กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีเข้าจมูกของอัคนีทันทีที่เปลวไฟในกองฟืนสะดุดวูบ ความเงียบงันยามดึกสงัดในป่าดิบชื้นไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงลมหายใจที่ผิดจังหวะของ “สมชาย” ลูกหาบวัยกลางคนผู้ทำหน้าที่แบกสัมภาระอาคมให้กับคณะสำรวจ แสงเพลิงสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าที่บิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีดำสนิทบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความขุ่นมัวราวกับไข่ขาวต้มสุก เส้นเลือดปูดโปーンตามลำคอและขมับเต้นตุบๆ ราวกับมีปรสิตกำลังดิ้นรนอยู่ใต้ผิวหนัง
“อาจารย์... ผมหนาว”
เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอของสมชายแหบแห้งและต่ำพร่าจนแทบไม่ใช่เสียงมนุษย์ มือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการปีนป่ายไต่เขาค่อยๆ เอื้อมหยิบมีดพกประจำตัวขึ้นมา ช้าๆ ทว่ามั่นคงอย่างไร้ความลังเล
“สมชาย วางมีดลงเดี๋ยวนี้ นั่นไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือความปลอดภัยของคุณ” อัคนีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด มือขวาของพรานหนุ่มขยับเข้าใกล้ซองหนังบรรจุมีดอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างแนบเนียน สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสถานการณ์ ดวงตาคู่นั้นผ่านความตายมามากพอที่จะรู้ว่า ตอนนี้จิตวิญญาณของสมชายไม่ได้อยู่ในร่างนี้อีกต่อไปแล้ว
ดร.รินรดา ซึ่งกำลังก้มหน้าบันทึกข้อมูลทางโบราณคดีลงในแท็บเล็ตกันกระแทก สะดุ้งสุดตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ตรรกะและเหตุผลที่เธอใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดชีวิตการเป็นนักวิชาการกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อเห็นอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากปากของทุกคนในแคมป์
“คุณอัคนี เกิดอะไรขึ้น... เขาเป็นไฮโธร์เมียหรือเปล่า หรือว่าสารเคมีตกค้างจากดินในซากโบราณสถาน?” รินรดาพยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ แม้เสียงของเธอจะสั่นเครือจนปิดไม่มิด
“วิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องของแรงอาคมไม่ได้ทุกเรื่องหรอกครับ ดร.รินรดา” อัคนีตอบโดยไม่ละสายตาจากสมชาย “โดยเฉพาะเมื่อเราเหยียบย่างเข้ามาในเขตอาณาของ ‘เจ้าที่’ ที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย... ถอยไปอยู่หลังผมซะ”
ประโยคคำสั่งที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาดนั้น ทำให้รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยอมถอยหลังไปสองก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าศักดิ์ศรีของนักวิชาการผู้ไม่เชื่อเรื่องงมงายก็ยังทำให้เธอแย้งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด
“ไร้สาระ... วิญญาณบ้าบออะไรกัน มันก็แค่ภาวะจิตหลอนหมู่จากความเหนื่อยล้าในป่าลึก!”
“ถ้าคุณคิดว่าเป็นแค่เรื่องหลอน เชิญพิสูจน์ด้วยตาตัวเองสิครับ” อัคนีกล่าวสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ชั่วพริบตานั้น สมชายก็พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ร่างท้วมนั้นลอยละลิ่วผ่านกองไฟราวกับไร้น้ำหนัก มีดสั้นในมือพุ่งตรงไปยังจุดตายของศาสตราจารย์สาวทันที
รินรดาส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหมุดล่องหน เธอทำได้เพียงหลับตาปี๋และยกแขนขึ้นป้องใบหน้าตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มแตกกระจายเมื่อสันมีดอาคมของอัคนีปัดป้องคมมีดของสมชายได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้พรานหนุ่มต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่อัคนีไม่มีเวลาให้เสียดายแรง เขาพลิกข้อมือซัดฝ่ามือกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของลูกหาบผู้เคราะห์ร้ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับท่องคาถาชำระอาคมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับ
“นะโม พุทธายะ อะ สิ สู่ วิญญาณเอ๋ย จงกลับคืนสู่ร่าง!”
