กลิ่นอายเกลือสมุทรและเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่ง คือเสียงดนตรีขับข่อมความสงบที่รินรดาใช้หล่อเลี้ยงวิญญาณตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บนผืนทรายสีขาวละเอียดแห่งนี้ ไม่มีเงาของความหวาดกลัว ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ และไม่มีผู้ชายใจร้ายชื่อคินน์ อัครเดโช หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยของลูกชายและตัวเธอเองอีกต่อไป
"คุณแม่ครับ ปูตัวนั้นวิ่งเร็วจังเลย!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเตาะแตะกลับมาซบลงตรงข้อเท้าของเธอ รินรดาย่อกายลง สองมือเรียวประคองแก้มนุ่มนิ่มของน้องลีโอด้วยความรักที่ล้นปรี่ ดวงตากลมโตของลูกชายถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย... ดวงตาที่เธอเคยปรารถนาจะลบเลือน แต่วันนี้เธอกลับภูมิใจเหลือเกินที่ได้เห็นมันทอประกายความสุข บริสุทธิ์ ปราศจากความเย็นชาแบบผู้เป็นพ่อ
แต่ทว่า... ความสงบมักเปราะบางดั่งฟองคลื่น
สายลมทะเลที่เคยพัดพาความสดชื่น กลับหอบเอาสัมผัสคุ้นเคยของกลิ่นกายบุรุษที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำมาปะทะนาสิก กลิ่นอายของความเย่อหยิ่ง ทรงอำนาจ และความเจ็บปวดที่เธอพยายามหนีให้พ้น รินรดาร่างกายแข็งทื่อ หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอกระชับอ้อมแขนกอดร่างของน้องลีโอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
ร่างสูงใหญ่ของคินน์ อัครเดโช ยืนอยู่ตรงนั้น...
สภาพของเขาในเวลานี้ช่างห่างไกลจากนักธุรกิจหนุ่มผู้เนี๊ยบและทรงอิทธิพลในห้องประชุมใหญ่ เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นลวกๆ ยับยู่ยี่เพราะการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาอย่างไร้ทิศทาง เส้นผมสีดำสนิทลู่ล้ำด้วยละอองน้ำทะเลและเหงื่อกาฬ แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือแววตา... แววตาคู่นั้นที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กำลังสั่นระริก เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเปล่งวาจาดดูแคลนและผลไสไล่ส่งเธอในอดีต บัดนี้กลับแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยร้าวรานจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เชิดหน้าขึ้นอัตโนมัติ ริมฝีปากที่เคยสั่นเทาถูกเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เธอกวาดสายตามองเขาด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย เกราะกำบังความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นถูกยกขึ้นมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว
"คุณมาที่นี่ทำไม... คินน์" น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกและทรงพลังพอที่จะกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนฟังให้แหลกสละ
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที สายตาคมกริบของเขาเลื่อนลงมองเด็กชายตัวน้อยที่แอบอยู่ข้างหลังมารดา ร่างกายของชายหนุ่มสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เห็นดวงตาคู่นั้นชัดเจน... ดวงตาที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ความรู้สึกผิดบาป ความสำนึกชั่วดี และความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่หัวใจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้เขาทนแบกรับความทรมานนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ตุบ!
เสียงเข่ากระแทกผืนทรายดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาด คินน์ อัครเดโช... ผู้ชายที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษใครด้วยซ้ำ บัดนี้กำลังคุกเข่าลงต่อหน้ารินรดาและลูกชายท่ามกลางเม็ดทรายและลมทะเล
"พี่ขอโทษ..." เขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่ขาดห้วง หยาดน้ำตาอุ่นร้อนร่วงหล่นจากดวงตาคมเข้ม ไหลผ่านแก้มสากระคายก่อนจะหยดลงบนผืนทราย "พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา... ริน พี่มันโง่ พี่มันเลวร้ายที่สุดที่ทำลายครอบครัวของเราด้วยมือของตัวเอง"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่เธอท้องโตและไร้ที่พึ่ง วันที่ถูกเขามองด้วยสายตารังเกียจ วันที่เธอต้องหอบกระเป๋าใบเดียวหนีตายออกมาจากนรกคฤหาสน์หลังนั้น น้ำตาที่เธอเคยหลั่งรินจนหมดตัวในวันนั้น กลับกลายเป็นเกราะเหล็กที่ทำให้เธอยืนหยัดได้ในวันนี้
"คุณมาขอโทษตอนนี้เพื่ออะไรคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าการกรีดร้อง "คำขอโทษของคุณมันซื้อเวลากลับมาไม่ได้หรอกค่ะคินน์ มันไม่มีค่าอะไรเลยกับความตายทั้งเป็นที่ฉันเคยได้รับ"
"พี่รู้..." คินน์เอื้อมมือสั่นเทาหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดาเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ใยดี ทำให้มือของเขาคว้างอยู่กลางอากาศอย่างไร้ความหมาย "พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่ทำมันให้อภัยไม่ได้ แต่ริน... ได้โปรด ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ... และสามีที่ชดเชยความผิดทั้งหมด ได้โปรดเถอะนะริน"
เขาซบหน้าลงกับสองมือ ไหล่กว้างสะท้านไหวด้วยแรงสะอื้น ลูกผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี บัดนี้กำลังแตกสลายกลายเป็นผุยผงอยู่แทบเท้าของเธอ
"คุณแม่ครับ... น้าคนนี้ร้องไห้ทำไมเหรอครับ?"
เสียงใสของน้องลีโอดังขึ้นทำลายความเงียบ มือเล็กๆ ดึงชายเสื้อของมารดาด้วยความสงสัย รินรดาก้มลงโอบกอดลูกชายเข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้อง สายตาคมปลาบที่ตวัดกลับไปมองอดีตสามีเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี
"จำหน้านี้ไว้นะลูก... เขาไม่ใช่คนที่จะมาอยู่ในชีวิตของเรา" รินรดากระซิบเบาๆ กับลูกชาย ก่อนจะหันมามองก้มมองคินน์ที่ยังคงคุกเข่าไม่ยอมลุกไปไหน
"กลับไปซะค่ะคินน์..." รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด "ที่นี่ไม่มีที่สำหรับคุณ และเราไม่มีวันกลับไปจุดเดิมอีกแล้ว"
พูดจบรินรดาก็จูงมือน้องลีโอเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นทรายไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คินน์นั่งจมอยู่กับความมืดมนของบาปกรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อ ทว่าในวินาทีที่รินรดาก้าวเดินผ่านเขาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงทุ้มแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยวก็ดังลอดขึ้นมาจากเบื้องหลัง
"พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น..." คินน์ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก แววตาที่เคยพังทลายกลับมาทอประกายความมุ่งมั่นและดื้อรั้นอย่างถึงที่สุด "ถ้าเธอไม่ยอมอภัยให้พี่... พี่ก็จะคุกเข่าอยู่ที่ชายหาดแห่งนี้ จนกว่าคลื่นจะซัดกลืนร่างพี่ไป หรือจนกว่าเธอจะยอมให้โอกาสพี่ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป เธอหยุดเดินชั่วขณะแต่ไม่หันกลับไปมอง ปล่อยให้สายลมทะเลพัดผ่านระหว่างเธอกับเขา... และก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินต่อเพื่อพาลูกชายหนีให้พ้นจากพันธนาการแห่งอดีต ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เป็นภาพเอกสารลับบางอย่างที่ถูกส่งตรงมาจากทนายความส่วนตัวของเธอเอง... เอกสารที่เปิดเผยว่า *หุ้นทั้งหมดของบริษัทอัครเดโชกรุ๊ปถูกโอนย้ายมาเป็นชื่อของเธอและน้องลีโอเรียบร้อยแล้ว*...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะประทับใจกับบทนี้ค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ)
เพลิงสวาททาสเสน่หา•ตอนที่ 23
พบกันที่ปลายทาง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงสวาททาสเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!