คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 5

สัญญาชั่วคราวที่ไม่ธรรมดา

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กล่องของขวัญผูกโบว์สีแดงเพลิงในมือของมีนารากลั่นแกล้งทิ้งกลิ่นอายความพินาศไว้กลางนั่งร้านเหล็กสูงเสียดฟ้า สายตาคู่คมที่เคยมองพายอาร์ด้วยความเย่อหยิ่งยโส บัดนี้กลับฉาบด้วยประกายสะใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ขณะที่กล่องใบนั้นถูกยื่นเข้ามาใกล้จนแทบจะชนปลายจมูกของเธอ “ของขวัญต้อนรับตำแหน่งใหม่ค่ะ… พายอาร์” เสียงหวานหยดที่ดัดจนน่าขนลุกเอื้อonพร้อมรอยยิ้มพิมพ์นิยม “หวังว่าจะชอบนะคะ พอดีเห็นคุณทำงานหนักจนเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ฉันเลยอยากหาอะไรมา ‘ประดับ’ ไซต์งานสักหน่อย” พายอาร์เลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง นัยน์ตาสีรัตติกาลมองกล่องของขวัญสลับกับใบหน้าเคลือบเครื่องสำอางราคาแพงของอีกฝ่ายอย่างไม่สะทกสะท้าน รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ ท่าทีนิ่งสงบจนมีนาราชะงักไปนิด “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะคุณมีนารา แต่พอดีรสนิยมของเรามันต่างกันลิบลับ ของขวัญราคาแพงที่ห่อด้วยเศษซากความริษยาแบบนี้ เก็บไว้เอาใจตัวเองหน้ากระจกเถอะค่ะ เกรงว่าถ้าเอามาวางแถวนี้ มันจะลดเกรดไซต์งานก่อสร้างหมด” “เธอ! ปากดีนักนะพายอาร์!” มีนาราหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจนรอยยิ้มเสแสร้งแตกกระจาย มือเรียวที่ถือกล่องเริ่มสั่นด้วยแรงอารมณ์ “ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าปากดี… และถ้าคุณยังไม่อยากให้ของขวัญราคาแพงกลายเป็นที่ทับกระดาษไร้ค่า รบกวนช่วยถอยออกไปห่างๆ นั่งร้านนี่ด้วยนะคะ พื้นที่มันแคบ กลัวว่าความอิจฉาของคุณจะทำให้โครงเหล็กมันรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วพังครืนลงมาซะก่อน” “กรี๊ด! พายอาร์ นังเด็กปากดี!” มีนาราถลึงตาใส่ด้วยความเคียดแค้น มือที่ถือกล่องของขวัญขยับวูบวาบคล้ายจะเหวี่ยงมันใส่หน้าอีกฝ่าย แต่ทว่า— หมับ! ข้อมือเรียวเล็กของมีนาราถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาของใครบางคน แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดจนมีนาราต้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อหันไปมองก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนน่ากลัวของคิมหันต์ แววตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มคู่นั้นเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก “เล่นอะไรไร้สาระ มีนารา” น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเหลืออด “ที่นี่ไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่รันเวย์แฟชั่นโชว์ของเธอ อยากจะมาเดินเล่นประชดชีวิต ไปเดินห้างนู่น อย่ามาสร้างความวุ่นวายแถวนี้” “เฮียคิมคะ! มีนาระแค่นายจะเอาของมาฝากพายอาร์เอง ทำไมต้องดุมีนาด้วยล่ะคะ หรือเพราะนังนี่มัน…” มีนาราทำเสียงสะอื้นฮึกฮัก พยายามบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสารเต็มที่ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายอย่างคิมหันต์ “เลิกดราม่าแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. หิ้วปีกเธอโยนออกไปนอกเขตก่อสร้างจริงๆ” คิมหันต์เอ่ยเสียงกร้าว แววตาไม่มีความปรานีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย “ธาม! พาแขกไม่ได้รับเชิญออกไปที” ธามที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ไม่ไกล ส่งเสียง “ครับผมเฮีย” ออกมาด้วยท่าทีระรื่น ก่อนจะผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มกวนประสาท “เชิญครับคุณมีนารา ทางนี้สะดวกกว่านะ ระวังสะดุดเหล็กข้ออ้อยล่ะ เดี๋ยวหน้าพลาสติกศัลยกรรมมาแพงจะพังเอา” มีนาราปะทะสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่พายอาร์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังจากไปท่ามกลางเสียงหัวingเบาๆ ของเหล่าคนงานที่แอบลุ้นเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เมื่อความวุ่นวายสงบลง บรรยากาศบนนั่งร้านก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง ลมธรรมชาติพัดผ่านร่างของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด พายอาร์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างนึกรำคาญ ก่อนจะหันไปหยิบประแจในกระเป๋าคาดเอวขึ้นมาเช็ดต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ใครใช้ให้ขึ้นมาตรงนี้คนเดียว” เสียงทุ้มห้วนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนพายอาร์ต้องถอยหลังไปชนกับเสาค้ำยัน “นี่มันพื้นที่ทำงานฉันค่ะ เฮียจะขึ้นมาหรือใครจะขึ้นมา มันก็เรื่องของฉัน” พายอาร์เงยหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความพยศ ไม่ยอมลดละให้ท่าทีคุกคามของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย “ดื้อด้าน” คิมหันต์สบถเบาๆ ในลำคอ สายตากวาดมองสำรวจเนื้อตัวมอมแมมและรอยเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าสวยของเธออย่างพิจารณา “ผู้หญิงคนเมื่อกี้จ้องจะเล่นงานเธออยู่ เธอไม่รู้ตัวหรือไงว่าเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายเกินไป” “กลัวที่ไหนล่ะคะ คนอย่างพายอาร์ ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละค่ะ… รวมทั้งเฮียด้วย” ประโยคหลังเธอจงใจลดเสียงลงกระซิบใกล้ใบหูเขา