กระเป๋าเดินทางหนังแท้สีเบจใบย่อมถูกรูดซิปปิดลงด้วยมือที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย แต่แววตาของรินรดากลับนิ่งสนิทและเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า เสียงปรบมือและเสียงหัวเราะจากงานเลี้ยงรับรองทางธุรกิจที่จัดขึ้นอย่างหรูหราบริเวณชั้นล่างของคฤหาสน์อัครเดโช ดังลอดเข้ามาตามรอยต่อของบานประตูไม้สักทอง ราวกับเสียงเยาะเย้ยถากถางจากสังคมจอมปลอมที่เธอเคยเกือบเอาชีวิตและจิตวิญญาณเข้ามาทิ้งไว้
ที่นี่... คือกรงทองที่เคลือบไว้ด้วยพิษร้ายของการเมืองในครอบครัว มรดก อำนาจ และหน้าตาทางสังคมคือสิ่งที่คินน์และคนตระกูลอัครเดโชเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด และเธอก็เคยโง่เขลาเบาปัญญามากพอที่จะเคยคิดว่า ความรักความจริงใจของเธอจะเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผู้ชายใจหินคนนั้นได้
"คุณแม่คะ กระเป๋าใบนี้ของลีโอเหรอครับ ทำไมเราต้องรีบเก็บของล่ะครับ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้ว หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งยามที่มองเห็นเงาของคินน์ซ้อนทับอยู่ในตัวลูกชาย แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาสูงส่งคู่นั้นของลีโอก็คือเกราะคุ้มกันเดียวที่ทำให้เธอยอมลุกขึ้นสู้
รินรดานั่งลงคุกเข่าบนพรมราคาแพง สองมือเรียวประคองแก้มนุ่มนิ่มของลูกชายเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอถูกสะกัดกั้นไว้ด้วยความเข้มแข็ง เธอยิ้มให้ลูกน้อย รอยยิ้มที่อบอุ่นและบริสุทธิ์งดงามที่สุดเท่าที่ผู้เป็นแม่คนหนึ่งจะมอบให้ได้
"ลีโอครับ... แม่เคยสัญญาใช่ไหม ว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเราออกจากกัน และจะไม่ยอมให้ลูกต้องร้องไห้เพราะความเย็นชาของที่นี่อีก" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ "เราจะไปจากที่นี่กันค่ะ ไปอยู่บ้านของเรา สวรรค์เล็กๆ ที่มีแค่เราแม่ลูก"
"เย้! ไปอยู่บ้านเราเหรอครับ? คุณพ่อจะไม่ดุคุณแม่แล้วใช่ไหมครับ?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา คำถามซื่อๆ นั้นกลับบาดลึกกรีดแทงหัวใจของคนเป็นแม่จนร้าวราน คินน์ไม่เคยตีลีโอ... แต่ความเย็นชาและการมองข้ามความสำคัญของเขา คืออาวุธที่ค่อยๆ ฆ่าพวกเธอให้ตายทั้งเป็น
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอไม่อาจปล่อยให้ลูกชายต้องเติบโตมาท่ามกลางสงครามประสาทและการแย่งชิงอำนาจที่ไร้ซึ่งหัวใจ วันนี้... เมื่อคินน์เริ่มใช้ลีโอเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองเพื่อผูกมัดเธอไว้ด้วยทะเบียนสมองปลอมๆ นั่นคือขีดจำกัดที่เธอจะไม่มีวันทนอีกต่อไป ความเด็ดขาดของแม่บังเกิดขึันแล้ว และต่อให้คินน์จะพลิกแผ่นดินตามหา เธอก็จะไม่ยอมกลับมาเหยียบที่นี่ในฐานะ "ทาสเสน่หา" อีกเด็ดขาด
ในขณะที่รินรดากำลังจูงมือลูกชายก้าวไปทางประตูลับด้านหลังคฤหาสน์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เธอใช้เวลาสังเกตการณ์มาแรมเดือนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทว่า... เสียงเคาะประตูห้องนอนใหญ่ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังลอดเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับแรงบิดลูกบิดประตูลักษณะที่บ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาเพื่อขอร้อง แต่มาเพื่อบังคับ "เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้ คุณรู้ว่าหนีผมไม่พ้นหรอก"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอหันกลับไปมองประตูห้องด้วยแววตาวาวโรจน์ ความหวาดกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะและความเกลียดชัง คินน์ อัครเดโช... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับทำตัวราวกับเจ้าชีวิตที่คิดจะกักขังเธอกับลูกไว้ในกรงขังนี้ไปตลอดกาล
รินรดาก้มลงกระซิบสั่งลูกชายเสียงเบาแต่เฉียบขาด "ลีโอครับ ไปยืนรอแม่ตรงระเบียงนั้น ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาดนะลูก"
เมื่อเด็กชายพยักหน้ารับด้วยความตกใจและเดินไปหลบตามคำสั่ง รินรดาก็สูดลมหายใจเข้าลึก เดินตรงไปกระชากประตูห้องเปิดออกเผชิญหน้ากับอดีสามีที่ยืนจ้องเธอด้วยแววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ
ดวงตาคู่นั้นกวาดมองกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธอ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยของคินน์ "คิดจะพาเลือดเนื้อเชื้อไขของผมหนีไปไหนอีกแล้วล่ะ รินรดา? คุณคิดจริงๆ น่ะหรือว่าผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณ จะมีปัญญาพาหนีพ้นไปจากอุ้งมือของผมได้?"
รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอยืนขวางทางเข้าประตูไว้เต็มความสูง แววตาที่เคยอ่อนแอราบคาบ บัดนี้ฉายประกายความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวชนิดที่คินน์ต้องชะงักไปชั่วขณะ
"ต่อให้ฉันต้องเดินเท้าเปล่าออกไปจากนรกนี่ ฉันก็ไม่ทางยอมให้ลูกต้องเติบโตมาเป็นเครื่องมืออำนาจของคุณอีกแล้วค่ะ, คินน์!" รินรดากล่าวเสียงดังฟังชัด น้ำเสียงไม่มีความหวาดหวั่นเจือปนแม้แต่น้อย "เลิกตามตื้อเลิกใช้คำว่าครอบครัวมาผูกมัดฉันเสียที เพราะสำนึกชั่วดีของคุณ มันสายเกินไปที่จะเยียวยาทุกอย่างแล้ว!"
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ความโกรธเกรี้ยวระSیدขึ้นในดวงตาสีเข้ม เขาเกลียดนัก... เกลียดสายตาที่มองมาด้วยความชิงชังและไม่แยแสไยดีเช่นนี้ ร่างสูงก้าวประชิดตัวเธอด้วยความเร็ว ทว่าก่อนที่เขาจะเอާމือคว้าแขนเรียวเพื่อกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดดังเช่นเคย เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมระเบียง
"คุณพ่อขา... คุณพ่ออย่าดุคุณแม่เลยนะครับ คุณแม่ร้องไห้แล้ว..."
คินน์ชะงักกึก ร่างสูงราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล เขานิ่งค้างไปในวินาทีที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นหันขวับไปมองตามเสียง และได้สบเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กชายวัยห้าขวบที่ยืนจับชายผ้าผ้าม่านอยู่ตรงระเบียง... เด็กน้อยที่มีใบหน้า ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองทุกกระเบียดนิ้วอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก สมองที่เคยเฉียบคมและคำพูดเย่อหยิ่งทั้งปวงพลันขาดห้วงลงในทันที เมื่อความจริงอันน่าตกตะลึงสายฟ้าแลบกระแทกเข้ากลางหน้าอกอย่างจัง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
เพลิงกุหลาบดำ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 20
ความเด็ดขาดของแม่
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!