ปลายปากการาคาแพงในมือหนากดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายอย่างไม่ลังเล เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเรียบเฉยของคินน์ อัครเดโช ช่างสวนทางกับรอยหมึกสีดำสนิทที่กำลังกรีดแทงหัวใจของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้แหลกสลายเป็นจุล
"เซ็นชื่อซะ... รินรดา แล้วเราจะได้ต่างคนต่างไป"
น้ำเสียงของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ใช่การทำลายชีวิตคู่ที่เคยผูกพันกันมาหลายปี แต่เป็นเพียงการสะ,สางเอกสารธุรกิจชิ้นหนึ่งที่หมดความจำเป็นแล้วเท่านั้น
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววออดอ้อนและภักดีต่อเขาเพียงผู้เดียว บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าและความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากหยาดน้ำตาในอดีต เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้อ้อนวอนขอความเห็นใจอย่างที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบปากกาขึ้นมาด้วยท่าทางที่นิ่งสงบจนน่าตกใจ
จดทะเบียนสมรสเพื่อผูกมัด... และเซ็นใบหย่าเพื่อปลดปล่อย
ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วสำหรับผู้ชายที่เห็นเธอเป็นเพียงอากาศธาตุมาโดยตลอด ห้าปีในกรงทองที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและการถูกมองข้าม สอนให้รินรดารู้ว่า การรักษาตัวเองให้รอดจากความตายทางความรู้สึกนั้นสำคัญกว่าการเหนี่ยวรั้งซากปรักหักพังของชีวิตแต่งงาน
จดชื่อและนามสกุลถูกจรดลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างมั่น
ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์
คินน์ชะوັກสายตาขึ้นมองอดีตภรรยาเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบผ่านเข้ามาในอก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า รินรดาในวันนี้... ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เขาสามารถควบคุมและผลักไสไปไว้มุมไหนของบ้านก็ได้อีกต่อไป เธอดูสง่างาม เย็นชา และยากจะเข้าถึงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"เอกสารเรียบร้อยแล้วนะคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท นิ่งสงบจนน่ากลัว "หวังว่าคุณคินน์คงจะพอใจ และนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเราสองคนถือว่าขาดกันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ความเย่อหยิ่งและถือดีทำให้เขาเลือกที่จะกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกด้วยท่าทีหยิ่งผยอง "ดี... หวังว่าเธอจะรักษาคำพูด และอย่าได้กลับมาเรียกร้องอะไรจากฉันทีหลังก็แล้วกัน สิ่งที่เธอได้จากกองมรดกและการหย่าร้างครั้งนี้ มากเกินพอที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตสุขสบายไปได้ทั้งชาติแล้ว"
"เงินของคุณ... ฉันไม่เคยต้องการมันตั้งแต่แรก และตอนนี้ก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นใดๆ ทั้งสิ้น" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ลาก่อนค่ะ... คุณคินน์ ขอให้อนาคตข้างหน้าของคุณสมบูรณ์แบบไร้ที่ติอย่างที่คุณปรารถนา"
ร่างบางหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง ทิ้งให้คินน์นั่งอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานกว้าง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งทำของสำคัญหลุดมือไปตลอดกาล แต่ทิฐิและซาตานในตัวก็ยังคงสั่งให้เขาเมินเฉยต่อความรู้สึกร้าวรานแปลกประหลาดนี้
...แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความโกลาหลที่กำลังจะเข้ามาพลิกคว่ำชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบของเขา
สามเดือนต่อมา...
ณ คฤหาสน์อัครเดโช งานเลี้ยงเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของบริษัทจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ระดับแนวหน้าของประเทศ คินน์ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนจิบไวน์ราคาแพงด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขามากนัก ยกเว้นบรรดาหุ้นส่วนธุรกิจที่เข้ามาทักทายตามมารยาท
ทว่า... สายตาคมกริบของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างบางในชุดเดรสราตรีสีแดงเพลิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในงาน
รินรดา!
เธอกลับมาแล้ว... และการปรากฏตัวของเธอในคืนนี้สะกดทุกสายตาในห้องโถงให้หยุดนิ่ง รัศมีของความมั่นใจ ความเย้ายวน และความสง่างามที่ฉายชัดอยู่บนเรือนร่างอรชร ทำให้ผู้หญิงหลายคนในงานดูหมองลงไปถนัดตา เธอไม่ใช่รินรดาผู้หญิงเงียบๆ ที่เอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาเขาอีกต่อไปแล้ว เธอยืนเคียงคู่กับนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งชื่อดัง ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนิทสนม
ภาพนั้นบาดตาคินน์อย่างรุนแรง ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ผู้หญิงคนนั้นเป็นของเขา เป็นคนที่เคยอยู่ในอาณัติของเขา ทำไม... ทำไมเธอถึงกล้ามายืนยิ้มระรื่นอยู่กับผู้ชายคนอื่นในพื้นที่ของเขาแบบนี้!
