กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและไออุ่นจากร่างเล็กๆ ที่ซุกซบอยู่แนบอก คือเกราะคุ้ม The ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้สำหรับรินรดาค่ะ
นิ้วเรียวบางบรรจงจัดปมเชือกกันเปื้อนบนตัวเด็กชายวัยห้าขวบอย่างทะนุถนอม ดวงตากลมโตสีนิลของน้องลีโอกระพริบปริบๆ มองมารดาด้วยความฉลาดเฉลียวเกินวัย ก่อนที่มือเล็กป้อมจะเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มสากระคายของหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยคที่ไร้เสียง แต่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดนับร้อย
"คุณแม่ขา วันนี้คุณแม่ทำหน้าเหมือนตอนลีโอทำของเล่นพังอีกแล้วค่ะ" เด็กชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่าแววตากลับระคนไปด้วยความห่วงใยที่บีบคั้นหัวใจคนเป็นแม่จนแทบแหลกสลาย
รินรดาคลี่ยิ้มบางเบา พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีรวนขึ้นมาจุกอกลงไปอย่างยากลำบาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเข้มแข็งกลับคืนมา รอยแผลเป็นในอดีตที่คินน์ อัครเดโช เคยฝากไว้ แม้จะถูกกาลเวลาและหยาดน้ำตาชะล้างจนตกสะเก็ด แต่เมื่อเงาหัวของเขาพาดผ่านเข้ามาใกล้ในระยะประชิด แผลเป็นเหล่านั้นก็พร้อมจะปริแตกและส่งกลิ่นอายความเจ็บปวดคละคลุ้งขึ้นมาอีกครั้ง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกใสของร้านกาแฟเล็กๆ ที่เธอดูแลอยู่ดังขึ้น ขัดจังหวะช่วงเวลาอบอุ่นระหว่างแม่ลูก รินรดาหันไปมองผ่านม่านบังตา และลมหายใจของเธอก็สะดุดกึกทันที
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงระยับยืนเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหลังกระจกใส แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองตรงมาที่เธอกับลูกด้วยประกายไฟที่อ่านไม่ออก ทั้งโหยหา ทั้งดื้อดึง และร้อนรนราวกับคนใกล้คลั่ง คินน์ อัครเดโช... ผู้ชายคนที่เธอเคยคุกเข่าขอความเมตตาในวันที่ไร้ค่า แต่วันนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เขาเคยเหยียบยละทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
รินรดารีบดันร่างของน้องลีโอให้ไปหลบอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ บังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นเทาขณะเดินออกไปเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เชื้อเชิญ
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งกังวาน ทว่าบรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณเข้ามาทำไมที่นี่คะ คุณคินน์" รินรดาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวในดวงตา
คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอกลัวฝังใจลอยแตะจมูก สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของหมาป่าที่จนตรอกและกำลังตามหาชิ้นส่วนสำคัญของชีวิตที่ขาดหายไป
"ริน... ผมรู้ว่าผมทำผิดมหันต์ แต่คุณไม่มีสิทธิ์หนีผมไปแบบนี้" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความอดทนที่เขาสสะสมมาตลอดสัปดาห์กำลังจะระเบิด "คุณหายไปห้าปี พร้อมกับ... ท้องโตๆ และจดหมายหย่าที่ผมไม่ได้อยากเซ็นเลยสักนิด"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันเหยียดและร้าวราน เธอปรายตามองเขาด้วยแววตาที่คมกริบดั่งใบมีดเคลือบน้ำผึ้ง
"ไม่มีสิทธิ์เหรอคะ? วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเป็นคนสละสิทธิ์นั้นไปเองด้วยมือของคุณ"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่พุ่งเข้าปักอกหนา คินน์หน้าชาวาบ เขากลืนก้อนความเจ็บปวดลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มไหวระริกด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
"ผมรู้... ผมมันเลว ผมมันโง่เง่าที่มองไม่เห็นค่าเพชรในตมอย่างคุณ แต่ตอนนี้ผมกลับตัวแล้ว ริน... ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณกับลูกเถอะนะ" เขายื่นมือหนาออกมาหวังจะสัมผัสปลายแขนเรียวของเธอ ทว่ารินรดากลับก้าวถอยหลังหลบราวกับรังเกียจเดียดฉันท์
"ลูก?" รินรดาทวนคำ เสียงของเธอกดต่ำลงจนน่ากลัว "คุณกำลังพูดถึงเด็กคนไหนคะคุณคินน์"
"เด็กผู้ชายคนนั้น... คนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นไง!" คินน์ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตัดสินใจพุ่งสายตาข้ามไหล่บางไปมองร่างเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ "ดวงตาคู่นั้น... จมูกรั้นๆ แบบนั้น มันถอดแบบมาจากผมชัดๆ ริน คุณจะปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของผม!"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ แต่นางเอกผู้ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเป็นอันขาด เธอก้าวเข้าไปขวางทางสายตาของเขา ทอดมองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาที่สุด
"คุณนี่หลงตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะคะคินน์" เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "คิดว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้จะต้องหน้าตาเหมือนคุณหมดหรือไง ถึงได้เที่ยวไปชี้หน้าเด็กคนอื่นว่าเป็นลูกตัวเอง"
"ริน! อย่ามาโกหกหน้าตาย ลีโออายุห้าขวบ และคำนวณจากวันที่เราแยกทางกัน..."
"โกหกเหรอคะ?" รินรดาย้อนถามเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ตัดบทความมั่นใจของเขาอย่างไร้ความปรานี หัวใจของเธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่สีหน้ากลับนิ่งสนิทดั่งหินผา "คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงไร้ค่าที่รอคุณกลับมาเหลียวแลคนเดียวหรือไงคะคินน์? ฉันบอกคุณไว้ตรงนี้เลยนะ... เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคุณ"
คินน์ชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู "คุณหมายความว่ายังไง... ถ้าไม่ใช่ลูกผม แล้วลูกใคร!"
รินรดาเชิดหน้าขึ้น แววตาแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว "ก็สามีใหม่ของฉันยังไงล่ะคะ... ผู้ชายที่อบอุ่นและรักฉันกับลูกมากกว่าเศษเงินที่คุณเคยโยนให้เพื่อปัด ภาระ!"
คำโกหกที่แสนเจ็บปวดพรั่งพรูออกจากปากของเธอ เพื่อแลกกับการปกป้องดวงใจดวงเดียวของแม่ คินน์เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกหมัดเหล็กชกเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่แตกสลายของชายหนุ่มที่ดังสะท้อนอยู่ในอก
ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะหันหลังกลับไปอุ้มลูกชายเพื่อหนีให้พ้นจากสถานการณ์อันตรายนี้ เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน...
"คุณอาขา... ทำไมหน้าตาคุณอาถึงเหมือนกับรูปถ่ายในล็อกเก็ตของคุณแม่ที่ซ่อนไว้ใต้หมอนทุกอย่างเลยล่ะคะ?"
รินรดาหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว ขณะที่คินน์หันขวับกลับไปจ้องมองเด็กน้อยที่เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่กระหน่ำรัวราดด้วยความหวังอันบ้าคลั่ง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 7
คำปฏิเสธที่เย็นชา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!