พร้อมกับส่งยิ้มยั่วเย้าที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ คิมหันต์กัดกรามแน่น มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กที่ถือประแจไว้ตรึงติดกับเสาเหล็ก กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างจำยอม ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น “ปากเก่งนักนะ… อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม” “แล้วเฮียจะทำไมล่ะคะ จะไล่ฉันออก หรือจะหักเงินเดือนดีล่ะ” พายอาร์เชิดหน้าท้าทาย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างพวกเขามันร้อนแรงเสียยิ่งกว่าแดดช่วงบ่าย คิมหันต์มองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ความซึนเดะและความปากแข็งในใจถูกความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ตีรวนจนปั่นป่วน เขาไม่ได้อยากไล่เธอออก… ตรงกันข้าม เขากลับอยากเก็บเธอไว้ใกล้สายตาตลอดเวลาต่างหาก “ฉันไม่ไล่เธอออกห่างตัวหรอก พายอาร์” คิมหันต์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบของเธอแวบหนึ่ง “แต่จากนี้ไป… เธอต้องรับงานพิเศษนอกเวลา” พายอาร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง “งานพิเศษอะไรของเฮียอีกคะ ฉันทำงานใช้หนี้หัวหมุนจะตายอยู่แล้ว ยังจะมีงานอะไรพิสดารให้ทำอีก” “งานดูแลความปลอดภัยส่วนตัว… ให้ฉัน” คิมหันต์ยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้รอยล้อเล่น “ย้ายมาทำงานเอกสารและตรวจเช็กแปลนในห้องทำงานส่วนตัวของฉัน ตั้งแต่เวลาเลิกงานเป็นต้นไป เพื่อแลกกับการที่ฉันจะไม่ต้องคอยมาห่วงหน้าพะว้าพะวงว่าเธอจะโดนใครกลั่นแกล้งลับหลังอีก” พายอาร์เบิกตากว้างขึ้นทันที ประโยคเมื่อครู่พุ่งชนความรู้สึกของเธอเข้าอย่างจัง ความหมายระหว่างบรรทัดมันชัดเจนเสียจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่เขากำลังหาข้ออ้างเพื่อ… จับตาดูเธอใกล้ชิดขึ้นอย่างนั้นหรือ? “นี่เฮีย… กำลังอ้างเรื่องงาน เพื่อจะให้ฉันไปอยู่ใกล้ๆ งั้นเหรอคะ?” เธอหรี่ตามองเขาอย่างรู้ทัน มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจขึ้นมาทันที “อย่าหลงตัวเอง พายอาร์” คิมหันต์รีบปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ใบหน้าคมเข้มเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามขึ้นมาถึงใบหูอย่างแนบเนียน “ฉันแค่ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุอะไรโง่ๆ ในไซต์งานของฉัน เพราะความซุ่มซ่ามของเธอต่างหาก!” “ปากแข็งจริงนะคะเฮีย ระวังเถอะ… พูดแบบนี้บ่อยๆ ระวังจะเผลอใจตกหลุมพรางตัวเองเข้าสักวัน” พายอาร์หัวesเบาๆ ในลำคอด้วยความหมั่นไส้ แต่ลึกๆ ในอกกลับพองโตด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็ไม่อยากยอมรับ คิมหันต์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นวาววับด้วยความท้าทายและประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ความซึนเดะอย่างมิดชิด มือหนายังคงตรึงข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ขยับไปไหน “หึ… ใครกันแน่ที่จะตกหลุมพรางก่อน” คิมหันต์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหีบปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “คืนนี้ สองทุ่มตรง… ห้ามเบี้ยว” พายอาร์ยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธหรือสวนกลับอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกตะโกนดังขึ้นจากด้านล่างของนั่งร้านเสียก่อน “เฮียคิมครับ! แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงการโซน B ที่เพิ่งอนุมัติ เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาแล้วครับ!” เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนแทรกขึ้นมาทำลายจังหวะอันตึงเครียดและชวนใจสั่น คิมหันต์ผละออก2ก้าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมามองหน้าพายอาร์ที่ยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม “เรื่องงานไว้ยกยอดไปคุยกันคืนนี้” คิมหันต์ทิ้งท้ายด้วยสายตาคมกริบที่สื่อความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวลงจากนั่งร้านไปอย่างรวดเร็ว พายอาร์ยืนกอดอกมองตามแผ่นหลังกว้างที่ลับตาไป หัวใจในอกยังคงเต้นรัวระรัวไม่เป็นจังหวะ สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเขายังคงหลงเหลืออยู่บนข้อมือ ทว่า… ในขณะที่เธอกำลังจะถอนหายใจโล่งอกและหันหลังกลับไปทำงานต่อ สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีขาวใบเล็กที่ถูกเสียบไว้ตรงช่องเหล็กค้ำยันใกล้ตัว เมื่อหยิบขึ้นมาเปิดดูก็พบข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกสีดำสนิท ประโยคสั้นๆ นั้นทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก และความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังในทันที— *[ระวังตัวไว้ให้ดี พายอาร์… เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอไม่มีทางหนีพ้น]* ร่างบางแข็งทื่อ นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบตัว ท่ามกลางความเงียบสงบของไซต์งานยามเย็นที่ไร้ผู้คน มีเพียงเงาร่างลึกลับสายหนึ่งที่กำลังเดินลับหายออกไปจากรั้วโครงการอย่างเงียบเชียบ! (อ่านต่อตอนที่ 6 : กับดักที่ซ่อนเร้น) ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ รี้ดที่รัก! ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนามปากกา "เอมเมอรัลด์อายส์" เสมอมาค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%