พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 7

ร่องรอยแห่งอารยธรรมที่สาบสูญ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของหินโบราณและละอองสปอร์ของเชื้อราบางชนิด ตลบอบอวลอยู่ในโพรงถ้ำลึกจนแทบทำให้ระบบหายใจปั่นป่วน อัคนีใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบคมมีดอาคมเหน็บเอวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของพรานป่าส่งเสียงเตือนภัยก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่ความมืดมิดที่น่ากลัว แต่เป็นความเงียบงันที่ผิดธรรมชาติ—ราวกับว่าผืนป่ารอบด้านกำลังกลั้นหายใจรอคอยอะไรบางอย่าง ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว แสงไฟฉายคาดหัวของ ดร.รินรดา สาดส่องไปยังผนังหินตรงหน้า ลำแสงสีขาวนวลเผยให้เห็นโครงสร้างที่ถูกกาลเวลาฝังกลบไว้ใต้ชั้นตะกอนดินและรากไม้ยักษ์ "ตรงนี้... มันไม่ใช่แค่โพรงถ้ำธรรมชาติแล้วครับ" อัคนีเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบ "รอยสกัดหินพวกนี้เรียบเนียนเกินไป ช่างฝีมือยุคโบราณใช้ลิ่มทองสำริดในการกะเทาะหิน ไม่ใช่เครื่องมือเหล็กกล้า" รินรดาไม่ได้ตอบทันที เธอคุกเข่าลง ใช้แปรงขนนุ่มปัดคราบดินสีแดงเข้มออกจากผิวหินอย่างเบามือราวกับกลัวมันจะแตกสลาย แว่นตาเลนส์บางสะท้อนแสงไฟวับวาว ดวงตาคู่คมจดจ้องรายละเอียดตรงหน้าด้วยความหลงใหลที่ระคนความตื่นตะลึง "ไม่ใช่แค่รอยสกัดหินธรรมดาหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รินรดาชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้คำพูด ดวงตาคู่สวยเหล่มองพรานหนุ่มด้วยความหงุดหงิดระคนขัน "คุณนี่มัน... ทำให้ฉันติดนิสัยพูดจาเป็นทางการตามไปด้วยทุกที" อัคนีมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ถึงดวงตา "ผมถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันครับ ศาสตราจารย์... คนเรามักจะซึมซับนิสัยของคนที่ตนเองต้องระแวดระวังตัวเป็นพิเศษ" "ฉันไม่ได้ระแวดระวังตัว ฉันแค่วิเคราะห์ความเสี่ยง" รินรดาตอบสวนทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความเข้มงวดตามวิสัยของนักวิชาการที่ยอมหักไม่ยอมงอ "และในฐานะนักโบราณคดี ความเสี่ยงที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้ไม่ใช่คุณ แต่คือสิ่งที่ถูกฝังอยู่หลังผนังหินตรงหน้านี้ต่างหาก" สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาคือซากสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์—ซุ้มประตูหินทรายสีดำสนิทที่สูงตระหง่านทับซ้อนกันถึงสามชั้น ลวดลายสลักบนบานประตูไม่อשกแบบศิลปะทวาระวดีหรือขอมโบราณที่เธอเคยศึกษามา มันเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนและชวนเวียนหัว วงกลมซ้อนทับด้วยสามเหลี่ยม และร่องลึกที่ถูกสลักเป็นอักขระโบราณอันแปลกประหลาด อัคนีขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นอายบางอย่างเตะจมูก—ไม่ใช่กลิ่นสาบสัตว์ป่า ไม่ใช่กลิ่นดินซากพืช แต่มันคือกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยอวลออกมาจากร่องหินอักขระเหล่านั้น "ถอยห่างจากมันหน่อยครับ ดร.รินรดา" อัคนีเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ฉุดให้ถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง รินรดาชักแขนกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าฉายแววไม่พอใจระคนความสงสัย "คุณทำอะไรอีกแล้วเนี่ยคุณอัคนี? ฉันกำลังจะวัดมุมองศาของตัวอักษรเพื่อบันทึกข้อมูลทางมานุษยวิทยา คุณจะมาขัดจังหวะการทำงานทางวิทยาศาสตร์ทุกครั้งที่มีสัญชาตญาณพรานป่าบ้าๆ ของคุณไม่ได้นะ" "วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่ถูกผนึกด้วยเลือดและความแค้น" อัคนีน้ำเสียงจริงจังขึ้น นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองอักขระบนประตูหินไม่วางตา "ดูร่องลึกนั่นสิครับ... มันไม่ได้ถูกสลักด้วยสิ่ว แต่มันถูกกัดกร่อนด้วยของเหลวที่มีความเป็นกรดสูง และถ้าผมเดาไม่ผิด กรดนั้นน่าจะมาจากเลือดของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเซ่นสังเวยตอนที่พิธีกรรมปิดผนึกเริ่มต้นขึ้น" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ เธอหันกลับไปมองอักขระบนหินอีกครั้ง คราวนี้ผ่านเลนส์แว่นขยายขนาดเล็กที่เธอพกติดตัว ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่น แม้เธอจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท แต่ความสมมาตรและร่องรอยการกัดกร่อนที่ผิดปกตินี้ก็ทำให้ทฤษฎีทางธรณีวิทยาของเธอเริ่มสั่นคลอน "มัน... อาจจะเป็นปฏิกิริยาเคมีตามธรรมชาติของหินปูนที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในดินป่าดิบชื้น" รินรดาพยายามหาเหตุผลทางตรรกะมาหักล้าง แม้เสียงของเธอจะแผ่วลงไปถนัดตา "ธรรมชาติไม่เคยสร้างอักษรศาสตร์ที่สะกดจิตคนมองให้รู้สึกคลื่นไส้หรอกครับ" อัคนีพูดเสียงเรียบ ปรายตามองหญิงสาวที่เริ่มมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม "คุณกำลังรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ และรู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบอยู่ข้างหูใช่ไหมครับ?" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะอาการเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ ราวกับว่าอักขระบนประตูหินกำลังส่งคลื่นความถี่บางอย่างเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ "ความอยากรู้อยากเห็นของนักวิชาการ มักจะเป็นเหยื่อชั้นดีของอาคมโบราณเสมอ" อัคนีถอนหายใจยาว ควักผ้ายันต์เก่าคร่ำคร่าสีเหลืองหมองออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก พันมันรอบข้อมือตนเองสองรอบเพื่อตั้งสมาธิ "บรรพบุรุษของผมเคยเตือนไว้... ประตูที่ไม่มีรูกุญแจ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ใครเปิดออก แต่มันสร้างขึ้นเพื่อกักขังสิ่งที่ไม่มีวันตายให้อยู่ข้างในต่างหาก" บรรยากาศในถ้ำเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดังสะท้อนเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง รินรดาหันมาสบตาอัคนี แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยทฤษฎีเริ่มเจือความสั่นไหวเล็กน้อย แต่ความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ก็ยังคงฉายชัดในน้ำเสียงของเธอ "ถ้ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขัง... แล้วทำไมร่องรอยการขุดเจาะรอบฐานประตูถึงเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ล่ะคะ... เอ๊ย... ครับ?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อหลุดปากอีกครั้ง อัคนีชะงัก ก้มมองตามปลายนิ้วของหญิงสาวที่ชี้ไปยังฐานซุ้มประตูหินทราย รอยค้อนเหล็กและร่องรอยการงัดแงะด้วยชะแลงสมัยใหม่ปรากฏชัดเจนบนเนื้อหินโบราณ—มีคนอื่นมาก่อนพวกเขา และร่องรอยนั้นยังใหม่มาก ฝุ่นหินยาวยังไม่ทันถูกกลบด้วยหยาดน้ำค้างในถ้ำ อัคนีกำมีดอาคมในมือแน่นขึ้น สัญชาตญาณพรานป่าบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังตกเป็น "ผู้ตามหลัง" ไม่ใช่ "ผู้บุกเบิก" อย่างที่คิด ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก็ดังแว่วมาจากอุโมงค์มืดเบื้องลึกหลังซุ้มประตูหินนั้น—เสียงที่ไม่มีทางเป็นของมนุษย์ธรรมดา อัคนีผลักรินรดาให้หลบไปข้างเสาหินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักมีดอาคมขึ้นเตรียมพร้อมรับมือในความมืดมิด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงอาคมมา ณ ที่นี้นะครับ - เพชรตาเสือโบราณ -
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%