กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กผสมกับกลิ่นอายกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด แต่ทว่าอบอุ่นไปด้วยร่องรอยของการมีชีวิต รินรดายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว มือเรียวบางกำลังละเมียดละไมแต่งแต้มแยมสตรอว์เบอร์รี่ลงบนแผ่นแพนเค้กรูปทรงดาว ดวงตาคู่คมที่ครั้งหนึ่งเคยหมองเศร้าและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง และทอประกายแห่งความสุขุมลุ่มลึกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผ่านพ้นมรสุมชีวิตอันโหดร้ายมาได้เท่านั้นจึงจะมี
"คุณแม่ครับ... วันนี้ลีโออยากใส่เสื้อสีฟ้าตัวโปรดที่กัปตันอเมริกาใส่ครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาสวมกอดรอบเอวของเธอไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองมารดาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ—ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากใครอีกคนพิมพ์เดียวกัน จนบางครั้งรินรดาก็ต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความไหววูบในอกที่ยังคงหลงเหลืออยู่
รินรดาย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมหยักศกเล็กน้อยที่ปรกลงมาเคลียหน้าผากมนของลูกชายด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มที่เธอมอบให้เด็กน้อยคือความงดงามทั้งหมดที่โลกใบนี้มอบให้แก่เธอในยามที่เธอสูญเสียทุกอย่างไป
"ได้สค่ะคนเก่ง แต่หนูต้องทานแพนเค้กฝีมือคุณแม่ให้หมดจานก่อนนะคะ ถึงจะมีแรงแปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่ไปโรงเรียน" รินรดากระซิบเสียงนุ่ม พลางกดจมูกโด่งรั้นลงบนแก้มยุ้ยๆ ของลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยว
"สัญญาเลยครับ! เพราะลีโอต้องรีบโตเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง... จะได้ปกป้องคุณแม่จากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไงครับ"
คำพูดไร้เดียงสาแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของเด็กน้อย ทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากสวยชะงักค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกระตุกวูบ ความทรงจำสีเทาหม่นเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทับถมราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ วันที่เธอต้องหอบท้องโตๆ หนีตายออกมาจากกรงทองที่ไร้ซึ่งความปรานี วันที่คินน์ อัครเดโช เหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลายด้วยความเย็นชาและความเย่อหยิ่งของเขา
ห้าปี... ห้าปีที่หมุนผ่านไป รินรดาคนเดิมที่เคยร้องไห้ฟูมฟายและรอคอยความรักจากสามีผู้ไร้หัวใจ ได้ตายสนิทไปตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจก้าวขาออกจากคฤหาสน์หลังนั้นแล้ว บัดนี้ เหลือเพียง "คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว" ผู้ยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง เป็นเจ้าของแกลเลอรีศิลปะเล็กๆ ที่กำลังไปได้สวย และที่สำคัญที่สุด... เธอคือโลกทั้งใบของเด็กชายตัวน้อยคนนี้
"ไม่มีใครทำร้ายคุณแม่ได้หรอกค่ะลูก" รินรดาซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้รอยยิ้มมั่นคง เธอประคองใบหน้าเล็กๆ นั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง "เพราะลีโอกับคุณแม่ เรามีกันและกันแค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ"
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องชุดหรูใจกลางเมืองดังขึ้นขัดจังหวะความอบอุ่นภายในครอบครัว รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ปกติแล้วเวลานี้จะไม่ค่อยมีใครมาเยี่ยมเยียนเธอ นอกเสียจากพนักงานส่งของหรือเพื่อนสนิทอย่างมีน
"เดี๋ยวคุณแม่ไปดูให้นะคะ ลีโอจัดการแพนเค้กให้เรียบร้อยล่ะ"
เธอก้าวเดินไปยังประตูกระจกนิรภัย มือเรียวเอื้อมไปเปิดแง้มออกเล็กน้อยเพื่อมองผ่านช่องมองภาพ แต่ทว่า... ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น มีเพียงกล่องพัสดุกำมะหยี่สีดำสนิทวางนิ่งอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้อง
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วครู่ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าสิ่งของชิ้นนี้ไม่ใช่พัสดุธรรมดา หัวใจเริ่มเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดระแวง เธอตัดสินใจเปิดประตูออกกว้าง ก้มลงหยิบกล่องสีดำสนิทนั้นขึ้นมาสัมผัส ความเย็นเยียบของเนื้อผ้ากำมะหยี่ส่งผ่านปลายนิ้วเข้ามาถึงขั้วหัวใจ
ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก... ลมหายใจของรินรดาก็สะดุดกึก ภาพถ่ายโพลารอยด์ใบหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ข้างใน ภาพถ่ายครอบครัว... ภาพที่เธอ ลูกชาย และ... เขา คินน์ อัครเดโช ยืนอยู่ด้วยกันเมื่อวานนี้ ขณะที่เธอพาLéoไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ!
มือบางสั่นเทาราวกับถูกไฟลวก กล่องในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ข้อความตัวเขียนด้วยลายมืออันคุ้นตาที่มุมภาพทำให้โลกรอบตัวเธอหยุดหมุนทันที
*“รินรดา... เธอคิดจริงๆ งั้นเหรอ ว่าจะซ่อนลูกของฉันพ้นจากการตามล่าของฉันไปได้ตลอดชีวิต?”*
วินาทีนั้น ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกฉีกกระชาก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวออกจากมุมมืดของทางเดินในคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮ엔ด ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ไหล่กว้างที่แผ่รังสีแห่งอำนาจและความเย่อหยิ่งที่เธอจดจำได้ไม่มีวันลืม คินน์ อัครเดโช ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ ราวกับสัตว์ป่าที่ไล่ล่าเหยื่อจนมุมและพร้อมจะขย้ำให้แหลกคามือ
รินรดากลั้นหายใจ หน้าซีดเผือดแต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอก้าวถอยหลังเพื่อบังประตูห้องไว้มิดชิด ทว่า... ขายาวก้าวเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยและทรงพลังโชยเข้าแตะนาสิก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดริมหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหายการควบคุมและการรอคอยที่จะเอาคืนอย่างสาสม
"เจอตัวสักที... ภรรยาจอมพเนจรของผม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 4
ห้าปีที่หมุนไป
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!