"คุณคินน์คะ... กรุณาวางมือถือลงแล้วมองหนกลูกชายของฉัน... เอ่อ ของคุณด้วยค่ะ"
เสียงหวานที่เจือความเยียบเย็นระคนเหนื่อยหน่ายดังขึ้น ทำลายความเงียบในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สำหรับครอบครัวที่ถูกเหมาปิดโซนความเป็นส่วนตัว รินรดาชักสีหน้าใส่ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้ในยามนี้คินน์ อัครเดโช จะยอมถอดสูทหรูเหลือเพียงเชิ้ตพับแขนและเนกไทที่คลายปมออกอย่างลวกๆ ทว่ารัศมีกดดันและความเย่อหยิ่งจองหองก็ยังคงแผ่ซ่านรอบตัวเขาไม่เสื่อมคลาย
บนตักของอดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดชังนักหนาในอดีต บัดนี้มีเด็กชายวัยห้าขวบหน้าตาน่ารักถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้วกำลังนั่งถือดินสอสีเมจิกทำหน้ามุ่ย
"พ่อคินน์ครับ ตรงนี้ผมระบายสีไดโนเสาร์ออกนอกเส้นแล้ว... มันแก้ไม่ได้อ่ะ"
น้องลีโอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยคือเกราะคุ้มภัยชั้นดีที่ละลายความแข็งกระด้างในอกแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้เลือดเย็นลงทีละน้อย คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือที่สั่นเตือนเรื่องหุ้นนับพันล้านบาทลงบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่โน้มตัวเข้าไปใกล้ลูกชาย ไออุ่นจากกายกำยำโอบล้อมเด็กน้อยไว้โดยสัญชาตญาณ
"ไหนให้พ่อดูซิครับ คนเก่ง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยนจนรินรดาที่นั่งมองอยู่ถึงกับใจกระตุกวูบ ภาพผู้ชายใจร้ายที่เคยทิ้งเธอไว้กับความโดดเดี่ยวซ้อนทับกับภาพคุณพ่อมือใหม่ที่กำลังตั้งใจสอนลูกระบายสีอย่างใจ
คินน์หยิบยางลบขึ้นมา ค่อยๆ บรรจงช่วยลบรอยเปื้อนบนกระดาษวาดรูปให้อย่างเบามือ มือใหญ่ที่เคยถือปากกาเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาล บัดนี้กำลังประคับประคองมือเล็กๆ ของน้องลีโอให้ลากเส้นทับรอยเดิมอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคินน์เป็นสิ่งที่รินรดาไม่เคยได้เห็นตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในอดีต มันคือรอยยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ... รอยยิ้มที่เขามอบให้โซ่ตร้องแห่งความรักเพียงหนึ่งเดียว
"เห็นไหมครับ... ผิดพลาดแล้วแก้ไขใหม่ได้ เหมือนกับชีวิตคนเรา... ถ้าเราตั้งใจทำมันให้ดีกว่าเดิม ทุกอย่างก็จะกลับมาสวยงามได้เหมือนเดิม" คินน์เอ่ยสอนลูกชาย แต่สายตากลับเหลือบมองข้ามศีรษะเด็กน้อยไปยังหญิงสาวฝั่งตรงข้าม
รินรดารู้สึกเหมือนถูกสายตานั้นกรีดแทงหัวใจ เธอเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใส มองออกไปด้านนอกเพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา เธอยอมรับว่าระยะหลังมานี้ คินน์พยายามทำหน้าที่พ่ออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาตามใจน้องลีโอ ไม่ใช่ด้วยเงินทองฟุ่มเฟือยเหมือนเศรษฐีใหม่ไร้รสนิยม แต่ให้ "เวลา" และ "ความใส่ใจ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกชายโหยหามาตลอด ช่องว่างระหว่างพ่อกับลูกที่เคยเหินห่างถูกถมเต็มด้วยความรักบริสุทธิ์ทีละน้อย จนบางครั้ง... รินรดาก็เผลอใจสั่นไหวให้กับความพยายามในการไถ่บาปของเขา
แต่ทว่า... ความสุขมักมีอายุสั้นเสมอในโลกของผู้มีอำนาจ
*แกร๊ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกโซนวีไอพีดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูก รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทัน3ที่เห็นร่างระหงของแขกไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ
"คินน์คะ! อยู่นี่เอง... แหม มุกตามหาซะทั่วเลยค่ะ"
มณิชา กุล The socialite สาวไฮโซตระกูลดังผู้หมายปองตำแหน่งนายหญิงอัครเดโช ก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปอวดสัดส่วน เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มพยายามเดินตรงเข้ามาหาคินน์โดยไม่สนใจสายตาของคนทั้งโต๊ะ มือเรียวยาวถือวิสาสะวางลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างถือสิทธิ์
คินน์ขมวดคิ้วยุ่งทันที รังสีความเยียบเย็นแผ่ซ่ายออกจากร่างเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาสลัดไหล่ออกจากสัมผัสของหญิงสาวอย่างไม่ไยดีจนมณิชาหน้าเสีย
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาที่นี่... มณิชา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ
"อ้าว ก็คุณแม่บอกว่าคุณคินน์มาทานข้าวแถวนี้ มุกก็เลยแวะมาเซอร์ไพรส์ไงคะ... แล้วนี่..." มณิชาแสร้งทำเป็นเพิ่งมองเห็นสองแม่ลูก เธอกวาดสายตามองรินรดาด้วยรังสีดูแคลนหัวจรดเท้า ก่อนจะทอดเสียงหวานเยาะเย้ย "อุ๊ย ตายจริง! พาเด็กที่ไหนมาทานข้าวด้วยคะเนี่ย หน้าตาละม้ายคล้ายคุณคินน์เสียด้วย... หรือว่าเป็นเด็กวัดที่คุณคินน์ใจบุญเก็บมาเลี้ยงแก้เหงาคะ?"
