กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสางของน้ำมันยางนาคละคลุ้งปะปนกันในอากาศยามวิกาล จนแทบทำให้ต่อมรับกลิ่นในโพรงจมูกของอัคนีชาด้าน
นิ้วมือหยาบกร้านภายใต้ถุงมือหนังตวัดลำกล้องกระบอกปืนลูกซองยาวคู่ใจให้แนบชิดกับโครงสร้างรากไม้ตะเคียนยักษ์ที่แผ่พังพานขึ้นมาเหนือพื้นดิน ไอน้ำจากลมหายใจของเขาถูกพ่นออกทางจมูกอย่างแผ่วเบาและระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงกิริยาบทใดเล็ดลอดออกไปทำลายความเงียบงันอันเปราะบางของราวป่าเบื้องหน้า
ระยะห่างระหว่างพวกเขากับลานหินทรายโบราณที่ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมนั้นไม่เกินยี่สิบเมตร แสงไฟจากคบเพลิงสีแดงฉานสาดส่องกระทบโครงกระดูกศิลาและรูปสลักปรักหักพัง บิดเบือนเงาของกลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่างให้ดูคล้ายฝูงอสูรกายกระหายเลือดในคัมภีร์โบราณ
"พวกมันไม่ได้กำลังขุดหาวัตถุโบราณตามที่สันนิษฐานไว้ในรายงานของกรมศิลปากร"
เสียงกระซิบที่ลอยมาตามลมของดร.รินรดาแผ่วเบาเสียจนเกือบกลืนหายไปกับเสียงใบไม้เสียดสีกันหลงเหลือไว้เพียงความสั่นเครือเล็กๆ ในน้ำเสียงที่เจ้าตัวพยายามควบคุมอย่างสุดกำลัง เธอกำกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดขนาดเล็กในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
อัคนีเหลือบสายตาคมกริบภายใต้เงาหมวกไอ้โม่งสีเข้มมองหญิงสาวที่หมอบราบอยู่เคียงข้าง แสงสีแดงวาบจากกองไฟสะท้อนเข้าสู่ดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังของเธอ รินรดาในยามนี้ไม่มีคราบของศาสตราจารย์ผู้เย่อหยิ่งและยึดมั่นในตรรกะแห่งโลกวิชาการหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงหญิงสาวผู้ตกอยู่ในวังวนของความตื่นกลัวและความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังกัดกินศรัทธาของเธอทีละน้อย
"คุณคิดว่าพวกมันกำลังทำอะไรอยู่ล่ะครับ ศาสตราจารย์" อัคนีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ราวกับกำลังสนทนากันเรื่องดินฟ้าอากาศท่ามกลางวงน้ำชา มากกว่าการแอบซุ่มดูพิธีกรรมต้องห้ามของกลุ่มฆาตกร "ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ของคุณพอจะอธิบายกองเลือดสดๆ ที่พวกมันสาดใส่แท่นบูชานั่นได้ไหม หรือมันเป็นเพียงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากการสลายตัวของโปรตีนในเม็ดเลือดแดง"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอไม่ยอมสบตากับเขา แต่สายตายังคงเพ่งมองผ่านเลนส์ขยายไปยังร่างหลายร่างที่ยืนล้อมรอบแท่นศิลา ใจกลางวงล้อมนั้นคือร่างของมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกมึงตรึงไว้ด้วยสลักไม้ไผ่เหลี่ยมคม
"มันคือความงมงาย" เธอกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงพยายามแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "มนุษย์เรามักสร้างเรื่องอภินิหารขึ้นมาเพื่ออำพรางความโหดร้ายที่กระทำต่อกัน พิธีกรรมบ้าๆ นี่ก็แค่การฆาตกรรมหมู่ที่มีฉากหลังเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ เพื่อให้พวกมันรู้สึกว่ามือที่เปื้อนเลือดนั้นมีความชอบธรรม..."
