แรงกระแทกจากสายตาคู่คมที่ถลึงมองมีนาราจนแทบจะฝังอีกฝ่ายให้จมดิน ยังคงทิ้งร่องรอยความเย็นเยียบไว้ในอากาศรอบตัว ขณะที่พายอาร์ยืนกอดอกนิ่ง ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคมชัด เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะยืนรอให้ใครมาตบหน้าซ้ำสอง ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคิมหันต์ในอดีตอย่างมีนาราด้วยแล้ว มันยิ่งน่าหงุดหงิดเป็นทวีคูณที่อีกฝ่ายยังมีความหน้าด้านพอจะก้าวเข้ามาเหยียบถึงไซต์งานก่อสร้างแห่งนี้
"ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญค่ะ ประตูทางออกอยู่ข้างหลังคุณ"
น้ำเสียงของพายอาร์ราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใย เธอไม่ได้ตะโกน แต่มันคมกริบพอจะบาดลึกลงไปในความมั่นใจของมีนาราที่ปั้นหน้าไม่ถูก มีนาราเหลือบมองคิมหันต์ที่ยังคงนิ่งเงียบ แววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีต้อนรับแม้แต่น้อย มีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ปิดไม่มิด
"คิมคะ... มีนแค่อยากมาคุยเรื่องโปรเจกต์ที่เราเคย..."
"ฉันไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับคนไร้มารยาท" คิมหันต์ตัดบทเสียงห้วนจัด น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นกดดันจนมีนาราต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "และจำใส่สมองไว้ด้วยว่า ที่นี่ไซต์งานฉัน ถ้าไม่อยากให้คนงานลากตัวออกไป ก็ไสหัวกลับไปซะ"
มีนาราเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอกราดตามองพายอาร์ด้วยความเคียดแค้นชิงชังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นสูงหนีหายออกไปจากห้องพักผู้ควบคุมงานทันที
ปัง!
เสียงประตูกระแทกปิดลงตามอารมณ์ของผู้พ่ายแพ้ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย พายอาร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยมือที่กอดอกออกแล้วหันไปหยิบกระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่โดยไม่คิดจะเอ่ยคำขอบคุณสักคำออกจากริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง
"จะไปไหน"
เสียงห้วนจัดเอ่ยถามไล่หลัง ขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆ ไปที่ประตู
"กลับบ้านค่ะ หรือเฮียจะมีงานให้ทำหามรุ่งหามค่ำอีกรอบ?" พายอาร์หันกลับมาตอกกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววพยศเด่นชัดเหมือนแมวป่าที่พร้อมจะข่วนทุกคนที่เข้าใกล้ "ถ้าไม่มี ฉันขอตัวค่ะ ฝนทำท่าจะตกหนักแล้ว ไม่อยากติดแหง็กอยู่ที่นี่กับคนปากเสีย"
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวขายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วจนพายอาร์ต้องผถอยหลังไปชนกับบานประตู "ปากเก่งจริงนะพิมพ์อารดา เมื่อกี้ยังยืนใบหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"ฉันไม่ได้กลัวยัยนั่นค่ะ ฉันแค่... รำคาญ!" เถียงเสียงแข็งทั้งที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนเหลือแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนน่าหงุดหงิด "ถอยไปค่ะ ฉันจะกลับบ้าน"
พายอาร์พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่วิศวกรหนุ่มกลับยืนปักหลักนิ่งราภูเขาหิน ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบเนียนใสที่รั้นจนน่าจับมาตีส่องประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนเขาจะแค่นเสียงพูดประโยคที่ทำเอาเธออยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้สติหลุด
"กลับยังไง รถพายอาร์สตาร์ทไม่ติดไม่ใช่เหรอ?"
พายอาร์ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่น "เฮียรู้ได้ยังไง?"
"ช่างเครื่องมันเดินมาบอกกูเมื่อกี้ ว่าแบตเตอรี่รถเธอเจ๊งบงกตสนิทท่ามกลางฝนที่กำลังจะถล่มลงมานี่แหละ คุณหนูไฮโซตกอับอย่างเธอ จะเดินกางร่มฝ่าดงโคลนออกไปเรียกแท็กซี่หน้าปากซอยหรือไง?" คิมหันต์ยอกย้อนด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นนิดๆ อย่างน่าหมั่นไส้
"เรื่องของฉันค่ะ! ต่อให้ฉันต้องเดินตากฝนจนเป็นปอดบวมตาย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เฮียต้องมาเดือดร้อน!"
"ใครเดือดร้อน?" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่ม เขาถอนหายใจแรงอย่างคนหมดความอดทน คว้าข้อแขนเรียวเล็กของเธอไว้หลวมๆ แล้วออกแรงดึงให้เดินตาม "อย่ามาทำเป็นเก่งให้มันมากนักพิมพ์อารดา เดินตามมานี่!"
"เฮีย! จะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ!"
พายอาร์โวยวายลั่น พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเจอแรงมหาศาลของวิศวกรหนุ่มที่ลากเธอเดินฝ่าความมืดของโถงทางเดินออกไปยังลานจอดรถด้านนอก
ณ เวลานี้ ท้องฟ้าด้านนอกแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถูกหมึกป้าย เมฆฝนก้อนมหึมาปกคลุมทั่วบริเวณ ไอร้อนอบอ้าวถูกแทนที่ด้วยลมกระโชกแรงที่พัดกลิ่นอายดินชื้นแฉะลอยมาแตะจมูก และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายฝนเม็ดใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟ้าแตก!
