เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 28

คำมั่นสัญญาที่ไม่มีวันลบเลือน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนยังไม่จางหายไปจากความรู้สึก ทว่าความระอุจากคำเตือนที่ทิ้งไว้เบื้องหลังยังคงกรีดลึกลงในโสตประสาท คินน์ อัครเดโช ยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรู สายตาคมกริบทอดมองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ทว่าในหัวใจกลับมืดบอดและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน "ศพต่อไป... อาจจะเป็นลูกชายสุดที่รักของคุณเอง" คำพูดนั้นดังวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ดั่งคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ทันสมาน รินรดา คือผู้หญิงที่เขาเคยผลักไส เธอเคยเป็นดั่งเงาไร้ค่าในบ้านหลังนี้ เป็นภรรยาที่ยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาอย่างไร้ข้อแม้ แต่วันนี้... ผู้หญิงคนเดิมได้กลายร่างเป็นกุหลาบหนามแหลมที่พร้อมจะปกป้องสายเลือดของเธอด้วยชีวิต และเขาก็คือคนที่สมควรได้รับทัณฑ์บนจากความโหดร้ายที่เคยกระทำไว้มากที่สุด เสียงเปิดประตูดังแผ่วเบา ร่างระหงของรินรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์เนมและรอยยิ้มเหนื่อยล้าบนใบหน้า เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่ริมกระจก บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนสัมผัสได้ ทว่าเธอกลับเลือกที่จะเมินเฉย แล้วเดินเลี่ยงผ่านเขาไปยังโซฟาเพื่อวางของ "ดึกมากแล้ว ทำไมคุณยังไม่กลับห้องของคุณอีกคะ คินน์" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหวหรือเยื่อใยใดๆ เช่นเคย มันคือความสุภาพที่เย็นชาที่สุด ซึ่งบาดลึกเข้าไปในอกของคนฟังยิ่งกว่าคำด่าทอ คินน์หมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดี รินรดาในวันนี้งดงาม สง่า และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ดึงดูดสายตา ความเจ็บปวดในอดีตหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นเพชรน้ำงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยหยดน้ำตา และเขานี่แหละ... คือคนที่อยากจะก้มลงกราบขออภัยต่อหน้าเธอด้วยหัวใจที่แหลกสลาย "ผมเป็นห่วงเรื่องที่คุณเพิ่งเจอมา..." คินน์เอ่ยเสียงพร่า ก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย "ข้อความพวกนั้น... มันอันตรายเกินกว่าที่คุณกับลูกจะรับมือไหว ริน... ให้ผมเข้ามาปกป้องพวกคุณเถอะนะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช เธอกอดอก มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ปกป้องเหรอคะ? จากใคร? จากคนที่คุณเคยทิ้งขว้าง หรือจากความพินาศที่คุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่แรกกันแน่?" เธอเชิดหน้าขึ้น ท้าทายด้วยแววตาที่แข็งกร้าว "จำไม่ได้เหรอคะคินน์ ว่าคุณเคยบอกฉันว่าอะไร... คุณบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ คุณบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าฉัน แล้ววันนี้คุณเอาสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าปกป้อง?" ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งเข้าเสียบแทงอกของคินน์จนเลือดโชก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ให้เธอหนีไปไหน แต่ก็ไม่กล้าบีบให้เธอเจ็บ ร่างสูงก้มลงมองสบตาคู่สวยที่ฉายแวววطดเดี่ยวและดื้อรั้น "ผมรู้ว่าผมมันเลว..." เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งทระนงตนอันเป็นเอกลักษณ์พังทลายลงสิ้นซากต่อหน้าเธอ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่มีวันลบเลือนด้วยคำขอโทษเพียงไม่.กี่คำ... แต่ริน ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม ได้โปรดแต่งงานกับผมอีกครั้ง" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงกับการคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่มีฟอร์มของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คินน์ อัครเดโช กำลังคุกเข่าลงบนพื้นพรมเบื้องหน้าเธอ มือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเรียวของเธอแนบไว้กับแก้มสากของตน หยดน้ำอุ่นๆ ไหลรินผ่านปลายนิ้วของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ตลอดชีวิตการแต่งงานที่ผ่านมา "ผมขอร้องล่ะริน... แต่งงานกับผมอีกครั้ง ให้ผมได้ดูแลคุณและลูกในฐานะสามีและพ่อที่แท้จริง ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้าที่สร้างแต่รอยแผล" ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในความเงียบงัน รินรดารู้สึกถึงความสั่นเทาจากฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่การแสดงละคร