คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 27

คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ปัง! เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างรุนแรงจนบานกระจกฝ้าสะเทือนวูบ แต่แรงสั่นสะเทือนนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแรงกระแทกในอกของพิมพ์อารดา ร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่เมื่อครู่ยังยืนค้ำฟ้าขู่คำรามใส่เธอด้วยรัศมีอันตราย บัดนี้กลับผละหนีราวกับกลัวว่าไฟในตัวจะแผดเผาเขาเสียเอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและไอแดดร้อนระอุที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศแคบๆ ของห้องพักคนงาน หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ไล่ความพร่ามัว ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่เพิ่งกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้เมื่อครู่ค่อยๆ คลายออกช้าๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะในอกข้างซ้าย บ้าจริง... เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? เกือบไปแล้ว... เกือบจะเผลอไผลไปกับดวงตาดุคมคู่นั้นที่ฉายแวววาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อ และเกือบจะพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะรับไหว "เฮีย... นี่เฮียเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูของธามแว่วลอดเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอย่างไร้มารยาท พิมพ์อารดาผุกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ด้วยท่าทีเชิดๆ แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกก็ตาม เธอกลืนก้อนสะอื้นและร่องรอยความตื่นตระหนกทั้งหมดลงคออย่างรวดเร็ว ก่อนจะปั้นหน้าเรียบเฉย หันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ที่กำลังยืนทำหน้าเหวออยู่หน้าประตู ธามอ้าปากค้าง กวาดสายตามองเพื่อนสนิทหน้ายักษ์ที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่กลางห้อง สลับกับร่างบางของพายอาร์ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเย่อหยิ่งไม่แคร์สื่อ บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นเสียจนไข่ในหินยังสุกได้ ธามกะพริบตาปริบๆ สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว "เอ่อ... กูขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าวะเนี่ย?" ธามยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองลอดแว่นกันแดดที่เหน็บไว้ที่คอเสื้อ "หน้าดำคร่ำเครียดกันเชียว หรือว่ากำลัง... ตกลงเรื่องงานกันอยู่?" "งานบ้าอะไรของนายยะ!" พายอาร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นพร่าในAอก "ถ้าไม่มีอะไรทำนักก็ไปตรวจหน้างานนู่น อย่ามาเดินป้วนเปี้ยแถวนี้ น่ารำคาญ!" ว่าแล้วเธอก็สะบัดหน้าพรืดเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแคบๆ นี่ให้พ้นทางสายตาจับผิดของธาม และที่สำคัญ... เพื่อหนีสายตาดุคู่นั้นที่ยังคงมองตามมาด้วยความรู้สึกซับซ้อนยากจะคาดเดา "เดี๋ยى" เสียงทุ้มห้วนต่ำของคิมหันต์ดังขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังพอกลืนเสียงฝีเท้าของเธอให้หยุดชะงัก พายอาร์เม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ยอมเชื่อฟัง แต่เธอก็ยังเลือกที่จะยืนนิ่ง หันหลังให้เขาโดยไม่ยอมหันกลับไปมอง "ใครอนุญาตให้เธอเดินหนี?" คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด เสียงรองเท้าเซฟตี้กระทบพื้นคอนกรีตดัง ก้องกังวานในความเงียบ "เรื่องที่เราคุยกันยังไม่จบ พายอาร์" ธามที่ยืนเป็นส่วนเกินรีบยกมือขึ้นยอมจำนน ถอยหลังกรูดออกไปนอกประตูอย่างรู้จังหวะ "เอ่อ งั้นกูไปดูหน้างานก่อนนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่าลืมเช็กปูน... ตามสบายเลยพวกมึง!" ประตูห้องถูกปิดลงเบาๆ อย่างรู้มารยาท เหลือเพียงคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิดหิน พิมพ์อารดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ถ้าหมายถึงเรื่องที่เฮียหาเรื่องด่าฉันอย่างไร้เหตุผลล่ะก็... จบไปนานแล้วค่ะ" เธอตอกกลับเสียงแข็ง ซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยัน "หรือว่าเฮียว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ถึงได้ชอบมาหาเรื่องคนอื่นเขาล่ะคะ... อ้อ หรือว่ากลัวฉันทำงานพลาดแล้วบริษัทชื่อดังของเฮียจะเสียชื่อเสียง? วางใจเถอะค่ะ ฉันมืออาชีพพอ ไม่เหมือนใครบางคนหรอกที่เอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่" คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกราบมองร่างระหงที่ยืนท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว ผู้หญิงอะไร... ปากเก่งเป็นบ้า! ต่อให้สถานการณ์จะบีบคั้นแค่ไหน เธอก็ไม่เคยยอมก้มหัวให้เขาเลยสักครั้ง แต่แปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธ เธอกลับทำให้หัวใจบ้าๆ ดวงนี้มันเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่ทุกที ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่าง พายอาร์ผถะถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ คิมหันต์ใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเธอไว้ในวงแขน โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ปากเก่งนักนะ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "คิดว่าฉันใจดีกับเธอมากนักหรือไง ถึงได้กล้าลองดีกับฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า?" "แล้วเฮียจะทำไมล่ะคะ?" พายอาร์กัดฟันสู้ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นระริกด้วยพิษความใกล้ชิด "จะไล่ฉันออก? จะหักเงินเดือน? หรือจะหาเรื่องกลั่นแกล้งฉันเหมือนที่ผ่านมา เชิญเลยค่ะ! ฉันเจอมาหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัวอีกต่อไป..." คำพูดของเธอขาดห่วงไป เมื่อสายตาคมกริบของคิมหันต์เลื่อนลงมามองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด ดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาดุดันเกรี้ยวกราดอย่างเคย แต่เป็นประกายความไหววูบที่ลึกล้ำและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง คิมหันต์นิ่งงันไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างกำลังตีรวนขึ้นมาในอก คำพูดนับร้อยคำที่อยากจะพรั่งพรูออกมาเพื่ออธิบายว่าทำไมเขาถึงต้องโมโหทุกครั้งที่เห็นเธอไปยืนใกล้ผู้ชายคนอื่น ทำไมเขาถึงต้องคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาให้ ทำไม... และทำไมเขาถึงได้แคร์ผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้ เขากำลังจะพูดมันออกไปแล้ว... เกือบจะเอ่ยความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายซึนเดะออกไปให้เธอได้ยินเสียที "พายอาร์... ฉัน..." คิมหันต์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววประหลาดใจระคนสงสัย หัวใจของพิมพ์อารดากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกكنทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา สมองขาวโพลนไปหมด... เฮียคิมเนี่ยนะจะพูดจาดีๆ? หรือเขาจะสารภาพอะไรบางอย่างที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอด? แต่แล้ว... ทิฐิและฟอร์มอันหนาเตอะที่สะสมมานานนับปีก็กลับทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วกว่าสมอง คิมหันต์พลันได้สติขึ้นมาว่าเขากำลังจะทำอะไรลงไป! การสารภาพความรู้สึกออกไปตรงๆ แบบนั้น... มันเสียฟอร์มชะมัด! มันไม่สมกับเป็นเฮียคิมผู้ทรงอิทธิพลและปากแข็งที่สุดในสามโลกเลยสักนิด! ชายหนุ่มชะงักกGก กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะหลุดรอดริมฝีปากออกมามากกว่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่อ่อนลงเมื่อครู่กลับมาบึ้งตึงและเย็นชาขึ้นอีกครั้งอย่างฉับพลัน เพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายใจเมื่อครู่ "ฉัน... ฉันจะบอกว่า..." คิมหันต์ปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมาห้วนกระด้างดังเดิมอย่างแนบเนียน พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น "เธอช่วยเก็บเอกสารบนโต๊ะให้มันเรียบร้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม! รกเป็นรังหนู เห็นแล้วมันขัดตา งานการไม่ยอมทำ มัวแต่ยืนเถียงฉอดๆ อยู่ได้!" พิมพ์อารดาที่กำลังเคลิบเคลิ้มรอฟังคำสารภาพถึงกับชะงักกึก อารมณ์ฟินจิกหมอนเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ ความโกรธและหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่จนแทบอยากจะหยิกเนื้อเขาให้เขียว "นี่เฮีย!" เธอแว้ดใส่เสียงดังลั่น ผลักอกกว้างของเขาออกห่างอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ "เมื่อกี้เฮียเกือบจะพูดอะไร ทำไมไม่พูดให้มันจบเล่า! มาเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉยแบบนี้ คิดว่าฉันโง่มากหรือไงคะ!" "ใครเปลี่ยนเรื่อง? ฉันก็พูดเรื่องงานของเธอนี่แหละ!" คิมหันต์แก้ตัวหน้าตาย ทั้งที่ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่เกือบหลุดโป๊ะออกไป "เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปทำงานซะ ก่อนที่ฉันจะหักเงินเดือนเธอจริงๆ!" พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินหนีทำท่าจะสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไปทันที เพื่อหนีสายตาจับผิดและคำถามคาดคั้นของหญิงสาว แต่ทว่า... ในวินาทีที่คิมหันต์เอื้อมมือไปแตะลูกบิดประตูเพื่อจะเปิดออกนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆ" ก็แทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของผู้มาใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ "อ้าว เฮียคิม... คุยอะไรกันอยู่เหรอคะท่าทางเคร่งเครียดเชียว พอดีมีนแวะเอา "กาแฟสูตรพิเศษ" มาฝากค่ะ" มีนารายกแก้วกาแฟในมือขึ้นยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งให้คิมหันต์ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองพิมพ์อารดาที่ยืนหน้าตึงอยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย พิมพ์อารดากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงมองผู้หญิงที่โผล่เข้ามาถูกจังหวะเวลาราวกับนัดไว้ พร้อมกับความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดที่พุ่งขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ... งานนี้สนุกแน่! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%