พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 5

เสียงกระซิบใต้พงไพร

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
ความเงียบงันในยามวิกาลของราวป่าดิบชื้น ไม่เคยว่างเปล่า มันมีเสียงของความกดดัน เสียงของความหวาดระแวง และเสียงของคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ลอยวนเวียนอยู่รอบกองไฟที่ใกล้จะมอดดับ "คุณจะบอกว่า ฉันขโมยของศพอย่างนั้นหรือครับ—เอ๊ย... คุณกำลังจะกล่าวหาว่าฉันเป็นขโมยศพอย่างนั้นหรือคะ... อภัยด้วย อารมณ์ฉันคงพาไป" ดร.รินรดาชะงักคำพูดของตนเองกะทันหัน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะวาววับด้วยความตื่นตระหนกปนฉุนเฉียว เธอกลืนก้อนความโกรธลงคอเมื่อตระหนักว่าอัคนีไม่ได้ใช้คำพูดล้อเล่น แหวนหยกโบราณที่สลักลวดลายตระกูล 'รักษ์โยธิน' บนนิ้วของร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้า คือหลักฐานมัดตัวที่ปฏิเสธไม่ได้ อัคนีไม่ตอบรับคำแก้ตัวนั้น ดวงตาคมกริบของพรานหนุ่มกวาดมองไปทั่วร่างของศพเดินได้ที่ยืนนิ่งสนิท ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกชักใยด้วยเส้นด้ายล่องหน แสงไฟฉายสาดส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนดินโคลน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาปสรางโชยปะทะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อัคนีต้องระแวดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... บางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ชั้นดิน ลึกลงไปจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสิบเมตร "ความโกรธไม่ได้ช่วยให้ตรรกะของคุณดูฉลาดขึ้นหรอกนะครับ ดร.รินรดา" อัคนีเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเฉียบขาดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "ผมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนขโมยมันมาใส่ให้ศพ... แต่ผมกำลังถามว่า ของประจำตระกูลที่ควรจะอยู่ในเซฟนิรภัยในเมืองหลวง ทำไมถึงมาอยู่บนนิ้วของซากศพที่ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดวันได้" รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้มมองแหวนวงนั้นด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนหวาดกลัว สมองอันปราดเปรื่องของนักโบราณคดีพยายามประมวลผลหาความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึก "ฉัน... ฉันไม่รู้..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่งจากศาสตราจารย์สาวผู้มั่นใจในตัวเองสูง "ก่อนที่เราจะเดินทางเข้าป่านี้ กล่องนิรภัยที่เก็บสมบัติของตระกูลถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจาก... นอกจากตัวฉันเองและคุณพ่อ" "พ่อของคุณ?" อัคนีหรี่ตาลง "ท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ปีที่แล้วจากอุบัติเหตุ... และนี่คือมรดกชิ้นสุดท้าย" รินรดารีบเสริม น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัดใจ "ฉันไม่มีทางเอาแหวนวงนี้มาทิ้งขว้างในป่าลึกแบบนี้แน่ๆ ครับ—เอ๊ย... แน่นอนค่ะ!" เธอเผลออุทานแก้คำพูดตัวเองอีกครั้งด้วยความเคยชิน แต่อัคนีไม่ได้สนใจเรื่องสรรพนามเหล่านั้นแล้ว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ใบไม้ไหววี้ดตามสายลมยามดึก แต่ไม่ใช่ลมธรรมชาติ มันเป็นลมพัดวนที่นำพาเอาความหนบหนาวเยือกเย็นเข้าสู่กระดูกดำ ทันใดนั้นเอง... "อ๊ากกก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นมาจากมุมมืดของลานกางเต็นท์ ทีมสำรวจและลูกหาบต่างสะดุ้งตื่นจากการหลับใหล อัคนีและรินรดาระเบิดตัววิ่งไปยังต้นทางทันที ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ 'สมชาย' ลูกหาบหนุ่มร่างกำยำ กำลังดิ้นรนทุรนทุรายอยู่บนพื้นดิน มือทั้งสองข้างกุมลำคอแน่น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดเขาอย่างเหี้ยมโหด ดวงตาของสมชายเบิกโพลง เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำเพราะขาดอากาศหายใจ "ช่วยด้วย! มัน... มันจะบีบคอผม!" สมชายสำลักคำพูดออกมาด้วยความทรมาน "ถอยไป!" อัคนีตะโกนสั่งเสียงก้อง พลางพุ่งตัวเข้าไปหาร่างของลูกหาบหนุ่ม รินรดายืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก เธอมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่ารอบตัวสมชาย ทำไมเขาถึงอาการเหมือนคนถูกทำร้าย ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้เขาเลยสักคน? นี่คืออาการทางจิต? หรือโรคหอบหืดกำเริบฉับพลัน? แต่มุมมองทางวิทยาศาสตร์ของเธอกำลังถูกพังทลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา อัคนีไม่รอช้า พรานหนุ่มชักมีดหมอโบราณด้ามงาช้างออกจากฝัก ใบมีดสะท้อนแสงไฟฉายวับวาม เขาบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและรวดเร็ว ภาษาขอมโบราณที่หลุดจากริมฝีปากของชายหนุ่มฟังดูทรงพลังและน่าเกรงขามจนขนลุกซู่ *ปัง!* ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นเสียงคลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณที่ดังขึ้นในอากาศ อัคนีสะบัดมือซ้ายที่ไร้มีดพุ่งไปข้างหน้า นิ้วมือเรียวยาวจ้วงวาดกลางอากาศราวกับกำลังคว้าจับบางสิ่ง รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอมองเห็น 'เงาดำคล้ายร่างคน' บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด กำลังลอยอยู่เหนือร่างของสมชาย และเงาประหลาดนั้นกำลังกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกคมมีดอาคมของอัคนีเฉี่ยวผ่าน! "ไอ้เดรัจฉานวิชา แกกล้าดียังไงมาล้ำเส้นเขตอาคมของกู!" อัคนีคำรามลั่น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยแรงจิตที่พุ่งพล่าน ร่างกายของพรานหนุ่มแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน เขากัดปลายนิ้วชี้ของตนเองจนเลือดสีแดงสดไหลซึม แล้วป้ายลงบนใบมีดหมออย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดมีดฟันเข้าใส่ความว่างเปล่าเบื้องหน้าเต็มแรง! *ฉับ!* เสียงคล้ายร่างบางอย่างขาดสะบั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงลมกรรโชกแรงพัดผ่านจนเต็นท์เกือบปลิว ร่างของสมชายหล่นกระแทกพื้น สำลักอากาศเฮือกใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดหมดสติไปทันที ความเงียบสงบกลับคืนสู่ลานกางเต็นท์อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของอัคนี เขายังคงยืนนิ่ง คมมีดในมือชี้ลงพื้น ดวงตาดุจพยัคฆ์กวาดมองไปรอบความมืดมิดที่มีแมกไม้ทึบหนาปิดกั้น รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง ขาสองข้างแทบไม่มีแรงจะยืนหยัด โลกทัศน์และหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตพังทลายลงราบคาบต่อหน้าต่อตา ภาพเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพหลอน... มันคือเรื่องจริง และชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ คือผู้ที่สามารถควบคุมและมองเห็นสิ่งที่เธอปฏิเสธมาตลอด อัคนีค่อยๆ ลดมีดลง หันกลับมามองศาสตราจารย์สาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ทีนี้..." อัคนีเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "คุณยังจะยืนกรานอยู่ไหมครับ... ว่าเรื่องราวทั้งหมดในป่านี้ เป็นแค่เรื่องงมงายไร้สาระ?" รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำใด เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้าแห้งดังขึ้น *กรอบแกรบ... กรอบแกรบ...* ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความมืดมิดเบื้องหลังของดร.รินรดา และก่อนที่อัคนีจะทันได้ส่งสัญญาณเตือน เงาดำนับสิบสายก็พุ่งพรวดออกมาจากพงไพรล้อมรอบพวกเขาไว้ทั้งหมด... พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิด ราวกับเสียงของคนตายที่ฟื้นคืนชีพนับร้อยชีวิต! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงอาคมมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%