"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวลูกของฉันค่ะ คุณคินน์"
เสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือเหมือนในอดีตที่ผ่านมาหลายปี หากแต่มันเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่อาบน้ำผึ้ง เธอยืนบังร่างเล็กของน้องลีโอไว้มิดชิด สองมือเรียวโอบกอดไหล่บอบบางของลูกชายไว้แนบอก หัวใจของความเป็นแม่พองโตด้วยความหวาดระแวงผสมผสานกับความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยดน้ำตาในวันวาน
ร่างสูงใหญ่ของคินน์ อัครเดโช ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ มือหนาที่เอื้อมออกไปหมายจะลูบศีรษะทุยของเด็กชายตัวน้อยต้องลดระดับลงอย่างจำยอม แววตาคมกราบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับไหววูบและเจือไปด้วยความร้าวรานลึกซึ้งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง
"ผมแค่อยากทำความรู้จัก... ในฐานะที่ผมเป็น..." คินน์พยายามหาคำมาอธิบาย แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ภายใน เมื่อสายตาดวงโตกลมแป๋วของเด็กชายวัยห้าขวบที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังมองมาด้วยความฉงนและระแวดระวังไม่แพ้ผู้เป็นแม่
"คุณไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นค่ะ!" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดวงตาคู่สวยจ้องมองอดีสามีด้วยความรู้สึกที่ด้านชา เธอผ่านจุดที่ต้องมานั่งร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากผู้ชายคนนี้มานานแล้ว ห้าปีที่ผ่านมา เธอกับลูกสร้างโลกใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจที่แตกสลาย การที่คินน์ก้าวเข้ามาในชีวิตของพวกเขาอีกครั้งด้วยข้ออ้างเรื่องสายเลือด จึงเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันยอมรับ
"แม่ครับ... คุณลุงคนนี้ เป็นใครเหรอครับทำไมหน้าตาคุยคุ้นจัง" เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน เด็กชายเอียงคอมองชายแปลกหน้าผู้มีโครงหน้าคล้ายคลึงกับตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์ ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทิ่มแทงหัวใจของคนเป็นพ่ออย่างจัง จนคินน์รู้สึกหายใจไม่อิ่ม
คินน์คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อปรับระดับสายตาให้เสมอกับลูกชาย แม้หัวใจจะปวดร้าวกับกำแพงที่รินรดาสร้างขึ้น แต่สายตาที่เขาทอดมองน้องลีโอกลับเต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณมาตลอดหลายปี
"ลีโอครับ..." คินน์เอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อนในยามที่ใช้ชีวิตร่วมกัน "ลุง... เอ่อ คนนี้ คือคนที่อยากเป็นเพื่อนกับลนะคับ อยากพาไปกินไอศกรีม อยากไปสวนสนุกด้วย... ให้โอกาสลุงได้ดูแลเราสองแม่ลูกบ้างได้ไหมครับ"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีอ่อน "คำว่า 'ดูแล' ของคุณ มันมีราคาค่างวดเท่าไหร่กันคะคุณคินน์? ในเมื่อวันที่ฉันกับลูกต้องการคุณมากที่สุด คุณเลือกที่จะเดินหันหลังให้เราอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้... วันที่เรามีความสุขกันได้โดยไม่มีคุณ คุณกลับกล้าดียังไงถึงเดินกลับมาแล้วบอกว่าจะขอทำหน้าที่นั้น?"
ความจริงอันเจ็บปวดกระแทกเข้าใส่หน้าของคินน์จนชาหนึบ เขายอมรับทุกคำประชดประชัน ยอมรับทุกความเกลียดชังที่เธอมอบให้ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเขาเองคือผู้ทำลายทุกอย่างลงด้วยมือคู่เดียวนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ยอมคุกเข่าทางจิตใจต่อหน้าอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอ แต่บัดนี้เธอกลับสง่างามและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชรเม็ดงาม
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ริน... ผมโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จนกระทั่งวันที่บ้านหลังนั้นมันว่างเปล่าและไม่มีเสียงหัวเราะของคุณกับลูกอีกแล้ว ผมถึงได้รู้ว่าชีวิตผมมันพังทลายลงแค่ไหน" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเวทนาอย่างถึงที่สุด "ให้โอกาสผมได้ไถ่บาปเถอะนะครับ... ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่ออนาคตของลูก"
รินรดาหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดนั้น หัวใจดวงน้อยไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงอดีต แต่สัญชาตญาณของการเป็นแม่ปกป้องลูกทำให้เธอยิ่งต้องกำมือแน่นเข้าหากัน เธอไม่อาจยอมให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาทำลายความสงบสุขที่เธอแลกมาด้วยหยาดน้ำตาได้อีกเด็ดขาด
"ลีโอครับ ไปล้างมือกันดีกว่าค่ะ ลูกชายคนเก่งของแม่ หิวหรือยังคะ เดี๋ยวแม่พาไปทานขนมอร่อยๆ นะ" รินรดาหันมาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนเมื่อพูดกับลูกชาย ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอกโดยไม่ชายตามองผู้ชายที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างอีกเลยแม้แต่น้อย
"คุณแม่ครับ... แล้วคุณลุงล่ะครับ?" น้องลีโอยังคงหันกลับไปมองคินน์ด้วยความสงสัย
"ไม่ต้องไปสนใจหค่ะลูก คนแปลกหน้า... เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอกค่ะ" รินรดาตอกย้ำคำว่า 'คนแปลกหน้า' ได้อย่างเจ็บแสบที่สุด ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างสูงโปร่งนั้นไปอย่างไม่ลังเล
คินน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองตามแผ่นหลังบางที่อุ้มลูกชายเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ความมุ่งมั่นในแววตาไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับ รินรดาคิดว่าเธอจะกีดกันเขาออกไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเขายอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทวงคืนครอบครัวของเขากลับคืนมา ต่อให้ต้องใช้วิธีการที่เห็นแก่ตัวแค่ไหน เขาก็จะทำ
ในขณะที่รินรดากำลังอุ้มลูกน้อยเดินเลี้ยวผ่านมุมเสาเพื่อตรงไปยังลิฟต์ของคอนโดมิเนียมหรู เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวตามติดมาอย่างกระชั้นชิดทำให้เธอกลั้นหายใจ เธอรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นด้วยความหวาดระแวง ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะกดปุ่มเรียกลิฟต์ ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกยื่นมาตรงหน้า
"ผมเกรงว่าคุณแม่คนเก่ง... จะปฏิเสธข้อเสนอของผมไม่ได้ซะแล้วล่ะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชื่อและตราประทับบนเอกสารในมือของเขาชัดเจนเต็มสองตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 10
กรงขังที่สร้างขึ้นใหม่
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!