สมชายสะท้านเฮือก ดวงตาที่ขุ่นมัวเบิกโพลง ร่างกายกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะหมดสติและล้มพับลงไปนอนกองกับพื้นดินชื้นแฉะ ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของอัคนีและเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึกของรินรดา
ศาสตราจารย์สาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความเชื่อมั่นในหลักการเหตุผลของเธอสั่นคลอนจนแทบพังทลาย ความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้ที่น่ากลัว—ที่นี่... ไม่มีพื้นที่ให้ความหยิ่งยโสทางวิชาการหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอหันมามองอัคนีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความแข็งกร้าวและท่าทีถือดีมลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางของมนุษย์ผู้หลงทางในดินแดนสนธยา
“คุณ... คุณทำได้ยังไง” เธอกระซิบถาม เสียงสั่นเทาเล็กน้อย
อัคนีเก็บมีดอาคมเข้าฝัก สายตาคมมองสำรวจร่างของสมชายที่ยังคงหายใจรวยริน ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับศาสตราจารย์สาว แสงไฟจากกองฟืนที่เหลือเพียงริบหรี่สะท้อนเงาบนใบหน้าครึ่งซีกของพรานหนุ่ม ทำให้เขาดูราวกับรูปสลักโบราณที่เต็มไปด้วยความลับ
“เพราะผมยอมรับความจริงในสิ่งที่มองไม่เห็นครับ ดอกเตอร์” อัคนีตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม “และถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะใช้ไม้บรรทัดทางวิทยาศาสตร์มาวัดทุกตารางนิ้วของป่าผืนนี้... ศพต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่ลูกหาบธรรมดา แต่อาจจะเป็นตัวคุณเอง”
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชาวาบไปทั้งร่าง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกพึ่งพาอาศัยผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ศักดิ์ศรีจะคค้าน แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดบอกเธอชัดเจนว่า ในค่ำคืนนี้ เธอไม่มีทางรอดออกไปจากป่าแห่งนี้ได้เลย หากไม่มีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง
“ฉัน... เข้าใจแล้วค่ะ... เอ๊ย... เข้าใจแล้วครับ” รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิม แต่เธอก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อแสดงความยอมจำนนต่อสถานการณ์ “ฉันต้องทำอย่างไรต่อ เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก?”
อัคนีมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกระหว่างความเย้ยหยันหรือความเห็นอกเห็นใจ
“คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับ ดอกเตอร์ และนี่เป็นแค่การทักทายจากเจ้าบ้านเท่านั้น” อัคนีพูดพร้อมกับโยนฟืนท่อนสุดท้ายลงในกองไฟที่กำลังจะมอดดับ “สิ่งที่เราต้องทำคือห้ามหลับ... เพราะถ้าใครหลับในคืนแรมนี้ วิญญาณของเขาจะถูกดึงลงไปแทนที่คนในหลุมศพโบราณนั้นถาวร”
รินรดากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เธยขยับเข้าไปนั่งใกล้กับอัคนีมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบชิดกัน ความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับทำให้กำแพงอุดมการณ์ที่เคยสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังตั้งสมาธิเฝ้าระวังความผิดปกติรอบตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็เริ่มดังขึ้นจากความมืดมิดนอกรัศมีแสงไฟ...
*ก๊อบ... แก๊บ...*
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า และไม่ใช่เสียงของคนในคณะสำรวจที่นอนหลับอยู่ แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่เดินวนเป็นวงกลมรอบแคมป์อย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... เสียงฝีเท้านั้นดังมาจากทิศทางของหน้าผาสูงชันที่ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะปีนขึ้นไปได้ในยามวิกาล
อัคนีชักมีดอาคมออกจากฝักอีกครั้ง ร่างกายเกร็งเครียดพร้อมปะทะ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอยื่นมือไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของอัคนีไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นสะท้อนความกลัวสุดขั้วหัวใจ
“นั่น... เสียงอะไร?” เธอกระซิบถามเสียงสั่น
อัคนีไม่ตอบในทันที เขารอจนกระทั่งเสียงฝีเท้านั้นหยุดลงตรงหน้าพุ่มไม้ทึบห่างจากกองไฟไม่ถึงห้าเมตร ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งจะก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับแสงสะท้อนจากวัตถุโลหะสีเงินวาววับในมือเงาร่างนั้น... มันคือ ‘เข็มทิศทองคำโบราณ’ ชิ้นเดียวกับที่ปู่ของรินรดาเคยถือครองก่อนจะหายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงอาคมมา ณ ที่นี้นะครับ
- เพชรตาเสือโบราณ -
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 9
คืนแรมที่ห้ามหลับใหล
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!