"ถ้ามันเป็นแค่ความงมงาย ทำไมมือของคุณถึงสั่นล่ะครับ"
คำถามทิ่มแทงอย่างตรงไปตรงมาทำให้นิ่งเงียบไปชั่วขณะ รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เธอยอมรับกับตัวเองในความมืดนั้นว่า ความจริงไม่ได้น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่เธอ "ไม่รู้" และสิ่งที่เธอกำลังเห็นอยู่เบื้องหน้านี้ มันอยู่นอกเหนือกรอบความรู้ทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาที่เธอเคยร่ำเรียนมาตลอดชีวิต
เบื้องล่าง ณ ลานพิธี เสียงสวดมนต์ภาษากลุ่มชาติพันธุ์โบราณที่ขาดหายช่วงดังขึ้นเป็นจังหวะคล้ายเสียงหัวใจเต้น ร่างที่ถูกตรึงอยู่บนแท่นศิลาเริ่มบิดเร้าด้วยความเจ็บปวดทรมาน เสียงกรีดร้องโหยหวนปะปนกับเสียงหัวเราะต่ำๆ ของชายผู้สวมชุดคลุมสีดำสนิท ซึ่งยืนอยู่ตำแหน่งประธานในพิธี มือข้างหนึ่งของมันถือมีดโบราณที่อาบด้วยคราบโลหะสีดำสนิท สะท้อนแสงไฟวับแวม
อัคนีหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณดิบของพรานป่าเตือนภัยลั่นระฆังในหัว สมองของเขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ระยะทาง มุมยิง และจำนวนคนร้ายที่มีไม่ต่ำกว่าแปดคน พร้อมอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาไม่ใช่ความโหดร้ายของการสังเวยชีวิตมนุษย์
มันคือ "วัตถุ" ที่วางอยู่บนพานทองเหลืองข้างแท่นบูชา
วัตถุชิ้นนั้นคือแผ่นโลหะจารอักขระขอมโบราณที่ส่องประกายสีเขียวเรืองรองจางๆ ยามเมื่อถูกเปลวไฟจากคบเพลิงกระทบ มันคือชิ้นส่วนหนึ่งของแผนที่สมบัติที่พ่อของเขาเคยตามหา และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องหายสาบสูญไปในป่าลึกแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อัคนีสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากร่างของผู้นำพิธีการ
ชายในชุดคลุมสีดำคนนั้นไม่ได้แค่กำลังสวดบูชาเทพารักษ์หรือภูตผีปีศาจตามความเชื่อท้องถิ่น ทว่า ท่าทางและการเคลื่อนไหวของมัน—โดยเฉพาะรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่หลังมือขวา—ทำให้หัวใจของพรานหนุ่มกระตุกวาบ ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตผุดขึ้นมาในหัวราวกับถูกกระชากลิ้นชัก
"ไอ้ชาติ..." อัคนีพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลม
"คุณว่าอะไรนะ?" รินรดาหันมามองเขาด้วยความสงสัย
"เปล่าครับ..." อัคนีปฏิเสธเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่อย่างเงียบเชียบ "แค่คิดว่าโลกเรามันกลมกว่าที่คิด และนรกมักจะมีทางลัดให้คนบางคนกลับมาพบกันเสมอ"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขา!
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นในระยะประชิด ชนิดที่ทำให้ขนหัวลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย อัคนีไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ของพรานหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นพร้อมกับหมุนตัวกลับอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาว ปากกระบอกปืนลูกซองถูกยกขึ้นเล็งไปยังทิศทางของต้นเสียงในเสี้ยววินาที
แต่ความมืดทึบของราวป่ากลับว่างเปล่า ไม่มีเงาร่างของมนุษย์ยืนอยู่ตรงนั้น
มีเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้บนกิ่งไม้ระאะต่ำ—เศษผ้าสีดำที่เกี่ยวติดอยู่กับหนามหวายขาดวิ่น ลมพัดโชยกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของซากใบไม้ และเสื้อแจ็คเก็ตตัวนั้น...
ดร.รินรดากลั้นหายใจเมื่อเห็นสิ่งที่อัคนีกำลังจ้องมอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
เสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทที่มีรอยขาดบริเวณหัวไหล่ซ้าย เป็นชุดตัวเดียวกับที่อัคนีซ่อนไว้ก้นกระเป๋าสำรองในแคมป์พักแรมเมื่อช่วงหัวค่ำ ไม่มีผิดเพี้ยน!
และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ มีรอยเปื้อนของเลือดสดๆ ใหม่ๆ ป้ายอยู่บนเนื้อผ้า บริเวณอกเสื้อด้านขวา—ตำแหน่งเดียวกับหัวใจพอดี
อัคนีนิ่งงันไปชั่วขณะ มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตระหนักรู้ที่วิ่งเข้ามาชนประสาทสัมผัสทุกส่วนอย่างรุนแรง
ถ้าเสื้อตัวนี้อยู่ที่นี่... แล้วใครกันล่ะที่สวมมันอยู่ในกระเป๋าสำรองที่แคมป์?
หรือตลอดเวลาที่ผ่านมา... พวกเขาไม่ได้กำลังแอบตามสะกดรอยตามคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว?
*ตึง!*
เสียงกลองเพลึงประหลาดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากลานพิธีเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงโห่ร้องก้องกังวานของกลุ่มคนร้ายราวกับพวกมันรู้ตัวและกำลังประกาศชัยชนะ รินรดาหันขวับกลับไปมอง และต้องผะหนะถอยหลังด้วยความสยดสยอง เมื่อเห็นร่างที่อยู่บนแท่นศิลาถูกมีดเล่มนั้นปักทะลุอกทะลาย เลือดสีดำทะลักทลายออกจากบาดแผล แต่ที่น่าขนลุกที่สุดคือ ใบหน้าของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่หันมามองตรงไปยังพงไม้ที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่...
ใบหน้านั้น... ไม่มีดวงตา มีเพียงรอยแผลเป็นเหวอะหวะ และรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งลอดไรฟันออกมาเป็นชื่อของอัคนี
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ไอ้ลูกชาย"
เพชรตาเสือโบราณ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางฝ่าดงดิบและอาคมครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 14
พิธีกรรมต้องห้าม
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!