เสียงคำรามของฟ้าผ่าแล่นริ้วผ่านกระจกบานใหญ่ สะท้อนแสงสีขาววาบอาบไล้ใบหน้าคมสันที่บึ้งตึงของวิศวกรหนุ่มในชุดลำลอง คิมหันต์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบมองร่างบางที่กำลังยืนสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้องพักอย่างไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน
“ถ้ายังยืนทำหน้าเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกอยู่ตรงนั้น ฉันจะโยนเธอกลับไปนอนตากฝนข้างนอกซะ พายอาร์”
น้ำเสียงห้วนจัดที่เจือความห่วงใยแบบไม่เนียนเอาเสียเลย ทำให้คนถูกด่าหันขวับมาค้อนควับใส่ทันที ดวงตากลมโตฉายแววพยศแม้ว่าปลายจมูกรั้นจะแดงก่ำเพราะความหนาวเย็นจากพายุฝนด้านนอก
“ปากแบบนี้ชาตินี้คงไม่มีใครเอาเป็นแฟนหรอกค่ะเฮีย! ฉันเปียกเป็นลูกแมวตกน้ำเนี่ย เพราะใครกันล่ะคะถ้าไม่ใช่เพราะเฮียลากฉันหนียัยมีนารามาเนี่ย!” พิมพ์อารดาเถียงกลับทันควัน มือเรียวยกขึ้นกอดอกพยายามกอบกู้ความอบอุ่นให้ตัวเอง ร่างบางในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งของเขาที่หลวมโครกยิ่งขับเน้นให้เธอดูตัวเล็กกระจิ๋วหลิวในสายตาเขา
คิมหันต์แค่น “หึ” ในลำคอ ก้าวขายาวๆ เข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่ทำให้อดีตคุณหนูไฮโซถึงกับผงถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
“จำไว้ว่าฉันช่วยเธอจากสถานการณ์น่ารำคาญต่างหากยัยตัวแสบ... แล้วนี่อะไร ชุดของฉันทำไมเธอใส่แล้วมันดู...” สายตาคมปลาบกวาดมองตั้งแต่เรือนผมยาวสลวยที่เปียกลู่แนบกรอบหน้า ไล่ลงมาถึงเสื้อฮู้ดตัวใหญ่ที่คลุมสะโพกมน สัมผัสวาบหวามบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนีแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ดูอะไรล่ะคะ? กลัวฉันทำให้เสื้อแบรนด์แพงๆ ของเฮียแปดเปื้อนหรือไง ถ้าอย่างนั้นก็เปิดประตูให้ฉันกลับห้องสิคะ!” พายอาร์เชิดหน้าขึ้นเถียง พยายามซ่อนหัวใจที่เต้นรัวโครมครามไว้ใต้ท่าทีแข็งกร้าว ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากตัวเขาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง
“ดึกป่านนี้ ตึกฝั่งโน้นไฟดับ น้ำไม่ไหล เธอจะกลับไปทำไม” คิมหันต์กดเสียงต่ำลง ดวงตาคมก้มมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดโดยไม่รู้ตัว “หรืออยากจะกลับไปนอนหนาวตายตรงนั้นมากกว่าอยู่ห้องฉัน”
“ฉันยอมนอนหนาวตายซะยังดีกว่าต้องมาทนฟังเฮียแซะ!”
“ปากเก่งนักนะ”
มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่พยายามจะผลักอกเขาออกเบาๆ แต่แรงดึงกลับทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างอย่างไร้การป้องกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอปะทะเข้าจมูก ทำเอาสติที่คิมหันต์พยายามประคับประคองมาตลอดทางขาดผึ่งลงทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นดังแข่งกันอยู่ในอก
พายอาร์เงยหน้าขึ้นมองสบตาคมกริบที่ตอนนี้ฉายแววบางอย่างที่เธอไม่กล้าตีความ มันทั้งดุดัน ร้อนแรง และ... อ่านยากจนน่ากลัว ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่เป่ารดกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทำให้ความยับยั้งชั่งใจที่คิมหันต์สร้างกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
“เฮีย...” เสียงหวานเอמהแผ่วเบาอย่างลืมตัว เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของวิศวกรหนุ่มไล่แตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนอย่างเผลอไผล
คิมหันต์ไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เจือความประหม่าอย่างชัดเจน ความดื้อรั้นทิฐิที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วของเขาสัมผัสผิวเนื้อนุ่ม มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนไปโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ราวกับร่างกายมันขยับไปเองก่อนที่สมองจะทันได้สั่งการ
“ถ้าเธอยังทำหน้ายั่วประสาทแล้วเรียกชื่อฉันด้วยเสียงแบบนี้... ฉันอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้นะพายอาร์” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหูกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ
“ฉัน... ฉันไม่ได้ยั่วสักหน่อย ปล่อยนะ...” พายอาร์ประท้วงเสียงสั่น มือบางวางทับอยู่บนแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจของอีกฝ่าย เส้นแบ่งบางๆ ที่ทั้งคู่ต่างขีดไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ค่อยๆ เลือนรางหายไปทีละนิดในคืนฝนพร่านี้
คิมหันต์ก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านแก้มนุ่มไปนิดเดียว ปลุกกระแสความรู้สึกแปลกใหม่ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาวจนเธอต้องกำเสื้อฮู้ดของเขาแน่น ดวงตากลมโตหลับพริမ်းลงอย่างยอมจำนนต่อสถานการณ์
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะแตะลงบนกลีบปากอิ่มเพื่อข้ามเส้นแบ่งนั้นไปตลอดกาล—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายที่คุ้นเคยทะลุกรอบประตูเข้ามา
“เฮียคิม! เปิดประตูโว้ย! แย่แล้ว! ยัยมีนาราบุกมาโวยวายที่ล็อบบี้หาว่านายซ่อนเด็กผู้หญิงไว้! เฮีย... เฮ้ย! เปิดด่วนเลยนะเว้ย!”
เสียงของธามทำเอาสติที่หลุดลอยของทั้งคู่กลับคืนมาในพริบตา คิมหันต์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาคมดุฉายแววหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ขณะที่พายอาร์ลืมตาโพรง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความตื่นตระหนก รีบออกแรงผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันที
คิมหันต์ผถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างจำใจ เขากวาดสายตามองคนตัวเล็กที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมด้วยความเสียดาย ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห
“ฝากไว้ก่อนเถอะ... ยัยตัวแสบ”
แล้วร่างสูงก็หันหลังเดินไปกระชากประตูห้องเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด พร้อมระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนสนิทที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ด้านนอก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะระเบิดคู่นี้ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 26
เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!