คำพูดเหยียดหยามนั้นทำให้น้องลีโอสะดุ้งเล็กน้อย เด็กน้อยขยับเข้าไปซุกตัวกับอกอุ่นของพ่อทันทีด้วยความกลัว คินน์หน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับหญิงสาวจอมสาระแนให้สำเหนียกตัวเอง แต่รินรดากลับเร็วกว่า
ร่างบางของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยหวานไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาของเธอเด็ดเดี่ยวและคมกริบดั่งใบมีดเคลือบน้ำผึ้ง เธอไม่ได้แสดงความอ่อนแอหรือหวาดกลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป
"ถ้าสมองของคุณมณิชาว่างมากพอจะมายุ่งเรื่องชาวบ้าน กรุณาเอาเวลาไปอบรมมารยาททางสังคมมาก่อนจะดีกว่านะคะ..." รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กวัด... แต่เป็นลูกชายแท้ๆ ของคุณคินน์ และเป็นลูกของฉัน... รินรดา อดีตภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาค่ะ"
มณิชาหน้าถอดสีทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ "รินรดา! เธอ... เธอยังหน้าด้านมาเกาะคุณคินน์อยู่อีกเหรอ คิดเหรอว่าผู้ชายระดับเขาจะเอาผู้หญิงตกอับอย่างเธอ-"
"พอ!"
คินน์ตวาดลั่นจนบรรยากาศในร้านเงียบกริบ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายจนมณิชาถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ถ้าคุณยังไม่อยากให้บริษัทของคุณพ่อคุณล้มละลายภายในสามวินี้ ไสหัวออกไปจากสายตาผมซะ! มณิชา!" คินน์คำรามเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ดุจซาตานร้าย
มณิชาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอรู้ดีว่าคินน์พูดจริงทำจริง ผู้ชายคนนี้ไร้ความปรานีที่สุดยามที่เขาโมโห หญิงสาวจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคืองแล้วเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ความเงียบกลับมาปกคลุมโต๊ะอาหารอีกครั้ง รินรดายืนนิ่ง พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เธอก้มลงมองลูกชายที่ยังคงซบอยู่กับอกคินน์ "ลีโอครับ... ไปห้องน้ำกับแม่หน่อยนะคะ"
เธอกำลังจะเอื้อมมือไปอุ้มลูกชายออกจากตักของเขา แต่ทว่า... คินน์กลับรวบตัวเด็กน้อยไว้แนบแน่น พร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ไม่ให้ผละหนี สัมผัสอุ่นจัดที่ส่งผ่านผิวเนื้อทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย มันทั้งเจ็บปวด สำนึกผิด และ... วอนขอ
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบาจนแทบกระซิบ ทว่าชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาท "ขอบคุณนะ... ที่ปกป้องพวกเรา"
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่กุมข้อมือเธอไว้ช่างมีแรงดึงดูดประหลาด เธอพยายามจะดึงมือออกแต่เขากลับกระชับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ... เธอกับลูกจะหายลับไปจากชีวิตเขาชั่วนิรันดร์
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงปรารถนาและปมความรู้สึกที่ผูกพันกันแน่นแฟ้น พนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ท่าทางเก้ๆ กังๆ
"เอ่อ... ขอประทานโทษครับคุณคินน์ พอดีมีคนฝากซองนี่มาให้คุณผู้หญิงครับ... เขาบอกว่าเป็นผลตรวจดีเอ็นเอชุดใหม่ล่าสุดจากโรงพยาบาลชื่อดัง ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"
รินรดาชะงักกึก คินน์หันขวับมองซองเอกสารในมือพนักงานทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปคว้าซองนั้นเพื่อเปิดดูความจริงที่ถูกปิดบัง...
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมด ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะถอดสีลงทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า
"คินน์... คุณพ่อหัวใจวายกะทันหัน... ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู!"
********************
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเจ็บปวดและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เปราะบางแต่ทรงพลังนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เพลิงกุหลาบดำ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 18
ช่องว่างที่เชื่อมด้วยความรัก
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!