"ถ้าเธอยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง ก็ควรจะรู้ว่าผู้หญิงที่ไต่เต้ามาจากดินไม่มีวันคู่ควรกับบัลลังก์ของตระกูลอัครเดโช การที่เธออุ้มท้องหนีไปแล้วกลับมาวนเวียนเรียกร้องความสนใจ มันน่าสมเพชเกินกว่าที่เราจะให้ค่าด้วยซ้ำ!"
น้ำเสียงเยียบเย็นและสายตาที่มองมาดั่งรังเกียจเดียดฉันท์ของท่านคุณหญิงวิภาดา ประมุขแห่งตระกูลอัครเดโช ยังคงก้องกังวานบาดลึกอยู่ในโสตประสาทของรินรดา แม้ว่าบทสนทนาอันแสนเจ็บปวดนั้นจะเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาในห้องรับรองหรูหราของโรงแรมชื่อดัง
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ เธอยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยไข่มุกเส้นเล็กที่สวมไว้เพื่อเตือนสติ สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระรัวด้วยความโกรธกรุ่นและรอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาฉีกทึ้งอีกครั้ง
ในอดีต... เธอเคยเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้คนพวกนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลقสลาย เธอเคยร้องขอความเห็นใจจากคินน์ สามีผู้ไร้หัวใจในยามที่เธอกำลังตั้งครรภ์และโดนขับไล่ไสส่งราวกับไม่ใช่คน แต่ในวันนี้... รินรดาคนเดิมได้ตายไปพร้อมกับน้ำตาหยดสุดท้ายเมื่อห้าปีที่แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือ "แม่" ของน้องลีโอ ผู้หญิงที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นเกราะเหล็กกล้าปกป้องลูกชายสุดที่รักจากคมมีดของสังคมไฮโซจอมปลอมเหล่านี้
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านนอก
"คุณแม่ขา ลีโอปวดฉี่ค่ะ เปิดประตูให้ลีโอนะคะ"
ความแข็งกร้าวในแววตาของรินรดาพลันละลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายความอบอุ่นล้ำลึกที่ฉายชัดขึ้นมา เธอลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหมุนลูกบิดเปิดประตูต้อนรับดวงใจทั้งดวงของเธอ
ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบในชุดสูทตัวจิ๋ววิ่งเข้ามาสวมกอดเอวเธอไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองมารดาด้วยแววตาเฉลียวฉลาดเกินวัย มือเล็กๆ เอื้อมขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาที่หลงเหลือตรงหางตาของเธอเบาๆ อย่างช่างสังเกต
"คุณแม่ร้องไห้เหรอคะ ใครทำอะไรคุณแม่ บอกลีโอนะคะ เดี๋ยวลีโอจะเอาหุ่นยนต์แปลงร่างไปสู้ให้"
รินรดาย่อตัวลงสวมกอดลูกชายแน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเด็กน้อยเพื่อสูดเอาพลังชีวิตและความบริสุทธิ์เข้ามาฮีลหัวใจที่บอบช้ำ น้ำตาที่กลั้นไว้เกือบไหลรินอีกรอบ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ หากแต่เป็นความตื้นตันใจที่พระเจ้ายังทรงเมตตาประทานเด็กน้อยคนนี้มาให้เป็นเกราะคุ้มภัยทางใจ
"เปล่าเลยค่ะคนดี คุณแม่แค่... ดีใจที่มีลีโออยู่ตรงนี้ต่างหาก" รินรดายิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางกดจูบหนักๆ ลงบนแก้มยุ้ยทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว "ไปล้างมือกันก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเราต้องรีบกลับบ้านกันแล้วนะ"
ระหว่างที่เธอกุมมือน้อยๆ ของลูกชายเดินออกมาจากโซนห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวกลับ ร่างสูงสง่าของใครบางคนที่ยืนดักรออยู่ตรงมุมเสาPrivate Lounge ก็ทำให้ฝีเท้าของรินรดาชะงักกึกทันที
คินน์ อัครเดโช ยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายแววซับซ้อนยามมองมาที่เธอ ดวงตาคู่คมคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาเองก็ยากจะอธิบาย—ทั้งความรู้สึกผิด ความโหยหา และความเจ็บปวดที่ตกค้าง
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันที่ตื่นมาแล้วจะสลายหายไป
รินรดากระชับมือที่กุมกับน้องลีโอให้แน่นขึ้น เธอยืดอกขึ้นเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ไม่มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่สวยคู่นั้นอีกต่อไป มีเพียงความเยียบเย็นและห่างเหินที่กรีดแทงหัวใจของคนมองจนยับเยิน
"ถ้าคุณมาเพื่อจะพูดจาดูถูกเหยียดหยามเหมือนที่แม่ของคุณทำ ฉันแนะนำว่าเก็บคำพวกนั้นไว้ใช้คนเดียวเถอะค่ะ คุณคินน์" รินรดาเอמהเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดเคลือบน้ำผึ้ง "เพราะต่อให้คุณเอาเงินทั้งบริษัทมาวางกองตรงหน้าฉัน มันก็ไม่มีค่าอะไรเท่ากับความสงบสุขในชีวิตของลูกชายฉันหรอกค่ะ"
คินน์ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว แววตาเต็มไปด้วยความร้าวราน "ผมไม่ได้ตั้งใจให้แม่ไปพบคุณ... ผมขอโทษ ริน ผมแค่ต้องการโอกาสที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมด... และเรื่องของเรา..."
"เรา?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความสมเพชเวทนาที่พุ่งตรงไปยังอดีตสามี "คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไงคะ ในเมื่อคุณเป็นคนผลักฉันตกเหวเองกับมือ แล้วตอนนี้จะวิ่งตามลงมาดึงตัวฉันกลับไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ทว่าก่อนที่คินน์จะได้เอמהคำพูดใดแก้ตัว ดวงตากลมโตเป็นประกายของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังรำไรก็เงยขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์
น้องลีโอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอียงคอมองคินน์ด้วยความสงสัย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคินน์หยุดไหลไปชั่วขณะ
"คุณลุงขา... ทําไมหน้าตาคุณลุงถึงเหมือนกับกระจกเงาในห้องนอนของลีโอตอนที่ถ่ายรูปคู่กับคุณแม่เลยล่ะคะ?"
คำพูดซื่อประสาเด็กเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ขณะที่รินรดาหน้าถอดสี รีบดึงตัวลูกชายเข้าหาตัวทันทีด้วยความตื่นตระหนก—
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเจ็บปวดและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เปราะบางแต่ทรงพลังนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เพลิงกุหลาบดำ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 19
อดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!