“คุณป๊า... อย่างนั้นเหรอริน?”
คำถามนั้นดังลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่สั่นระริกเล็กน้อย คินน์จ้องมองใบหน้าของรินรดา สลับกับเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอ แววตาของมหาเศรษฐีผู้เคยทรงอิทธิพลและกุมชะตาชีวิตคนนับพันในกำมือ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนตื่นตระหนก ราวกับคนตาบอดที่เพิ่งถูกกระชากผ้าปิดตาออกแล้วพบว่า หน้าผาชันอยู่เบื้องเท้านี่เอง
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ เธอกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดบุตรชายให้แน่นขึ้น สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านราวกับแม่เสือสาวที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากผู้ล่า เธอมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งสามีในทางกฎหมายและอดีตคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลายด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ทว่าเย็นชาจนน่ากลัว
“ค่ะ ลีโอเรียกเขาว่าป๊า” เสียงหวานเอื้อonออกไปอย่างมั่น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “มีปัญหาอะไรหรือคะ คุณคินน์... หรือคุณคิดว่าเด็กคนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีพ่อ เหมือนอย่างที่คุณเคยกระทำกับเราเมื่อหลายปีก่อน”
คำพูดนั้นคมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง บาดลึกเข้าไปในกลางใจของคินน์จนเขาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ชายหนุ่มกลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวินาทีนี้ เขาเคยคิดว่าเงินทองและอำนาจสามารถซื้อได้ทุกอย่าง... ยกเว้นก็แต่หัวใจของเธอ และตอนนี้... แม้แต่สิทธิ์ในการเป็นพ่อ เขาก็แทบจะไม่หลงเหลือมันอยู่เลย
“ป๊าฮะ... ทำไมหน้าป๊าถึงดูเศร้าจังล่ะฮะ?”
เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดึงสติของทั้งคู่กลับมา เด็กชายเอียงคอมองชายหนุ่มร่างสูงด้วยความสงสัยไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมออกไปหมายจะแตะแก้วสากระคายของคินน์ แต่รินรดากลับดึงมือลูกชายกลับอย่างนิ่มนวลพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้แก้วตาดวงใจ
“ไม่เป็นไรค่ะลูก... คุณป๊าแค่เหนื่อยจากการทำงานนะคะ เราเข้าไปข้างในบ้านกันดีกว่าค่ะ ปล่อยให้คุณป๊าพักผ่อนตามสบายเถอะนะ”
รินรดาอุ้มลีโอหันหลังจะเดินเข้าสู่ตัวบ้านไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนหย่อมร่มรื่น บ้านหลังเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งความหรูหราโอ่อ่า แต่มันอบอวลไปด้วยความสุขที่แท้จริง... ความสุขที่คินน์ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสเลยตลอดชีวิตการเป็นนักธุรกิจผู้กระหายความสมบูรณ์แบบ
แต่ทว่า... ขาเรียวยังไม่ทันได้ก้าวเดิน คินน์กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเรียบง่าย ทิ้งศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งทุกลงอย่างไม่ใยดี เขารีบก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นสนามหญ้าชื้นน้ำค้างเบื้องหน้ารินรดาและลูกชาย มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปคว้าชายกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มของเธอไว้เบาๆ ราวกับคนใกล้ตายที่กำลังคว้าฟางเส้นสุดท้าย
“ริน... ขอร้องล่ะ อย่าเดินหนีผม” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้สั่นเครือและเต็มไปด้วยความเวทนาจนน่าใจหาย “ผมรู้ว่าผมมันเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหมริน?”
รินรดาก้มลงมองอดีสามีผู้ทรงอิทธิพลที่ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าต่อหน้าเธอและลูก แววตาของเธอไม่มีความสะใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเนิ่นนาน
“คุณคินน์กำลังทำอะไรคะ? ลุกขึ้นเถอะค่ะ มันน่าสมเพช” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด “ที่นี่ไม่ใช่บริษัทของคุณ ไม่ใช่สังคมไฮโซที่คุณจะมาคุกเข่าแสดงละครตบตาใคร ที่นี่คือชีวิต... ชีวิตสามัญธรรมดาที่คุณเคยเหยียบย่ำว่าไร้ค่าไงคะ”
“แต่วันนี้ผมเปลี่ยนไปแล้วนะริน!” คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาคมกล้าแดงก่ำคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ “ผมทิ้งทุกอย่าง... ทิ้งบริษัท ทิ้งตำแหน่งประธานกรรมการ ทิ้งเงินทองและอำนาจทั้งหมด เพื่อมาอยู่ที่นี่... มาอยู่ใกล้ๆ คุณกับลูก”
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจ เธอมองสำรวจรอบตัว... เสื้อผ้าเรียบง่าย รถยนต์คันหรูกลางลานจอดที่ถูกแทนที่ด้วยรถกระบะมือสอง และร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการลงมือทำความสะอาดบ้านด้วยตัวเองของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา... เขาไม่ได้พูดโกหก ผู้ชายคนนี้สละบัลลังก์ที่ตนเองไขว่คว้ามาทั้งชีวิต เพื่อแลกกับการมาใช้ชีวิตเรียบง่ายเคียงข้างเธอกับลูกจริง ๆ
“คุณบ้าไปแล้วเหรอคะคินน์?” รินรดากลั้นใจถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “คุณทำแบบนั้นทำไม? ชีวิตธรรมดาๆ แบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคุณต้องการหรอก”
“ใช่... ผมมันเคยบ้าและโง่เง่าที่สุด” คินน์แค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองเด็กชายในอ้อมแขนของเธอ แววตาอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนถูกส่งไปยังน้องลีโอ “แต่ตอนนี้... สิ่งเดียวที่ผมต้องการ ไม่ใช่ความสำเร็จระดับโลก ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีธนาคารที่มีแต่เพิ่มขึ้น... แต่เป็นรอยยิ้มของพวกคุณแม่ลูกต่างหากล่ะ”
“ป๊า... จะมาอยู่กับพวกเราจริงๆ เหรอฮะ?” น้องลีโอถามแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความหวังของเด็กวัยห้าขวบที่โหยหาความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อมาตลอด “จะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่ไหมฮะ?”
