คาร์ลกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ “เมื่อวานในดันเจี้ยนระดับ B นายพุ่งเข้าไปอัดบอสจนเกราะแตกนั่นน่ะเหรอที่เรียกว่าการสนับสนุน? ถ้าวันนั้นบอสไม่ได้ติดสตันเพราะหมัดของนายไปโดนจุดตายพอดิบพอดี ทีมเราคงถูกกวาดล้างไปแล้ว!” “แล้วผมรอดไหมล่ะ?” เรย์วางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบของแก้วกับโต๊ะดังก้องกังวานเหมือนเสียงประกาศิต “ผมรอด และทีมก็รอด แถมยังจบดันเจี้ยนได้เร็วขึ้นสิบนาที คุณจะเกลียดวิธีการของผมก็ไม่ผิด แต่ช่วยแยกแยะระหว่าง ‘ผลลัพธ์’ กับ ‘ความอคติ’ ให้ขาดด้วยนะครับ” เอลิน่าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะถอนหายใจยาว เธอใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองทุกคนในห้อง “กิลด์ของเราต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่ตายตัว เรย์พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถประยุกต์ใช้เวทฮีลเพื่อสร้างดาเมจมหาศาลได้ ใครที่ไม่พอใจ เชิญยื่นเรื่องขอแยกตัวออกไปได้ตั้งแต่วินาทีนี้” คำประกาศิตของหัวหน้ากิลด์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะกลายเป็นไอระเหย สมาชิกหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบ ความขัดแย้งไม่ได้อยู่ที่ตัวเรย์เพียงคนเดียว แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง ‘ระเบียบวิธีที่คุ้นเคย’ กับ ‘วิถีใหม่ที่ทรงพลังจนน่ากลัว’ เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาไม่ได้มองคาร์ลอีกต่อไป แต่เดินไปที่บอร์ดวางแผนการรบที่ติดภารกิจถัดไปไว้ “พวกคุณกังวลเรื่องตำแหน่งใช่ไหม? กลัวว่าถ้าฮีลเลอร์เก่งเกินไป บทบาทของพวกคุณจะลดลงหรือเปล่า?” เขาใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนแผนที่ดันเจี้ยนระดับ S ที่กำลังจะมาถึง “ถ้าพรุ่งนี้เราลงดันเจี้ยนกัน ผมจะ ‘ไม่’ ใช้หมัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ถ้าใครในกลุ่มนี้พลาดจนบาดเจ็บสาหัส ผมก็จะไม่ ‘ฮีล’ ให้เช่นกัน แลกกันไหมครับ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอย่างเฉียบพลัน คำท้าทายของเรย์ไม่ใช่การขู่ แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิต “คุณพูดเองนะเรย์” คาร์ลแค่นหัวเราะ “ถ้าพรุ่งนี้พวกเราพลาดแม้แต่นิดเดียว แล้วนายไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย... ฉันจะถือว่านั่นคือการฆาตกรรม” “ผมเป็นหมอครับคาร์ล” เรย์ขยับยิ้มที่มุมปาก แต่ดวงตากลับไร้ความรู้สึก “หมอน่ะ... มีสิทธิ์เลือกว่าจะรักษาใคร และมีสิทธิ์เลือกว่าจะปล่อยให้ใครตายไปพร้อมกับความอีโก้ของตัวเอง” ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมา ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง! ร่างของสายลับประจำกิลด์ทรุดลงกับพื้นด้วยสภาพสะบักสะบอม เลือดสีเข้มไหลนองจากบาดแผลที่หน้าอก “หัวหน้า... ดันเจี้ยนลับที่พวกเราเฝ้าจับตาดู... มันไม่ใช่ดันเจี้ยนแล้วครับ แต่มันคือ ‘รัง’!” ยังไม่ทันที่เอลิน่าจะได้เอ่ยถาม เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานกิลด์ก็ดังขึ้นจากภายนอก หน้าต่างบานใหญ่ของห้องประชุมแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาดำมหึมาที่แผ่ไอสังหารระดับที่ไม่มีใครในกิลด์เคยสัมผัสมาก่อน เรย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่หน้าอกของเงาดำนั้น... มันไม่ใช่บอสดันเจี้ยน แต่มันคือ ‘สัญลักษณ์ของจอมมารคาร์ลอส’ ที่ถูกตีตราบนร่างของอดีตหัวหน้ากิลด์ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! หมอเทวะแรงก์ SSS อย่างผม หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับก้าวย่างของเรย์ในศึกครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์สายหมัดสั่ง: ต่อยหน้าบอสทะลุเกราะด้วยสกิลฟื้นฟูระดับ SSS นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%