พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 10

เมื่อวิทยาศาสตร์พ่ายแพ้

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
เข็มทิศทองเหลืองในมือของดร.รินรดาไม่ได้เสียสติ—แต่มันกำลังหมุนวนเป็นบ้าเป็นหลังด้วยความเร็วที่ไม่อ้างอิงกฎแรงดึงดูดหรือสนามแม่เหล็กโลกใดๆ ทั้งสิ้น เสียง "ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก..." ของเข็มโลหะที่กระทบกับกรอบกระจกดังแข่งกับเสียงหอบหายใจของหญิงสาว ภายในซากโบราณสถานอายุกว่าพันปีที่ถูกโอบล้อมด้วยรากไทรโบราณ ปรสิตพืชสีดำสนิทเหล่านี้ไม่ได้แค่เลื้อยเกาะอิฐศิลาแลง แต่มันกำลังสั่นไหว... สั่นไหวราวกับมีชีวิต ราวกับเส้นเลือดนับล้านเส้นกำลังสูบฉีดของเหลวสีดำใต้เปลือกไม้ "มันเป็นไปไม่ได้..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธAแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ความมั่น 100% ในฐานะศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีผู้ใช้เหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์ค้ำจุนชีวิตกำลังถูกบดขยี้จนแหลละเอียดคามือ เธอกวาดสายตามองหน้าจอแท็บเล็ตภาคสนามที่บันทึกค่าอุณหภูมิและความดัน—ตัวเลขบนหน้าจอดิ่งวูบลงจากยี่สิบห้าองศาเซลเซียสสู่ติดลบภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที คราบน้ำแข็งบางเฉียบเกาะพราวบนหน้าจอแก้ว ทั้งที่ไอน้ำในป่าดิบชื้นควรจะควบแน่นเป็นหยดน้ำไม่ใช่เกล็ดน้ำแข็ง อัคนียืนพิงเสาศิลาแลงอยู่ห่างออกไปสามก้าว ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างหรี่มองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบผิดคาด ในมือขวาของเขา คาถาอาคมแผ่นหนังเสือที่ม้วนเก็บไว้ถูกกำชับแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน พรานหนุ่มไม่ได้พูดคำว่า "ผมเตือนคุณแล้ว" ออกมาแม้แต่คำเดียว—และความเงียบนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำถากถางใดๆ เสียอีก "อุณหภูมิลดลงแปดองศาในสามวินาที แรงดันอากาศในห้องโถงนี้ต่ำกว่าภายนอกเกือบครึ่ง..." รินรดาพยายามดึงสติด้วยการอ้างอิงหลักฟิสิกส์ น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ "นี่... นี่มันคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอะไรบางอย่าง รอยเลื่อนใต้พิภพ? หรือมีก๊าซมีเทนรั่วไหลออกมาจากโพรงหิน?" อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันต่อความดื้อรั้นของมนุษย์ผู้พยายามหาเหตุผลให้สิ่งเหนือธรรมชาติ "ก๊าซมีเทนทำให้เข็มทิศชี้เข้าหาศพที่ไร้หัวกลางห้องนั้นได้ด้วยหรือครับ ศาสตราจารย์" อัคนีพยักเพยิดไปทางเบื้องหน้า รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอบังคับให้สองเท้าก้าวไปข้างหน้า แม้เข่าทั้งสองข้างจะสั่นเทาจนแทบพยุงร่างไม่ไหว ไฟฉายแรงสูงในมือสาดลำแสงสีขาวนวลฝ่าความมืดสลัวไปยังแท่นหินใจกลางห้องโถง—ที่ซึ่งร่างของมนุษย์โบราณในชุดนักบวชโบราณนั่งคุดคู้อยู่บนแท่นศิลา ร่างนั้นแห้งกรังเป็นมัมมี่ แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของนักวิชาการสาวเย็นเฉียบ คือ "ศีรษะ" ของมัมมี่ไม่ได้อยู่บนบ่า หากแต่ร่วงหล่นอยู่บนตัก และในเบ้าตากลวงโบ๋คู่นั้น... กำลังมีแสงเรืองรองสีเขียวมรกตพวยพุ่งออกมาเป็นระลอก "ความเชื่อมั่นของผมกับคุณมันต่างกันตรงนี้แหละครับ" อัคนีเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ กลิ่นอายจางๆ ของว่านมหัศจรรย์และธูปโบราณโชويมาจากตัวพรานหนุ่ม "คุณเชื่อว่าสิ่งที่อธิบายไม่ได้ แปลว่ายังไม่มีการค้นพบคำตอบ... แต่วิชาความรู้ของมนุษย์มันมีขีดจำกัดครับ รินรดา บางสิ่งที่บรรพบุรุษเราสร้างขึ้นด้วยเลือดและคำสาป มันไม่ได้รอให้วิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ แต่มันรอให้คนที่ไม่เจียมตัวเดินเข้ามาท้าทายต่างหาก" รินรดาหันขวับมามองหน้าเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกผสมผสานกับความโกรธกรุ่น "คุณจะบอกว่าทั้งหมดนี้คือ... เวทมนตร์งั้นเหรอคะ? โลกนี้ไม่มี..." เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค ประโยคคัดค้านก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ แสงสีเขียวมรกตจากเบ้าตามัมมี่ก็สว่างวาบขึ้นจนแสบตา ลมพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นกลางห้องโถงอย่างไร้ที่มา ใบไม้แห้งและฝุ่นผงนับล้านถูกดูดหมุนวนรอบแท่นศิลา เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบานับร้อยเสียงดังระงมขึ้นจากทุกทิศทุกทาง—ไม่ใช่เสียงก้องสะท้อน แต่เป็นเสียงกระซิบที่ดังมาจาก *ข้างใน* โสตประสาทของคนทั้งคู่ เป็นภาษาโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดในยุคปัจจุบันเข้าใจ แต่จิตใต้สำนึกกลับแปลความหมายมันออกมาได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง *“ผู้ใด... ล่วงล้ำ... เขตอาคม... ต้องชดใช้ด้วย... ดวงวิญญาณ...”* แท็บเล็ตในมือรินรดาร่วงหล่นกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด เมื่อเธอสังเกตเห็นว่า เงาดำทึบที่ทอดตัวอยู่บนผนังศิลา... เงาของมัมมี่ไร้หัวตัวนั้น กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยที่ร่างจริงบนแท่นยังคงนั่งนิ่งสนิท! อัคนีขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาว มือหนากระชากแขนเรียวของศาสตราจารย์สาวให้ถอยหลังสุดแรง ร่างทั้งสองเซถลาไปกระแทกกับเสาหินด้านหลัง ขณะที่เงาดำมหึมาพุ่งทะยานผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ไปชนเข้ากับผนังศิลาจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว อิฐโบราณร่วงหล่นลงมาปิดกั้นทางออกเดียวของห้องโถงจนมืดสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงแสงสลัวจากปลายธูปในย่ามของอัคนีที่ยังคงส่งแสงสีแดงเรืองรองตัดกับความมืด อัคนีกดร่างของรินรดาให้หมอบราบลงกับพื้น ลมหายใจของชายหนุ่มอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอในระยะประชิด ท่ามกลางความตึงเครียดระดับความเป็นความตาย รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก แต่มันไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างเดียว... สายตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของอัคนีในความมืด ดวงตาที่เด็ดเดี่ยว มั่นคง และพึ่งพาได้ในยามที่โลกตรรกะของเธอล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง "ยังคิดว่านี่คือปรากฏการณ์ก๊าซธรรมชาติอยู่ไหมครับ... ศาสตราจารย์?" เสียงกระซิบของอัคนีทุ้มต่ำและชิดริมหู แฝงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากแม้ในสถานการณ์วิกฤต รินรดานิ่งงด เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความทิฐิและกรอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์สลายกลายเป็นจุล เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น "ฉัน... ฉันควรทำยังไงต่อ..." อัคนีไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ เอื้อมมือหยิบมีดหมออาคมเล่มยาวออกจากเอว พร้อมกับเหลือบสายตากลับไปมองยังทิศทางของแท่นศิลาเบื้องหน้า ในความมืดที่เงียบสงบ มีเสียงฝีเท้าหนักๆ... *ก้าว... ก้าว... ก้าว...* กำลังเดินวนรอบตัวพวกเขา เสียงนั้นไม่ได้เหยียบบนพื้นดิน แต่ลอยอยู่เหนือพื้นราวคืบหนึ่ง และมันกำลังขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทุกที และก่อนที่อัคนีจะทันได้พึมพำคาถาบทใดออก แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นจากซากอิฐที่ถล่มปิดทางออก—เผยให้เห็นร่างของใครอีกคน... คนที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แห่งนี้ ยืนยันรอยยิ้มเยียบเย็นอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันอาคม! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงอาคมมา ณ ที่นี้นะครับ - เพชรตาเสือโบราณ -
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%