เสียงกระสุนปืนไรเฟิลขนาด .308 ที่เจาะแหวกอากาศผ่านกิ่งไม้หนาทึบด้วยความเร็วเหนือเสียง ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่ "อัคนี" เท่ากับประกายไฟสีเขียวมรกตที่พุ่งตามหลังหัวกระสุนมาติดๆ นั่นคือร่องรอยของ "ตะกรุดมหาอุด" ที่ถูกปลุกเสกด้วยอาคมสายดำ มันไม่ใช่แค่กระสุนเหล็กธรรมดา หากแต่ถูกอาบด้วยพลังจิตอันมืดมิดที่หวังจะเจาะทะลวงทั้งเกราะกำบังทางกายและอาคมป้องกันตัว
"หมอบลงครับ ด็อกเตอร์!"
อัคนีตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าชาร์จร่างของ "ดร.รินรดา" จนล้มกลิ้งไปหลบหลังโขดหินศิลาแลงโบราณที่ขึ้นตะไคร่น้ำเขียวขจี แรงปะทะทำให้เศษดินและใบไม้ร่วงกราว กลิ่นอายของดินชื้นและควันดินปืนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสาบสางของไสยเวทที่ลอยมาตามลม
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น แววตาของนักโบราณคดีสาวที่เคยเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ บัดนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเพิ่งเห็นกับตา—หัวกระสุนนัดแรกกระทบเข้ากับอากาศว่างเปล่าหนาแน่นห่างจากหัวไหล่เธอไม่ถึงคืบ เกิดเสียงดังสนั่นราวกับเหล็กกระทบเหล็ก ก่อนที่กระสุนลูกนั้นจะแหลกละเอียดเป็นผุยผง
"นั่น... มันเรื่องบ้าอะไรกัน?" รินรดาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกปนโกรธขึง แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเหนือธรรมชาติ แต่วินิจฉัยของเธอยังคงทำงาน "ฟิสิกส์อธิบายเรื่องนี้ไม่ได้... มันคืออะไร อัคนี?"
"มันคือกระสุนอาคมครับ ด็อกเตอร์" อัคนีตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างกวาดมองไปทั่วผืนป่าทึบเบื้องหน้า สัญชาตญาณพรานป่าบอกเขาว่าพวกมันมีไม่ต่ำกว่าสี่คน และทั้งหมดไม่ใช่พรานรับจ้างทั่วไป แต่เป็น 'มืออาชีพ' ฝ่ายมืดที่ถูกว่าจ้างมาเพื่อปิดปากและแย่งชิงศิลาจารึก "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่โบราณวัตถุ แต่พวกมันต้องการให้เรากลายเป็นปุ๋ยฝังรากอยู่ใต้ดินนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงหรีดหิวของแมลงป่าและเสียงลมพัดยอดไม้ไหว อัคนีค่อยๆ ดึงลูกเลื่อนปืนลูกซองยาวคู่ใจออก ตรวจสอบกระสุนบรรจุภายใน นิ้วมือหยาบกร้านผ่านการผ่านศึกมาโชกโชนสัมผัสผิวโลหะเย็นเฉียบ เขาเหลือบมองรินรดาที่กำลังพยายามตั้งสติ มือเรียวของเธอกำดินแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ
"คุณยังเชื่อว่าทุกอย่างมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ไหมครับ" อัคนีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มหยันจางๆ ที่มุมปาก เป็นการเย้าแหย่ในสถานการณ์คอขาดบาดตายที่ทำให้อีกฝ่ายต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
"เก็บปากไว้หายใจเถอะครับพรานอัคนี" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อย "ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้ ฉันจะเขียนวิทยานิพนธ์ล้างบางความงมงายพวกนี้ให้หมดแน่"
*เปรี้ยง!*
เสียงปืนนัดที่สองคำรามขึ้น กระสุนเจาะทะลุผ่านพุ่มไม้หนาพุ่งเฉียดหัวโขดหินไปนิดเดียว เศษหินคมกริบแตกกระจายบาดเข้าที่แก้มของรินรดาจนมีเลือดซึม สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกขั้นสุด ความจริงตรงหน้าบดขยี้ทฤษฎีทั้งหมดที่เธอร่ำเรียนมาจนไม่เหลือชิ้นดี
