“คุณแม่คะ… คุณย่ากับคุณอาบอกว่า ถ้าพี่คินน์ยังดื้อดึงที่จะดูแลรอดارและหลาน พวกท่านจะตัดออกจากกองมรดกจริงๆ นะคะ”
เสียงกระซิบสั่นเครือจากปลายสายของน้องสาวแท้ๆ ของคินน์ ดังลอดออกมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์น รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกใสที่สะท้อนภาพตนเองในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อพ้อมือขาวซีด ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายสัปดาห์
คำขู่จากตระกูลอัครเดโชไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อำนาจ อิทธิพล และความมั่งคั่งที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนพร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่กล้าขัดขวางความสมบูรณ์แบบที่พวกเขายึดถือ และรินรดา… ผู้หญิงที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเศษเกินในชีวิตของคินน์ ก็คือตัวปัญหาชิ้นใหญ่ที่พวกเขารังเกียจเดียดฉันท์
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดเพื่อตัดพ้อหรือผลักไส ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เธอกลัวการเผชิญหน้าที่สุดกลับก้าวเข้ามาจากมุมมืดของห้อง คินน์แย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือเธออย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกราบกวาดมองหน้าจอที่ยังเปิดสายค้างไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
“บอกคุณแม่และทุกคนในบ้านได้เลยครับว่า… ผมเลือกแล้ว”
น้ำเสียงของคินน์ทุบทำลายความเงียบงันอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่คำพูดที่เอ่ยด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นประกาศิตจากผู้ชายที่ยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งบัลลังก์ที่ตนเองเคยภาคภูมิใจ เพื่อแลกกับการได้ยืนเคียงข้างผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง
“คุณคินน์! คุณบ้าไปแล้วหรือคะ!” รินรดาอุทานออกมาอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนก เธอพยายามแย่งโทรศัพท์คืน แต่รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีก็ยังไม่อาจสั่นคลอนอ้อมแขนที่กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งนี้ได้ “คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่! ครอบครัวของคุณ… สมบัติทั้งหมดของคุณ…”
“สมบัติอะไรที่ไม่มีรินกับลูก มันก็เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าครับริน” คินน์กดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะกระจกข้างโซฟา ดวงตาคมเข้มที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิดที่ร้าวรานลึกซึ้ง เขาใช้มือหนากุมมือสั่นเทาของเธอไว้แน่น “ผมยอมสูญเสียทุกอย่างบนโลกใบนี้ ดีกว่าต้องสูญเสียผู้หญิงที่ผมทำลายหัวใจไปจนแหลกสละอย่างคุณอีกเป็นครั้งที่สอง”
คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธแค้น ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความหวาดกลัวที่สะสมมานานนับปีปะปนกันจนแยกไม่ออก เธอยังไม่ลืมรอยแผลเป็นในอดีต… วันที่เธอกอดท้องโตๆ ร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความหยามเหยียดและความเย็นชา
“คุณพูดง่ายนะคะคุณคินน์…” รินรดาเค้นเสียงหัวเราะทั้งน้ำตา ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี “ในวันที่ฉันพังทลาย คุณเหยียบย่ำฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณกลับบอกว่าจะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน… คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าความเสียใจตอนนี้มันจะลบล้างความเจ็บปวดที่ฉันกับลูกต้องเผชิญมาตลอดห้าปีได้!”
“ผมไม่ได้หวังให้รินยกโทษให้ผมในวันนี้หรอกครับ…” คินน์หลุบตาลงต่ำ ยอมรับความจริงอันโหดร้ายด้วยความจำนน ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกสลัดทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมคุกเข่าต่อหน้าความผิดบาปของตัวเอง “แต่ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองเถอะนะริน ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ… และสามีที่ดี แม้ว่าผมจะต้องเหลือตัวคนเดียวในโลกใบนี้ก็ตาม”
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นสะท้อนของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากัน ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายอารมณ์ ประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยกลับเผยให้เห็นเงาร่างเล็กของเด็กชายวัยห้าขวบกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตากลมโตใสซื่อ
“คุณแม่ครับ… ทำไมคุณพ่อถึงร้องไห้ล่ะครับ”
เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดังขึ้น ทำลายกำแพงความแข็งกร้าวที่รินรดาพยายามสร้างขึ้นมาทันที เด็กชายก้าวเดินเตาะแตะเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือเล็กๆ ไปดึงชายเสื้อสูทของคินน์ไว้เบาๆ ตามสัญชาตญาณความคุ้นเคยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในระยะหลัง “คุณพ่ออย่าแกล้งคุณแม่นะครับ ไม่งั้นผมจะโกรธจริงๆ ด้วย”
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชายผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง หัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่สั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อมือเล็กๆ นั้นยื่นมาแตะที่แก้มของเขาเพื่อเช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน
“พ่อไม่ได้แกล้งคุณแม่ครับคนเก่ง…” คินน์เสียงสั่นเครือ ขณะดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกด้วยความรักความโหยหาที่อัดแน่นจนล้นทะลัก “พ่อแค่… ขอร้องให้คุณแม่ให้โอกาสพ่อได้ดูแลเราสองคนแม่ลูกแค่นั้นเองครับ”
รินรดายืนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัด ภาพของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง ยอมลดตัวลงคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าลูกชาย ทำให้ความรู้สึกกำแพงน้ำแข็งในใจเริ่มละลายลงทีละน้อย ความรักที่เธอเคยมีให้เขาไม่เคยหายไปไหน… มันเพียงแค่ถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังของความชอกช้ำเท่านั้น
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความซาบซึ้ง ทว่าก่อนที่ใครจะได้เดินไปเปิด ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกโดยแม่บ้านของคอนโดมิเนียม พร้อมกับร่างของหญิงสูงวัยผู้สง่างามในชุดผ้าไหมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ดวงตาคมกริบของ “คุณหญิงมาลินี” มารดาบังเกิดเกล้าของคินน์ กวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของรินรดาและเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของบุตรชาย
“แกทำลายอนาคตของตัวเองเพื่อผู้หญิงคนนี้จริงๆ สินะตาคินน์…” เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าแววตาที่มองมายังรินรดากลับไม่ได้มีความเกลียดชังอย่างที่เธอหวาดกลัวมาตลอด หากแต่มีความซับซ้อนบางอย่างที่อ่านไม่ออกซ่อนอยู่ “ในเมื่อแกเลือกทางนี้แล้ว… ก็พาเด็กคนนี้กลับไปกราบตระกูลอัครเดโชเสียให้ถูกต้องตามประเพณีซะ!”
คำพูดของคุณหญิงมาลินีราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดากลั้นหายใจด้วยความคาดไม่ถึง ครอบครัวของเขา… ยอมรับเธอและลูกแล้วอย่างนั้นหรือ?
ทว่า ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากรับคำหรือซักถามความตั้งใจที่แท้จริงของมารดา เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์ในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอีกครั้ง คินน์หยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้งเช่นเคย แต่เมื่อเหลือบมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ… ร่างทั้งร่างของเขาก็แข็งค้างทันที
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรืด รอยเลือดบนใบหน้าแทบจะสูบฉีดไม่ทันเมื่ออ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากเบอร์นิรนาม พร้อมกับภาพถ่ายแนบไฟล์ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
*“ยินดีด้วยนะคะคุณคินน์ กับการเริ่มต้นครอบครัวใหม่… แต่อย่าลืมหันไปมองข้างหลังให้ดีล่ะ เพราะศพต่อไป… อาจจะเป็นลูกชายสุดที่รักของคุณเอง!”*
เพลิงกุหลาบดำขอขอบคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 27
เผชิญหน้ากับความกลัว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!