เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 8

แผนร้ายกระชากความจริง

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระดาษรายงานสืบสวนพลิกเปิดด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงอารมณ์คุกรุ่นภายในอกของผู้เป็นเจ้า, คินน์ อัครเดโช ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรและภาพถ่ายบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ เอกสารชุดนี้ไม่ใช่แค่ประวัติธรรมดา แต่มันคือหยาดหยดความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มอันเยือกเย็นของอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดี ห้าปี... ตลอดเวลาที่เธอหายไป รินรดาไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้หญิงบอบบางที่ก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างที่เขาเคยตราหน้าอีกต่อไปแล้ว "คุณคินน์ครับ... นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ทีมงานเจาะลึกมาได้ครับ ประวัติการทำงานในต่างประเทศ บัญชีธนาคาร และ..." เลขานุการส่วนตัวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ "และอะไร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับราชสีห์ที่กำลังจนมุมในกรงขังแห่งความผิดบาป "เด็กผู้ชายวัยห้าขวบคนนั้น... น้องลีโอ... มีสูจิบัตรที่ระบุชื่อบิดาเป็นช่องว่างครับ แต่จากการตรวจสอบประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลย้อนหลัง และเส้นทางการเงิน..." เลขานุการชะงักไปนิดเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอด "กรุ๊ปเลือดและดีเอ็นเอระบุความเชื่อมโยงกับคุณคินน์อย่างชัดเจนอย่างไร้ข้อกังขาครับ" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจในยามวิกาล คินน์ชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำอก ภาพความทรงจำในคืนสุดท้ายก่อนที่รินรดาจะเดินจากไปผุดวาบขึ้นมาในหัว... คืนนั้นที่เขาพ1าดพลั้งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์ดิบเถื่อน คืนที่เขาผลักไสเธอให้กลายเป็นเพียงที่ระบายความใคร่โดยไม่แยแสต่อหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นของเธอ เขามีลูก... เขามีสายเลือดเนื้อเชื้อไขกับผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาตลอดชีวิต! มือหนากำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกผิด ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่จะทวงคืนทุกอย่างตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก รินรดา... กล้าดียังไงถึงซ่อนลูกชายจากเขา กล้าดียังไงถึงกล้าพรากเลือดเนื้อเชื้อไขไปจากอกของคนที่เป็นพ่อ "ออกไป..." คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดที่เพิ่งเริ่มกัดกินหัวใจ "ออกไปให้หมด!" เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ความเงียบงันก็เข้าโอบล้อมร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง รอยหยักแห่งความเย่อหยิ่งทระนงถูกความจริงข้อนี้ฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี สองมือหนายกขึ้นกุมขมับเมื่อภาพรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่เขาเคยพบโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้าลอยเข้ามาในหัว เด็กชายผู้มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน... ทำไมเขาถึงโง่เขลาขนาดนั้น ทำไมเขาถึงมองไม่ออกตั้งแต่แรก! ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง รินรดากำลังยืนมองหยาดฝนที่โปรยปรายนอกหน้าต่างกระจกใส หัวใจดวงน้อยของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แม้ว่าเธอจะสร้างเกราะกำบังความเข้มแข็งขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองหนาเตอะเพียงใด แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็บอกเธอว่า ความลับที่เธอเพียรปกป้องด้วยชีวิตกำลังจะถูกกระชากให้หลุดลุ่ย เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่หลอมละลาย "คุณแม่ครับ ลีโอวาดรูปครอบครัวของเราเสร็จแล้วนะ!" รินรดารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายวัยห้าขวบที่วิ่งเข้ามาซุกอก เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อรับร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด สัมผัสนุ่มนวลและกลิ่นหอมสะอาดของเด็กชายคือเกราะคุ้มกันเดียวที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในโลกอันโหดร้ายนี้ "ไหน ให้คุณแม่ดูหน่อยซิคะคนเก่ง" เธอเอ่ยเสียงนุ่ม พลางรับกระดาษวาดเขียนจากมือเล็กมาคลี่ดู ในภาพวาดนั้นมีรูปผู้หญิงผมยาว... รูปเด็กชายตัวเล็ก... และพื้นที่ว่างข้างๆ ที่ถูกระบายด้วยสีดำทึบ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อเห็นร่องรอยความโหยหาที่แม้แต่เด็กตัวแค่นี้ก็ยังซ่อนไว้ไม่มิด น้องลีโอมักจะถามถึงพ่อเสมอตั้งแต่เริ่มรู้ความ และทุกครั้งเธอก็ทำได้เพียงบอกเล่าเรื่องราวโกหกสีขาวเพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อย "ลีโอยังอยากเจอคุณพ่อใหม่อมกอดแบบคนอื่นเขาไหมคะ?" รินรดาถามเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว เด็กชายเอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ "ไม่เอาหครับ ลีโอมีคุณแม่ก็พอแล้ว คุณแม่เก่งที่สุดในโลกเลย ลีโอไม่อยากให้คุณแม่ร้องไห้เหมือนตอนกลางคืนอีก" คำพูดไร้เดียงสาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจทำให้หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดรินไหลอาบแก้มเนียน รินรดาดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจนี้ไปจากอ้อมแขน เธอยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องเด็กคนนี้จากอดีตสามีผู้ไร้หัวใจอย่างคินน์ อัครเดโช ทว่า... ความเงียบสงบในค่ำคืนนี้กลับอยู่ได้ไม่นานนัก ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน หนักหน่วง และไร้ซึ่งความเกรงใจ ราวกับผู้มาเยือนจงใจจะพังมันลงมาให้ราบเป็นหน้ากลอง รินรดาผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อเธอนึกถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด ใครกันที่มาเคาะประตูห้องเธอในยามวิกาลเช่นนี้? "ลีโอ... ไปหลบในห้องนอนก่อนนะลูก อย่าเพิ่งออกมาไม่ว่าแม่จะเรียกยังไงก็ตาม" เธอสั่งเสียงเครือ พลางดันร่างเล็กเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อกประตูอย่างรวดเร็ว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ รวบรวมเศษซากความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีเดินตรงไปยังประตูห้อง เธอเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนและดึงบานประตูให้เปิดออก แสงไฟสีส้มสลัวจากทางเดินสาดกระทบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอคุ้นเคยดีบิดเบี้ยวด้วยเพลิงโทสะและหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองทะลุร่างเธอราวกับจะแผดเผาให้เป็นจุล คินน์ยืนอยู่ตรงนั้น... พร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือข้างหนึ่ง "คิดจะหนีฉันไปถึงไหน... รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา มันเย็นยะเยือกและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงอสุนิบาตยามค่ำคืน "ในเมื่อเธอซ่อนลูกของฉันมานานพอแล้ว... ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาเคลียร์บัญชีหนี้แค้นครั้งนี้กันให้จบเสียที!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ (โปรดติดตามตอนต่อไป...) * * * ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%