กลิ่นอายความอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับฝุ่นผงจากการก่อสร้างไม่ได้ทำให้บรรยากาศในสำนักงานชั่วคราวน่าอึดอัดเท่ากับแก้วกาแฟพลาสติกใสที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉันในเวลานี้เลยค่ะ
“เอสเพรสโซช็อตเดี่ยว ไม่หวาน ไม่ใส่นม... อ้อ แล้วก็สั่งแบบคั่วเข้มพิเศษตามที่วิศวกรควบคุมงานอย่างคุณต้องการเป๊ะๆ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทแบบไม่ได้พยายามปิดบังดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกที่ทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาดกหนาช้อนมองฉันด้วยแววตาท้าทายระคนขบขันอย่างชัดเจน
ฉัน (พิมพ์อารดา) ปรายตามองแก้วกาแฟตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมี นิ้วเรียวที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพงชะงักไปนิด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่ตั้งใจให้เกิดเสียงกระทบดังพอสมควรเพื่อระบายความหงุดหงิด
“นี่คุณคิมหันต์ว่างมากเหรอคะ ถึงได้เดินตากแดดตากลมข้ามไซส์งานมาเพื่อซื้อกาแฟที่รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ดื่ม?”
ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูง ส่งยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าเป็นคนอื่นคงถอยหลังหนีสามก้าว แต่สำหรับเฮียคิม... เขาแค่อมยิ้มมุมปากแล้วขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด
“รู้ได้ไงว่าผมรู้? เผลอๆ คุณอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาลองอะไรเข้มๆ ดิบๆ ดูบ้างก็ได้นะ พายอาร์... ชีวิตคนเราบางทีมันก็ต้องยอมรับความขมขื่นซะเก็บบ้าง จะได้ชินชา”
“อุ๊ย ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเชิงปรัชญาค่ะเฮียคิม แต่พอดีลิ้นฉันมันแพงค่ะ รับรสได้แต่ความนุ่มละมุน ไม่ใช่ความขมปี๋ที่ตั้งใจกลั่นแกล้งกันแบบนี้” ฉันหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด ยกแก้วกาแฟเจ้าปัญหานขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ “อีกอย่างนะ... ถ้าคุณจะแกล้งฉันทั้งที กรุณาทำการบ้านมาให้เนียนกว่านี้หน่อยค่ะ เอสเพรสโซคั่วเข้มแก้วนี้ ถ้าไม่ใช่ร้านโปรดแถวตึกใหญ่ของคุณ มันก็คือร้านรถเข็นหน้าปากซอยที่น้ำแข็งละลายไปครึ่งแก้วแล้ว... สรุปคือคุณตั้งใจเดินไปซื้อไกลเพื่อเอามาแกล้งฉัน หรือตั้งใจเดินไปซื้อให้ใครแล้วซื้อเกินมากันแน่คะ?”
ประโยคดักคอแบบสตรีมีระดับแต่เจ็บแสบถึงทรวงในทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของคิมหันต์ชะงักไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความแพรพราวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่งที่ปิดไม่มิด
“ปากเก่งขึ้นเยอะนี่พิมพ์อารดา” เขาเอ่ยเสียงต่ำ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนฉันได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอแดดร้อนๆ ของไซต์งาน “รู้ทันทุกอย่างแบบนี้... แอบมองผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
“หลงตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณวิศวกร” ฉันสวนกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา หัวใจในอกเต้นรัวขึ้นอย่างน่ารำคาญเมื่อระยะห่างระหว่างเรามันใกล้เกินความจำเป็น “ใครเขาจะไปว่างนั่งมองคนปากแข็งแถวนี้กันล่ะคะ งานในมือฉันกองเป็นภูเขาเล่ากา ไม่ได้ว่างงานจนต้องมาคอยสังเกตว่าใครซื้อกาแฟอะไรมาให้หรอกค่ะ”
“ปากดีจังนะ... ลองชิมดูก่อนสครับ ถ้าไม่ถูกปาก เดี๋ยวผมค่อยเดินไปซื้อแก้วใหม่มาให้... แบบที่ *หวาน* พอดีใจคุณเลยดีไหม?”
คำพูดกำกวมพร้อมกับสายตาคู่คมที่พุ่งตรงมาทำเอาฉันนิ่งงึดไปชั่ววินาที ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้บ้านี่! ขยันหยอดคำพูดอันตรายแบบนี้ออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงกันนะ!
ในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบยิ่งกว่าเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เสียงเคาะประตูกระจกสำนักงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ยังไม่ทันที่ฉันจะอนุญาต ประตูกระจกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือของใครบางคน ร่างเพรียวระห่างในชุดเดรสแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตาที่ดูขัดกับสภาพฝุ่นตลบของไซต์งานอย่างสิ้นเชิงก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเชิดมั่น ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉันคุ้นเคยดี
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย คิมหันต์?”
มีนาราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดัดจริตน่าฟัง เธอกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปส่งสายตาออดอ้อนให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉัน คิมหันต์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความเรียบเฉยเย็นชาที่ฉันคาดไม่ถึง
และก่อนที่ฉันจะได้ทันตั้งตัว มีนาราก็เดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน คว้าแก้วกาแฟเอสเพรสโซ่ในมือฉันขึ้นมาหน้าตาเฉย ก่อนจะเทน้ำสีดำเข้มนั้นราดลงบนกองเอกสารประมาณราคางานงวดสุดท้ายที่ฉันเพิ่งนั่งตรวจไปเมื่อห้านาทีที่แล้วจนเปียกโชก!
“อุ๊ย! ตายจริง... ฉันซุ่มซ่ามจังเลยค่ะคุณพายอาร์ พอดีมือมันลื่นน่ะค่ะ... หวังว่าเอกสารสำคัญพวกนี้คงไม่ได้มีค่าอะไรมากหรอกเนอะ เพราะดูท่าทางแล้ว... ของบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ต่อให้พยายามทำตัวเนียนแค่ไหน ก็ไม่มีวันแทนที่กันได้หรอกนะคะ”
ฉันมองกองเอกสารที่เปียกชุ่มไปด้วยกาแฟสลับกับรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของมีนารา ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนมือที่กำปากกาแน่นสั่นเทา แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้อ้าปากฟาดกลับ คิมหันต์ที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเรา น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของเขาเอ่ยขึ้นแทรกกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
“มีนารา... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่ แล้วใครสั่งให้เธอทำแบบนี้?”
บรรยากาศในห้องเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียวเมื่อคิมหันต์หันไปจ้องอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาที่ดุดันชนิดที่แม้แต่มีนารายังต้องหน้าถอดสี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักหัวใจของเฮียคิมและยัยตัวแสบพายอาร์ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนที่ 7 เด็ดขาดเพราะศึกนี้น่าดูชมแน่นอนค่ะ!
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 6
กลิ่นกาแฟกับสายตาคาดคั้น
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!