เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 21

ตามล่าหาหัวใจ

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสรุปยอดบัญชีบนโต๊ะทำงานไม้สักราคาแพง ดังสนั่นจนเลขาหน้าห้องต้องสะดุ้งสุดตัว ทว่าเจ้าของห้องกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกราบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นแดงก่ำ เส้นเลือดขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด คินน์ อัครเดโช ในยามนี้ไม่ได้หลงเหลือมาดนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาที่ใครๆ ต่างเกรงกลัวอีกต่อไป สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียง "ซากเดน" ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เพิ่งตระหนักได้ว่า ตนเองได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตหลุดลอยหายไปกับมือ ไม่มีรินรดา... ไม่มีกลิ่นกายหอมละมุนที่เคยรอต้อนรับเขาในห้องชุดเพนต์เฮาส์ที่ว่างเปล่า... และที่สำคัญที่สุด ไม่มีเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่เขากเพิ่งล่วงรู้ความจริงว่า "มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง" วิ่งวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว "คุณคินน์คะ ทางสนามบินแจ้งว่า... ไม่พบรายชื่อคุณรินรดาเดินทางออกนอกประเทศค่ะ คาดว่าเธอยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียง" เสียงรายงานของเลขาสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว แต่คินน์ไม่ได้ยินมันเลยสักนิด โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงในวันที่เอกสารใบสูติบัตรและรูปถ่ายของเด็กชายหน้าตาถอดแบบเขาพิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นเตอร์ รอยยิ้มที่สดใส ดวงตากลมโตคู่นั้น และร่องรอยความเจ็บปวดในอดีตที่รินรดาเคยอดทนแบกรับไว้โดยไม่เคยปริปากบ่น มันย้อนกลับมาทุบตีหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบอกข้างซ้ายจนแหลกละเอียด "พลิกแผ่นดินหา!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบตวาดลั่นจนห้องทำงานสั่นสะเทือน "ไม่ว่าจะซุกหัวอยู่ที่ไหน ขุดขึ้นมาให้เจอ! ถ้าหาตัวเมียกับลูกฉันไม่เจอในสามวัน พวกเธอทั้งหมดเตรียมเก็บกระเป๋าไสมหัวออกไปจากบริษัทนี้ได้เลย!" คินน์คว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาสวมทับอย่างไร้ความปราณี ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานทันที เขาทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป ความรู้สึกร้อนรุ่มราถูกไฟแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความกระวนกระวาย แต่มมันคือความหวาดกลัว... ความกลัวที่จะสูญเสียพวกเขาทั้งสองคนไปตลอดกาล กลัวว่ารินรดาจะใจแข็งเกินกว่าจะหันกลับมามองผู้ชายสารเลวคนนี้อีก ในขณะเดียวกัน ณ คาเฟ่เล็กๆ ย่านชานเมืองที่เงียบสงบ รินรดากำลังนั่งกุมมือลูกชายตัวน้อยด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความกังวล แม้ภายนอกเธอจะพยายามแสดงออกว่าเข้มแข็งและเด็ดขาดเพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจ แต่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวไม่แพ้กัน "คุณแม่ครับ ทำไมเราต้องรีบเก็บกระเป๋าแล้วย้ายมาที่นี่ด้วยล่ะครับ? ลีโอยังไม่ได้ลาคุณครูเลยนะ" เด็กชายวัยห้าขวบเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากผู้ชายคนที่เป็นดั่งฝันร้ายของเธอไม่มีผิดเพี้ยน รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอฝืนยิ้มบางๆ ให้ลูกชาย พร้อมกับลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มนั้นอย่างทะนุถนอม "เราแค่มาเปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนกันชั่วคราวนะคะคนเก่ง ของเล่นชิ้นใหม่ที่หนูอยากได้ แม่สั่งให้เขามาส่งที่บ้านพักหลังใหม่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ" "เย้! คุณแม่ใจดีที่สุดเลยครับ!" ลีโอยิ้มร่าเริง ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจว่าผู้เป็นแม่กำลังวิ่งหนีอะไรอยู่ แต่ความสุขชั่วครู่ก็ต้องสะดุดลง เมื่อรินรดาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปฉับพลัน ขนอ่อนลุกชันขึ้นพร้อมกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กรีดร้องเตือนภัย สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำสนิทคันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านกาแฟอย่างอุกหาญ หัวใจของรินรดาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เมื่อประตูรถเปิดออก และร่างสูงสง่าคุ้นตาของคนที่เธอพยายามหนีสุดชีวิตก้าวลงมา