กระดาษแผ่นบางราคาถูกในมือของรินรดาราวกับแผดเผาปลายนิ้วให้มอดไหม้ แต่ทว่าหัวใจของเธอกลับเย็นเฉียบราศน้ำแข็ง ไร้ซึ่งร่องรอยของหยดน้ำตาที่เคยหลั่งรินจนหมดสิ้นความเสียใจ ห้าปีเต็มที่เธอทนอยู่ในกรงทองอันหนาวเหน็บ ห้าปีที่ต้องยอมลดตัวเป็นเพียงเงาไร้ค่าในสายตาของสามีทางนิตินัยผู้เสพติดความสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งวันที่เธอตระหนักได้ว่า... การอยู่เพื่อรอเศษเสี้ยวความรักจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ เป็นการทำลายจิตวิญญาณของตัวเองและอนาคตของลูกน้อยอย่างช้าๆ
"เซ็นชื่อตรงนี้เสีย... คินน์"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบและราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้ลม มันไม่ใช่เสียงสะอื้นไห้เว้าวอนขอความเห็นใจอย่างที่เขาเคยชินอีกต่อไป รินรดากวาดสายตามองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คินน์ อัครเดโช นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลักยังคงความเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเช่นวันแรกที่เธอเดินเข้าบ้านหลังนี้
คินน์ชำเลืองมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเยาะหยันราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระ
"ใบหย่า? รินรดา... เธอคิดว่าเล่นขายของอยู่หรือไง ถึงได้กล้าเอาเรื่องไร้สาระแบบนี้มาโยนใส่หน้าฉัน" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีสนิมคู่นั้นมองเธอด้วยความดูแคลน "คิดว่าเรียกร้องความสนใจแบบนี้แล้วฉันจะสนใจเธอมากขึ้นอย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ"
"ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจ และเราก็ไม่ได้เล่นขายของกันค่ะ คินน์" รินรดากล่าวแก้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคู่คมที่เคยฉายแววอ่อนแอ บัดนี้กลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวชนิดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันกำลังขออิสรภาพคืน... อิสรภาพที่ฉันควรจะได้รับตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยท่าทีคุกคาม กลิ่นกายหรูหราปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัส แต่วันนี้รินรดาไม่ถอยหลังหนีเหมือนเคย เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามีโดยไม่กะพริบ
"ห้าปีที่ผ่านมา ฉันให้เกียรติคุณในฐานะสามีมามากพอแล้ว แต่คุณไม่เคยให้เกียรติฉันเลยแม้แต่นิดเดียว ในเมื่อเราต่างก็รู้ว่าการแต่งงานของเรามันคือความผิดพลาด... การปล่อยมือกันในวันนี้ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่"
"ความผิดพลาดงั้นเหรอ?" คินน์กัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมไปบีบคางอิ่มของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มคุกกรุ่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้ รินรดา? ผู้หญิงที่วิ่งตามตื๊ออยากแต่งงานกับฉันจนตัวสั่นอย่างเธอน่ะเหรอ ที่กล้าบอกว่านี่คือความผิดพลาด!"
ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นที่คาง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอเคยได้รับ รินรดาไม่ร้องโودส ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เธอเพียงแค่ส่งยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว—ให้แก่สามีผู้เย่อหยิ่ง
"ใช่ค่ะ... มันคือความผิดพลาดที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตของฉัน และวันนี้ ฉันก็ตื่นจากความฝันลมๆ แล้งๆ นั้นแล้ว กรุณาเซ็นมันเสียทีค่ะ คินน์ ฉันไม่อยากเอาเวลาอันมีค่าของฉันมาจมปลักอยู่กับผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจของคินน์เข้าอย่างจัง เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน ความเย่อหยิ่งทระนงตนทำให้เขาไม่อาจยอมรับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของภรรยาได้ ปกติแล้วรินรดาจะต้องก้มหน้ายอมจำนน ร้องไห้ฟูมฟาย และอ้อนวอนขอร้องให้เขาเมตตา แต่วันนี้... เธอกลับกล้าท้าทายเขาอย่างเลือดเย็น
"เธอคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งมาจากไหน ถึงกล้าพูดจากับฉันแบบนี้?" คินน์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาดุดันจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำบาดหับเหล่านั้น ความโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนเขาเองก็ไม่อาจนิยามได้ "คิดเหรอว่าฉันจะยอมหย่าให้เธอง่ายๆ? ฝันไปเถอะรินรดา เธอจะต้องอยู่ที่นี่ ทนทุกข์ทรมานกับความเย็นชาของฉันไปจนตาย!"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่กรีดแทงหัวใจของคนฟังให้ร้าวราน
"คุณอยากขังฉันไว้ในกรงนี้เหรอคะ? เชิญตามสบายเลยค่ะ... เพราะต่อให้ตัวฉันจะอยู่ที่นี่ แต่หัวใจและวิญญาณของฉัน มันหลุดพ้นจากคุณไปตั้งนานแล้ว" เธอปัดมือหนาออกจากคางของตัวเองอย่างไม่ไยดี ก่อนจะวางปากกาลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา "เอกสารอยู่ตรงนั้นแล้ว จะเซ็นหรือไม่เซ็นก็เรื่องของคุณ แต่จำไว้... ต่อให้คุณไม่เซ็น ชีวิตของฉันก็ไม่ได้เป็นของคุณอีกต่อไปแล้ว"
พูดจบ รินรดาก수หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย หัวใจของเธอพองโตด้วยความโล่งอกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานด้วยฝ่าเท้าที่มั่น
คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีสนิมมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไปอย่างไม่เหลียวแล ความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาในอก ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดกำลังหลุดลอยออกไปจากมือ และต่อให้เขาจะใช้เงินทองมากมายมหาศาลแค่ไหน ก็ไม่มีทางคว้ามันกลับคืนมาได้อีกแล้ว
เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้คินน์ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันและความหงุดหงิดที่สุมอก เขาก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ใบหย่าที่ปราศจากรอยหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มันคือหลักฐานความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิตของนักธุรกิจผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใครหน้าไหน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะกวาดเอกสารทั้งหมดทิ้งลงถังขยะด้วยความโมโห สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษอีกแผ่นที่ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้ม มันคือภาพถ่ายขนาดเล็กที่ถูกถ่ายไว้โดยบังเอิญ
ภาพของเด็กชายวัยประมาณห้าขวบคนหนึ่ง กำลังยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้ว ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกใส และโครงหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... ใครบางคนที่เขากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาตลอดชีวิต และยิ่งมองภาพนั้นชัดเจนเท่าไหร่ ลมหายใจของคินน์ก็ยิ่งติดขัด ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า
เพราะเด็กชายในภาพนั้น... มีใบหน้าถอดแบบราวกับพิมพ์เดียวกันกับเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้รอยน้ำตา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!