ซู่!
น้ำฝนสาดซัดลงมาจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า พายอาร์สะดุ้งเฮือก หลับตาปี๋ตามสัญชาตญาณเมื่อความเย็นเฉียบกระทบเข้าที่ผิวเนื้อ แต่ก่อนที่เธอจะได้เปียกปอนไปมากกว่านี้ ร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ก็ดึงเธอเข้าไปชิดลำตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของเขาคลุมศีรษะและไหล่บางไว้ด้วยกัน
ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะ ทำให้พายอาร์ถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านความมืดสลัว แสงแลบแปลบปลาบจากฟ้าผ่าทำให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่คืบ คิมหันต์กำลังก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาคมกริบคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรำคาญหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันเจือความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดปากร้ายอย่างแนบเนียน
"ยืนบื้ออะไรอยู่ จะให้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำหรือไง ขึ้นรถ!"
คิมหันต์เปิดประตูรถยนต์อเนกประสงค์คันหรูของตัวเอง แล้วดันตัวพายอาร์ให้เข้าไปนั่งข้างในอย่างทุลักทุเล ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งอ้อมไปอีก
ประตูดังปึง! ปิดล็อกความอื้ออึงของสายฝนด้านนอกให้เหลือเพียงเสียงซ่าทึบๆ ที่กระทบหลังคาคันรถ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ในห้องโดยสารทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของคิมหันต์ที่เจือจางอยู่กับกลิ่นฝน
พายอาร์นั่งกอดอก เม้มปากแน่น หันมองออกไปนอกกระจกที่ถูกสายฝนตีจนมัวซับ เธอนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัวไปไหนเพราะพื้นที่ในรถดูจะแคบลงถนัดตาเมื่อมีผู้ชายตัวโตอย่างเขานั่งอยู่ข้างๆ
คิมหันต์สตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดแอร์ และปรับระดับความแรงของลมเงียบๆ เขาเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ มือหนายื่นไปปรับวิทยุให้เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ดังขึ้นเพื่อทำลายความอึดอัด แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย
รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากไซต์งานอย่างช้าๆ ฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ไฟหน้าส่องสว่างนำทางไปบนถนนที่ว่างเปล่า
ผ่านไปเกือบสิบนาทีโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไร คิมหันต์ก็เป็นฝ่ายทนความเงียบไม่ไหว เขาขมวดคิ้วเหลือบมองเธออีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นว่าไหล่บางนั้นสั่นน้อยๆ จากความเย็นของแอร์
"หนาว?" น้ำเสียงห้วนเอ่ยถามห้วนๆ
"เปล่า" เสียงตอบกลับแข็งกร้าวทันทีโดยไม่ยอมหันมามองหน้า
คิมหันต์แค่นเสียง หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดเทียบข้างทางในมุมมืดที่ลับตาคน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปกดปิดแอร์แล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวนอกที่ยังมีความอุ่นหลงเหลืออยู่ของตัวเอง ออกมาคลุมไหล่ให้เธออย่างไร้ความปรานี
"เฮียทำอะไรเนี่ย!" พายอาร์สะดุ้งโหยง หันมามองเขาด้วยความตกใจ
"บอกว่าไม่ได้หนาว แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเนี่ยนะ" คิมหันต์หรี่ตามอง เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนพายอาร์ต้องเอนหลังหนีไปติดกับกระจกประตู ลลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บริเวณข้างแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด "ปากดีให้มันตลอดเถอะพิมพ์อารดา ถ้าไม่ติดว่าไม่อยากแบกศพคุณหนูขี้เก๊กคาเบาะรถตัวเอง ป่านนี้ฉันปล่อยให้ยืนตากฝนไปแล้ว"
"ใครขอให้มารับเล่า! อยากเท่เป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวนักหรือไง?" พายอาร์เชิดหน้าเถียงกลับทั้งที่หัวใจเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวเผลอขยุ้มเสื้อแจ็คเก็ตของเขาโดยไม่รู้ตัว
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและวับวาวขึ้นอย่างอันตราย นิ้วเรียวหนายื่นไปเกลี่ปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นที่แตะลงมาทำให้พายอาร์แข็งค้างราวกับถูกมนต์สะกด ลืมบทสนทนาเชือดเฉือนทั้งหมดไปชั่วขณะ
"ไม่ใช่ฮีโร่..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู จนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย "แต่ถ้าเป็นเรื่องของเธอ... ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องได้ทั้งนั้น"
บรรยากาศในรถเงียบงัดลงอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยเคมีที่ร้อนรุ่มและอบอวลไปด้วยความเสน่หาที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ความซึนของวิศวกรหนุ่ม พายอาร์อ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนฟ้าร้องเสียอีก
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของคิมหันต์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศฟินจิกหมอนจนย่อยยับ!
คิมหันต์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มที่เขากำลังจ้องมองอย่างเสียดาย เลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันทีเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา
พายอาร์แอบเหลือบมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ และชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น... ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกขึ้นมาทันที
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความปากแข็งของเฮียคิมด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 7
เมื่อเฮียคิมกลายเป็นคนขับรถจำเป็น
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!