คินน์กวาดสายตาดุจพญาเหยี่ยวสำรวจไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งมาสะดุดเข้ากับร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่ริมกระจกใสภายในร้าน ร่างสูงหยุดชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับหัวใจที่หยุดเต้นไปนานนับสัปดาห์ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องไปยังผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ และเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวที่คินน์เดินเข้ามาใกล้ เปรียบเสมือนเสียงฝีเท้าของมัจจุราชที่พาความร้าวรานและการไถ่บาปมาถึงตัว รินรดาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาเด็ดเดี่ยวไม่มีวันยอมจำนน เธอรีบคว้ามือเล็กๆ ของลีโอมาจับไว้แน่น "ลีโอ... ลูกครับ ไปทางหลังร้านกับแม่เร็วเข้า!" "ริน!" เสียงทุ้มทรงอำนาจตะโกนก้องผ่านกระจกหน้าร้าน พร้อมกับแรงผลักประตูที่เปิดผางเข้ามา เสียงก้าวเท้าหนักหน่วงตรงดิ่งมาทางพวกเขา ท่ามกลางความตกใจของลูกค้าคนอื่นๆ ในร้าน รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอผลักลีโอไปไว้ด้านหลัง สองมือบางกางออกปกป้องลูกชายสุดชีวิต หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานาน แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้ก้าวเท้าหนี ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว วงแขนแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอด้วยแรงทั้งหมดที่มี ดึงรั้งเข้ามาชิดแนบอกอย่างไม่เปิดโอกาสให้ดิ้นรน กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและหยาดเหงื่อจากการตามหาพัดเข้าปะทะจมูก "ปล่อยฉันนะ, คินน์! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเราแม่ลูกอีก!" รินรดากรีดร้องเสียงหลง พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่วงแขนนั้นกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ยิ่งเธอขัดขืน เขาก็ยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น รา과กลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ริน... ฉันขอโทษ..." เสียงกระซิบพร่าสั่นที่ดังอยู่ข้างหูเต็มไปด้วยความร้าวรานและความเจ็บปวดที่เธอบริสุทธิ์ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายอีโก้สูงคนนี้ คินน์ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างไร้การควบคุม หยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาทั้งชีวิตร่วงหล่นลงบนหัวไหล่บาง ร้อนผ่าวจนรินรดาสัมผัสได้ "ปล่อยฉัน... เราจบกันแล้ว ได้ยินไหมคินน์!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นทะลักขอบตา เธอเกลียดตัวเองที่หัวใจยังคงสั่นไหวให้กับอ้อมกอดนี้ เกลียดที่เขายังมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของเธอเสมอมา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อnคำใดออกมาเพื่อรั้งเธอไว้ มือเล็กๆ คู่หนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่กางเกงสูทของเขาเบาๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายที่เงยหน้าขึ้นมอง "คุณอา... ร้องไห้ทำไมเหรอครับ? แล้วทำไมต้องกอดคุณแม่ของผมด้วยล่ะครับ?" คินน์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เขาค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกจากรินรดาอย่างช้าๆ แล้วก้มลงสบตากับเด็กชายตัวน้อยที่หน้าตาถอดพิมพ์ทรงเดียวกับตนเองทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาอย่างไร้เดียงสา แต่มันกลับคมกริบพอที่จะเฉือนวิญญาณของคนเป็นพ่อให้ขาดเป็นวิ่นๆ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงหัวใจของคินน์ที่เต้นระรัวด้วยความสำนึกผิด และรินรดาที่ยืนจ้องมองภาพนั้นด้วยแววตาหวาดหวั่นระคนท้าทาย และก่อนที่คินน์จะทันได้เอ่ยคำว่า "พ่อ" ออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา รินรดาก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด กระชากมือลูกชายกลับมาไว้ข้างกาย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังทั้งหมดของเขาลงในพริบตา "มองให้เต็มตาเธอนี่แหละคินน์... เด็กคนนี้ไม่มีทางรับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเป็นพ่อเด็ดขาด!" แล้วเธอก็หันหลังสะบัดหน้าหนี พาแก้วตาดวงใจพุ่งตัวออกไปทางประตูหลังร้าน ทิ้งให้คินน์ยืนค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า หัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และสติที่กำลังจะหลุดลอยเมื่อตระหนักว่า... เขากำลังจะสูญเสียทายาทสายเลือดแท้ๆ ไปตลอดกาลจริงๆ โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยหัวใจที่ระทึกระทับนะคะ เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%