แต่มันคือความจริงใจที่กลั่นกรองมาจากความสำนึกผิดขั้นสุดยอด หัวใจที่ด้านชาของเธอกำลังถูกกัดเซาะด้วยความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดห้าปีเต็ม ทว่าความหวาดระแวงยังคงทำหน้าที่ของมัน รอยแผลเป็นจากอดีตยังคงส่งเสียงเตือนภัยในใจเธอ รินรดากลั้นหายใจ เม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่สายตาคมกริบของคินน์ช้อนขึ้นมองเธอด้วยความเวทนาและเว้าวอน "ลุกขึ้นเถอะค่ะ คินน์..." เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามดึงมือตัวเองกลับ ทว่าเขากลับยิ่งกุมแน่นขึ้น "ถ้าคุณไม่ตอบตกลง ผมก็จะไม่ลุกขึ้นเด็ดขาด" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อรั้นแกมเว้าวอน "ผมยอมก้มหัวให้คุณ ยยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง" ในวินาทีนั้นเองที่บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ร่างสูงของคินน์ขยับเข้าประชิดตัวเธอมากขึ้น วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ รินรดาลมหายใจสะดุดเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องโดยมีร่างหนาของเขาเป็นกรงขังอันอบอุ่น ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวระส่ำจนแทบหลุดออกมานอกอก คินน์ไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มทันทีอย่างโหยหาและหิวกระหาย ความนุ่มนวลผสมผสานกับความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนานระเบิดออกมาในจุมพิตนั้น รินรดาสั่นสะท้าน สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อรสสัมผัสคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความลึกซึ้งนี้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือหนาสอดเข้า1ตุ้มเส้นผมยาวสลวยเพื่อล็อกองศาให้ริมฝีปากแนบสนิทลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่รินรดาส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ แต่กลับเผลอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยไม่รู้ตัว ความโหยหาที่ถูกกดทับไว้พรั่งพรูออกมาผ่านจังหวะการจูบที่ร้อนแรงและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของค่ำคืนอันร้าวราน ทว่า... ในขณะที่อารมณ์เสน่หาและหยาดน้ำตาแห่งการให้อภัยกำลังจะหลอมรวมพวกเขาทั้งคู่เข้าด้วยกัน เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ใยดี! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* คินน์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจ ดวงตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดระคนตกใจ ขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและตื่นตระหนก เธอดันอกเขาออกแล้วรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ใครมาดึกดื่นป่านนี้..." รินรดากระซิบเสียงสั่นด้วยความสังหรณ์ใจ คินน์ขมวดคิ้วมุ่น เดินไปเปิดประตูกระจกบานใหญ่เชื่อมต่อระเบียงด้วยความระแวดระวัง ทว่าเมื่อเขาผลักบานประตูออกไป สายตากลับต้องหยุดนิ่งสนิทเมื่อพบกับวัตถุบางอย่างที่ถูกวางทิ้งไว้บนพื้นพรมหน้าห้อง มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิม... และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนซองนั้นมีรูปถ่ายใบหนึ่งเสียบอยู่ คินน์หยิบรูปถ่ายนั้นขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ร่างกายทั้งร่างก็เย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ในรูปถ่ายนั้น... คือภาพของ "น้องลีโอ" ลูกชายวัย 5 ขวบของเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนในห้องนอนส่วนตัวของเด็กน้อยอย่างปลอดภัย ทว่าที่น่ากลัวที่สุดคือ มีเงาสوงใหญ่ของใครบางคนยืนยิ้มเยาะอยู่ปลายเตียง พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่เขียนแปะไว้บนกระจกหน้าต่างเป็นสัญลักษณ์รูปกากบาทสีแดงฉาน! "คินน์... มีอะไรเหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อเธอเห็นสีหน้าซีดเผือดของชายหนุ่ม และก้มลงมองภาพในมือเขา ร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบทันที "ไม่... ไม่จริง!" เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีดของรินรดาดังขึ้น พร้อมๆ กับที่คินน์หันขวับมองออกไปนอกระเบียงมืดมิด ทว่าทันใดนั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความเสียงปริศนาที่เล่นอัตโนมัติด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือก *[“ลูกชายของคุณ... น่ารักดีนะคุณคินน์ หวังว่าคุณจะสนุกกับเกมล่าชีวิต... ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้!”]*
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%