คินน์เอื้อมมือไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของลูกชายอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มแรกที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปีปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “ครับ... ป๊าจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ป๊าจะอยู่ที่นี่... มาช่วยแม่รินดูแลลีโอนะครับ”
รินรดานิ่งงัน ปล่อยให้น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเงียบๆ เธอยืนมองภาพพ่อลูกตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความเจ็บปวดในอดีตยังคงกรีดแทงหัวใจ แต่ม่านหมอกแห่งความเกลียดชังกลับเริ่มถูกความจริงใจและความพยายามของเขาละลายให้เบาบางลงทีละน้อย
ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้น... บ้านไม้หลังเล็กจึงได้เรียนรู้ความหมายใหม่ของคำว่า "ครอบครัว"
คินน์ ในชุดลำลองสบายๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบดิน ช่วยรินรดาซ่อมแซมชั้นวางหนังสือในห้องนั่งเล่นที่โยกเยก ภาพของอดีตซีอีโอพันล้านที่กำลังงละล้าละลังกับการใช้ค้อนและตะปู โดยมีเด็กชายตัวน้อยคอยถือประแจส่งให้ด้วยความกระตือรือร้น สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพิมพ์ใจให้แก่กันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
รินรดายืนมองสองพ่อลูกจากห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของซุปผักร้อนๆ ลอยอบอวลไปทั่วบ้าน มือเรียวตักอาหารใส่ถ้วยในขณะที่หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอยังไม่กล้าเปิดใจให้เขาทั้งหมด... เธอกลัวว่านี่จะเป็นเพียงภาพลวงตา ชั่วครั้งชั่วคราวที่สักวันหนึ่งเขาอาจจะเบื่อหน่ายแล้วโหยหาชีวิตหรูหราแบบเดิมกลับไป
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความสุขนั้นเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะความสุข รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเนื่องจากที่นี่แทบไม่มีใครรู้จักเธอกับลูก คินน์วางค้อนในมือลง เขาสบตากับเธอก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินไปเปิดประตูบ้านด้วยความระมัดระวัง
เมื่อบานประตูเปิดออก... ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ผู้ซึ่งเป็นเลขาคนสนิทของคินน์ยืนถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านประธานครับ... ในที่สุดผมก็หาตัวท่านพบ” เลขาหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัทแล้วครับ... หุ้นส่วนรายใหญ่กำลังจะถอนทุน และถ้าคุณคินน์ไม่ยอมกลับไปเซ็นอนุมัติเอกสารสำคัญภายในคืนนี้... อาณาจักรธุรกิจของเราทั้งหมด... กำลังจะล่มสลายครับ!”
คินน์ชะงักกึก ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเรียบตึงในทันที เขากวาดตามองแฟ้มเอกสารในมือเลขา สลับกับหันกลับมามองใบหน้าของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องครัว รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัวและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ
รินรดากำมือแน่น น้ำตาที่แห้งเหือดไปกลับเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง เธอหัวเราะเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองในใจ... *เห็นไหมล่ะ... เสือร้ายย่อมไม่มีวันทิ้งลาย และโลกของเขาก็ไม่มีวันเป็นของเธออย่างแท้จริง*
คินน์หันกลับมามองหญิงสาวด้วยแววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความลังเลขั้นสุด เขากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างการกลับไปกอบกู้ความยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต... กับการสูญเสียผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักหมดหัวใจไปตลอดกาล!
“ริน... ฟังผมก่อน...” คินน์เอ่ยเสียงสั่น พลางก้าวเท้าถอยหลังกลับมาหาเธอ
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะคุณคินน์...” รินรดาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไร้เยื่อใยยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เธอก้มลงอุ้มลูกชายเข้าแนบอก ปิดกั้นทุกช่องทางไม่ให้เขาเข้าใกล้ “กลับไปโลกของคุณเถอะค่ะ... เพราะที่นี่... ไม่มีที่ว่างสำหรับคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว”
รินรดาก้าวเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงโปร่งขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่เสียงเตือนของเลขาหน้าประตูก็กดดันเร่งเร้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ในวินาทีที่แขนข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารกู้อาณาจักรธุรกิจไว้ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นกรอบรูปครอบครัวใบเล็กบนโต๊ะไม้... ภาพรอยยิ้มของรินรดากับน้องลีโอกำลังกรีดแทงหัวใจเขาจนแหลกสลายเป็นจุล...
คินน์จะเลือกกอบกู้บัลลังก์เงินตรา หรือจะยอมสละทุกสิ่งทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อกราบกรานขอชีวิตสามัญธรรมดาจากผู้หญิงที่เขาเคยทำร้ายจิตใจจนย่อยยับ... และบางที... มันอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาแผดเสียงดังขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ที่ระบุผลตรวจ DNA ลับสุดยอด... ซึ่งกำลังจะพลิกชะตากรรมของพวกเขาทั้งสามคนไปตลอดกาล!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 25
ชีวิตสามัญธรรมดา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!