เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 26

ความเจ็บปวดที่เป็นบทเรียน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคินน์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขก แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของการอดนอน ข้อความแจ้งเตือนจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังปรากฏเด่นชัด พร้อมกับไฟล์เอกสารลับที่ถูกส่งตรงเข้ามา นิ้วเรียวที่เคยใช้กุมอำนาจและเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลกลับสั่นเทาจนแทบ “ผลตรวจ DNA… ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด 99.99%” ตัวอักษรเหล่านั้นกระแทกเข้ากับหัวใจของคินน์ราวกับค้อนเหล็กเล่มโต ความจริงที่เขาเคยปฏิเสธ ความเย่อหยิ่งที่เขาเคยใช้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินรดา และความโง่เขลาที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาด้วยใจจริงต้องเดินจากไป… ทุกอย่างย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในวินาทีนี้เอง ในขณะเดียวกัน รินรดากำลังยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกห้องนอนชั้นบน เธอกำลังจัดเสื้อผ้าให้ ‘น้องลีโอ’ ลูกชายตัวน้อยที่กำลังฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตและรอยยิ้มมุมปากของเด็กชายช่างถอดแบบมาจากผู้ชายคนที่ยืนอยู่ชั้นล่างอย่างไร้ที่ติ รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด ความโกรธแค้นในอดีตเริ่มเจือจางลงด้วยกาลเวลา แต่รอยแผลเป็นในใจไม่ได้จางหายตามไปด้วย การที่คินน์ยอมทิ้งทุกอย่าง… ทั้งตำแหน่งประธานกรรมการและทรัพย์สินนับพันล้านเพื่อกราบกรานขอโอกาส มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในโลก “คุณแม่ครับ… คุณลุงคินน์เขาร้องไห้ทำไมเหรอครับ ลีโอเห็นเขาแอบเช็ดตาตอนยืนมองรูปเราสองคนเมื่อกี้” เสียงใสๆ ของน้องลีโอดึงสติของรินรดากลับมา เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอลูกชาย สองมือประคองแก้มนุ่มนิ่มนั้นด้วยความรักล้นปรี่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว “คุณลุงเขาแค่กำลังเรียนรู้บทเรียนราคาแพงค่ะคนเก่ง… บทเรียนที่สอนให้รู้ว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคืออะไร และเมื่อเสียมันไปแล้ว… มันยากแค่ไหนที่จะเรียกคืนกลับมา” ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอแทบไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขาทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้ารินรดาและลูกชาย ยอมจำนนต่อหน้าสองแม่ลูกที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี “ริน…” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สายตาทอดมองอดีตภรรยาด้วยความเวทนาและสำนึกผิดถึงก้นบึ้งของวิญญาณ “ผมอ่านผลตรวจนั่นแล้ว… และผมรู้ว่าต่อให้ผมก้มกราบแทบเท้าคุณเป็นพันครั้ง มันก็ยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่คุณต้องแบกรับมาตลอดห้าปีที่ผ่านมา” รินรดานิ่งเงียบ เธอมองผู้ชายที่เคยเป็นเจ้าชีวิต เธอมองหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกจากดวงตาคู่นั้น… น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในปฐพี เธอยกมือขึ้นห้ามเมื่อเขาพยายามจะเอื้อมมาแตะชายกระโปรงของเธอ “คุณสายเกินไปหรือเปล่าคะคุณคินน์…” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว “ความเจ็บปวดที่คุณมอบให้ฉัน มันไม่ใช่สิ่งที่รักษาให้หายได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียว หรือคำขอโทษที่พรั่งพรูออกมาในวันที่คุณไม่เหลือใคร” “ผมรู้… ผมรู้ดีริน” คินน์ขยับเข้าใกล้ชิดอีกนิด ยอมให้ความต่ำต้อยเข้าครอบ “ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้คุณลืมเรื่องร้ายๆ เหล่านั้น… ผมมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ว่า ผู้ชายสารเลวคนนี้ยอมตายได้เพื่อให้คุณกับลูกมีความสุข” บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เธอกำลังมองหาเศษเสี้ยวความเสแสร้ง แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความร้าวรานและความจริงใจที่กลั่นออกมาจากความพินาศย่อยยับของชีวิตเขาเอง ความเข้าใจผิดที่เคยบดบังสายตาตลอดหลายปีถูกคลี่คลายลงทีละปม ทุกคนในตระกูลอัครเดโชเริ่มยอมรับในความเปลี่ยนแปลงของคินน์แล้ว… ว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็นผู้ชายที่ยอมสูญเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รักพวกเธออีกครั้ง น้องลีโอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยื่นมือเล็กๆ ไปแตะไหล่กว้างของคินน์เบาๆ อย่างเดียงสา “คุณลุงไม่ต้องร้องไห้หรอกครับ… ถ้าคุณลุงสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจอีก ลีโอจะยอมให้คุณลุงกอดก็ได้นะ” คำพูดไร้เดียงสาของเด็กชายราวกับศรนารายณ์ที่ปักเข้ากลางใจของคนทั้งคู่ คินน์สะอื้นฮักอย่างไม่อายใคร เขาดึงร่างเล็กๆ ของลูกชายเข้ามากอดแนบอกแน่น ซบใบหน้าลงกับไหล่เล็กๆ นั้น ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาแห่งการไถ่บาป รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ไหววูบ กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มร้าวรานลงทีละน้อย… ความอบอุ่นที่โหยหามาเนิ่นนานกำลังกัดเซาะความตั้งใจเดิมของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ทว่า… ในวินาทีที่ความเปราะบางและความเข้าใจกำลังจะหลอมรวมหัวใจของพวกเขาทั้งสามดวงเข้าด้วยกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องพักอย่างรุนแรงจนบานกระจกสั่นสะเทือน! รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยความหวาดระแวง ขณะที่คินน์รีบผุดลุกขึ้นยืนบังร่างของอดีตภรรยาและลูกชายไว้ข้างหลังทันที สัญชาตญาณนักธุรกิจผู้เจนจัดบอกเขาว่า… ปัญหาใหญ่หลวงที่น่ากลัวกว่าความยากจนกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขาแล้ว ประตูก็ถูกกระชากเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของชายชุดดำสามคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็น และบุคคลที่ก้าวตามหลังพวกเขาเข้ามาคือ ‘ศจี’ อดีตคู่หมั้นสาวผู้ทรงอิทธิพล ที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและแค้นเคือง พร้อมกับเอกสารในมือที่กำลังจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่คินน์เพิ่งกอบกู้กลับมา… “คิดว่าจะหนีพ้นความพินาศไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอคะคุณคินน์… ในเมื่อคุณเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงจนๆ คนนี้ งั้นก็เตรียมตัวรับศพตัวเองและครอบครัวใหม่ของคุณได้เลย!” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%