คินน์ก้าวเท้าฉับๆ ตรงเข้าไปหารินรดาด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นจนรินรดาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"ปล่อยฉันนะคะ คุณคินน์!" รินรดาหันมาตวัดสายตาคมกริบใส่เขา น้ำเสียงที่ใช้เต็มไปด้วยความรังเกียจและเยīnชา
"กล้ามากนะรินรดา หย่าไปไม่นาน เที่ยวไปสำส่อนกับผู้ชายคนอื่นหน้าตาเฉยเลยงั้นเหรอ!" คินน์กระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด ดวงตาสสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "สำส่อนเหรอคะ? กรุณาใช้สมองคิดใหม่ด้วยนะคะคุณคินน์ เราหย่ากันขาดแล้ว ฉันจะเป็นอิสระไปกับใคร นอนกับใคร หรือรักใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน... ไม่เกี่ยวกับอดีตสามีไร้มารยาทอย่างคุณ!"
คำว่า 'อดีตสามีไร้มารยาท' ทำให้คินน์แทบคลั่ง เขาออกแรงกระชากข้อมือเธอให้เดินตามไปยังระเบียงด้านนอกที่ลับตาคนทันที โดยไม่สนใจเสียงทักทายของแขกเหรื่อรอบข้าง
ประตูระเบียงถูกผลักปิดลงอย่างแรงด้วยฝ่ามือใหญ่ของคินน์ ร่างสูงกักขังอดีตภรรยาไว้ระหว่างแผ่นผนังกับอ้อมแขนกำยำ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นไวน์จางๆ แผ่ซ่านความร้อนรุ่มออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
"ริน! เธอคิดว่าเธอเก่งมากนักใช่ไหมที่กล้าต่อปากต่อคำกับฉัน?" คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ความโกรธแค้นและความต้องการที่ถูกกดทับมานานผสานรวมกันจนกลายเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อน
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย สบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าเรียกฉันมาเพื่อจะพูดจาไร้สาระพวกนี้ ปล่อยค่ะ! ฉันไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับคนอย่างคุณ"
"ปากดีนักนะ..." คินน์แค่นเสียงต่ำ
ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว... ความเย่อหยิ่งของเธอ ความหอมหวานที่เขาเคยละเลย และความโหยหาที่ถูกปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน ประทุออกมาเป็นบทลงทัณฑ์อันเร่าร้อน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ
รินรดาดลใจจะเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาใหญ่กลับตรึงท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้รับสัมผัสวาบหวามที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว จูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มและหิวกระหาย คินน์บดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความโหยหา ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของไวน์และกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอทำให้เขากลืนกินทุกคำประท้วงให้จมหายไปในลำคอ
ร่างบางสั่นสะท้าน แม้พยายามจะผลักไส แต่มือหนากลับรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่นจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ทั้งคู่ต่างพยายามปฏิเสธกำลังโหมกระหน่ำเผาผลาญหัวใจของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ รินรดาเผลอครางแผ่วในลำคอเมื่อความเร่าร้อนของเขาครอบงำสติสัมปชัญญะของเธอจนแทบสิ้นฤทธิ์
ท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความวาบหวามที่เกือบจะทำให้พ่ายแพ้ต่อซาตานร้ายตรงหน้า รินรดาก็ได้สติ เธอกัดริมฝีปากเขาเต็มแรงจนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
คินน์ผละออกด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบมองเธอด้วยความระอุและโกรธเกรี้ยว
"อย่ามาทำแบบนี้กับฉันอีก!" รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง เช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความโกรธแค้น "จำไว้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวฉัน!"
พูดจบเธอก็ผลักอกเขาเต็มแรงแล้วเปิดประตูเดินหนีหายเข้าไปในงานทันที
คินน์ยืนหอบหายใจรดระเบียงความเงียบ ปลายนิ้วแตะริมฝีปากที่มีรอยเลือดจางๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบและหงุดหงิดตีรวนอยู่ในอกอย่างหนักหน่วง เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด... รินรดาจะต้องกลับมาสยบแทบเท้าเขาอีกครั้ง!
เขาสบถในลำคออย่างหัวเสียก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในงานเพื่อตามล่าหาตัวอดีตภรรยา
ทว่า... ก้าวแรกที่เขากลับเข้ามาในห้องโถงใหญ่ สายตากลับสะดุดหยุดนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน...
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม กำลังยืนถือลูกโป่งสีฟ้ามองหาใครบางคนอยู่
และวินาทีนั้น... หัวใจของคินน์ก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เพราะเด็กชายในภาพนั้น... มีใบหน้าถอดแบบราวกับพิมพ์เดียวกันกับเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับเรื่องราวของรินรดานะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 2
คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!