อัคนีไม่รอช้า เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนครึ่งหนึ่ง ยกปืนลูกซองเล็งไปยังทิศทางที่เสียงปืนคำราม เสียงกระซืบท่องคาถากำราบภูตผีปีศาจดังลอดริมฝีปากหนาเบาๆ "นะโม พุทธายะ มะอะอุ..." สิ้นคำบริกรรม กระสุนในรังเพลิงก็ถูกอาบด้วยแสงสีส้มเรืองรองจากพลังจิตและคาถาอาคมที่สะสมมาแรมปี
*ปัง!*
แรงสะท้อนจากปืนลูกซองกระแทกหัวไหล่ของอัคนีจนกล้ามเนื้อเกร็งกระตุก แต่ผลลัพธ์นั้นคุ้มค่า เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังมาจากพุ่มไม้ห่างออกไปราวสามสิบเมตร ตามด้วยเสียงร่างหนักๆ ล้มลงกระแทกพื้นดิน และกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังที่ถูกอาคมแผดเผา
"หนึ่งตัวครับ ยังเหลืออีกสาม" อัคนีพูดพึมพำกับตัวเอง แต่รินรดาได้ยินชัดเจน
"พวกมันเป็นใคร ทำไมต้องตามล่าเราขนาดนี้" รินรดากัดฟันถาม พยายามขยับตัวเข้าไปชิดแผ่นหลังของพรานหนุ่ม แม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ในยามคับขัน สัญชาตญาณมนุษย์ย่อมโหยหาที่พึ่งพิง และแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของอัคนีก็ให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
"คนที่อยากได้ความลับของนครโบราณ... และคนกลุ่มเดียวกับที่ฆ่าพ่อผมเมื่อสิบปีก่อน" อัคนีตอบเสียงต่ำ แววตาคู่คมฉายประกายความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ ชั่วพริบตานั้น มิติสีเทาในตัวของพรานหนุ่มก็เด่นชัดขึ้น เขาไม่ใช่แค่คนปกป้องเธอจากอันตราย แต่เขาคือผู้ล่าที่กำลังรอเวลาชำระบัญชีเลือด
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมป่าที่เคยพัดโชยกลับหยุดนิ่งสนิท ไอหมอกสีขาวจัดเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว ปกคลุมข้อเท้าของทั้งคู่จนมองไม่เห็นพื้น ความหนาเย็นยะเยือกแล่นริ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง เสียงกระซิบกระซาบภาษาโบราณที่ไม่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทุกทิศทุกทาง ราวกับมีคนนับร้อยกำลังพูดพร้อมกันในความมืด
"ระวังตัวครับ! พวกมันไม่ได้มาแค่คน" อัคนีหน้าเปลี่ยนสี เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การซุ่มยิงธรรมดา แต่เป็นการใช้ "คุณไสยมนต์ดำ" ระดับสูงเพื่อปิดล้อมพื้นที่
รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก หน้าอกแน่นทึบราวกับถูกกดทับด้วยน้ำหนักมหาศาล ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว แสงไฟฉายในมือกระพริบไหวและดับลงเหลือเพียงความมืดมิด ทว่า... ในความมืดนั้น กลับมีเงาร่างสีดำมหึมาหลายร่างกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่ไร้เสียง
ก่อนที่อัคนีจะทันได้ลั่นไกปืนใสเงาร่างปริศนาที่พุ่งตรงเข้ามา ร่างของใครคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ ยืนขวางกั้นระหว่างพวกเขากับกลุ่มคนร้าย
เงาร่างนั้นสวมชุดพรานป่าสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซีกเงาสลัวบังไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอัคนีหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนหลังมือขวา—รอยแผลเดียวกับที่พ่อของเขาเคยมี ก่อนจะหายสาบสูญไปในป่าต้องห้ามแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน
"พ่อ..." อัคนีพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พรานผู้เยือกเย็นแสดงอาการหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงอาคมมา ณ ที่นี้นะครับ
- เพชรตาเสือโบราณ -
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 8
กับดักวิญญาณ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!