คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 25

ห้องพักเหลือห้องเดียว?

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะ ที่เข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของพวกคุณพอดีเลย” เสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะเย้ยไว้อย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างเราลงทันที มีนารา দাঁড়อยู่ตรงกรอบประตูห้องรับรองวีไอพี รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเคลือบยาพิษชัดเจน สายตาดุจเหยี่ยวของเธอกวาดมองสภาพที่ค่อนข้างล่อแหลมของฉันกับคิมหันต์... ฉันที่เกือบจะเสียหลักล้มและถูกเขากอดประคองไว้ในระยะประชิด ให้ตายเถอะ! ทำไมยัยนี่ต้องโผล่มาถูกจังหวะนรกแบบนี้ทุกทีนะ “ถ้าไม่มีอะไรทำ รบกวนช่วยก้าวเท้าถอยหลังแล้วปิดประตูให้สนิทด้วยค่ะ” คิมหันต์เป็นฝ่ายสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ไหล่กว้างที่โอบประคองฉันอยู่ขยับเกร็งด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “แหม... เฮียคิมก็ใจร้ายจังเลยนะคะ มีนาก็แค่จะมาบอกข่าวดีเรื่องห้องพักของโรงแรมค่ะ พอดีระบบจองของฟร้อนท์มีปัญหานิดหน่อย ห้องพักแขกวีไอพีที่นี่เต็มหมดแล้วนะคะ” มีนาราจงใจลากเสียงยาวอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาสมเพชเวทนาคู่นั้นเหลมามองฉัน “อ้อ... แล้วก็เหลือห้องดีลักซ์สวีทอยู่แค่ห้องเดียวซะด้วยสิคะ แปลกจังเลยนะคะที่ผู้บริหารระดับสูงกับเด็กฝึกงานต้องมาติดแหง็กในต่างจังหวัดพร้อมกันแบบนี้” ฉันเม้มปากแน่น ความรู้สึกพยศพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนอยากจะลุกขึ้นไปฟาดปากคนตรงหน้าสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ ยัยนี่จงใจมาหาเรื่องชัดๆ! “ขอบใจสำหรับข้อมูลค่ะ ส่วนห้องพักนั่น... ทางเราจะจัดการเอง รบกวนเชิญคุณมีนากลับห้องไปพักผ่อนเถอะนะคะ ดึกมากแล้ว หน้าตาจะได้ไม่ดูโรยราเกินวัย” ฉันยิ้มหวานหยดตอบกลับไปบ้าง แม้ในใจจะอยากหยิกแขนตัวเองที่ดันซวยมาเจอสถานการณ์บัดซบแบบนี้ มีนาราหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อโดนบลัฟเข้าให้ ก่อนจะแค่นเสียง “หึ” ออกมาทางจมูก “ก็ตามใจนะคะ ระวังตัวด้วยล่ะ... เพราะห้องนั้นเตียงมันมีอยู่แค่ ‘เตียงเดียว’ ซะด้วยสิคะ” พูดจบเธอก็สะบัดหน้าพรืดเดินจากไปทันที ทิ้งให้ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง ฉันรีบผละออกจากอ้อมแขนอุ่นจัดของคิมหันต์ทันทีที่สถานการณ์ปลอดโปร่ง ขยับถอยหลังไปสองก้าวแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีรวนขึ้นมาในอก “เด็กดื้อ” จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำที่เจือความแหบพร่าก็หลุดออกมาจากปากของคนตัวโต คิมหันต์ปรายตามองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็คพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนฉันต้องถอยจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ “อะไรของคุณคะเฮีย อย่ามาโบ้ยความผิดให้ฉันนะ เรื่องห้องพักบ้าพอบั่นทอนประสาทนี่ฉันไม่ได้เป็นคนต้นคิดสักหน่อย” ฉันเชิดหน้าเถียงสู้ ดวงตาคู่โตรinsมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม “ใครว่าเรื่องห้องพัก” คิมหันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือปลายจมูกของฉัน สัมผัสได้ถึงความกดดันและเสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ “ฉันหมายถึง... เถียงคำไม่ตกฟาก เก่งนักนะพิมพ์อารดา” “ถ้าไม่ให้เถียง จะให้ยืนรอโดนยัยนั่นเหยียบหน้าเล่นหรือไงคะ” “ปากเก่งแบบนี้... ถ้าไปอยู่กันแค่สองต่อสองในห้องนั้น จะยังปากเก่งแบบนี้อยู่ไหมนะ” น้ำเสียงทุ้มพร่ากับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจฉันเกินไปแล้วนะ! สิบนาทีต่อมา... หน้าห้องพักดีลักซ์สวีทหมายเลข 809 ฉันยืนกอดอกนิ่งสนิท มองพนักงานโรงแรมที่กำลังโค้งตัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ด้วยสีหน้าสำนึกผิดสุดขีด “ต้องขออภัยคุณลูกค้าจริงๆ นะคะ พอดีระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ทำให้การจองซ้อนทับกัน และตอนนี้ห้องพักเดี่ยวโซนธรรมดาก็เต็มทุกห้องแล้วด้วยค่ะ เหลือห้องดีลักซ์สวีทห้องนี้ห้องเดียวจริงๆ ทางเรายินดีอัปเกรดให้ฟรีและขอรับผิดชอบค่าอาหารทั้งหมดเลยค่ะ” ฉันเหลือบมองคิมหันต์ที่ยืนหน้าตายอยู่ข้างๆ สีหน้าของเขาเรียบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่แววตาพราวระยับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสายตานั้น... บอกเลยว่าเขากำลังสนุกอยู่ชัดๆ! “ไม่เป็นไรค่ะ งั้น... รบกวนเปิดห้องให้ด้วยนะคะ” ฉันกัดฟันพูดออกไปอย่างจำใจ ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกอื่น แล้วจะให้ฉันไปนอนข้างถนนหรือไงกันล่ะ พนักงานรีบไขกูญแจเปิดประตูห้องให้ทันที ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็วราวกับรู้หน้าที่ ฉันก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักกว้างขวางหรูหรา กลิ่นหอมจางๆ ของอโรมาเตะเข้าจมูก แต่ความหรูหราพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยสักนิดเมื่อสายตากวาดไปสะดุดเข้ากับ ‘เป้าหมายหลัก’ ของห้อง... เตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่โตมโหฬารตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้องนอน ไม่มีเตียงเสริม ไม่มีโซฟาตัวยาวที่พอจะนอนซุกตัวได้ มีแค่เตียงเดียวนั่นแหละ... ยัยมีนาราพูดถูกทุกประการ! ให้ตายสิ! นี่มันฉากในนิยายน้ำเน่าชัดๆ ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ! “ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองอยู่ได้ ไปอาบน้ำได้แล้วพายอาร์ หรือจะรอให้ฉันเข้าไปอาบให้อีกคน?” เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวนุ่มอย่างสบายใจเฉิบ “เฮียก็ไปอาบก่อนสิคะ ฉันยังไม่อفญ” ฉันสะดุ้งโหยง รีบหันไปเถียงกลับทันควัน “หึ... ตามใจสิ แต่เตียงนั่นน่ะ... นอนคนเดียวมันเหงานะ ว่าไหม?” คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันที่ยืนขวางทางอยู่ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เรือนร่างจรดใบหน้าที่ตอนนี้คงแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินก็ไม่รู้) ฉันเบี่ยงตัวหนีสัมผัสที่เจือความร้อนรุ่มนั้น ก้าวฉับๆ ตรงดิ่งเข้าไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วพุ่งตัวเข้าห้องน้ำราวกับหนีตาย ปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดังปัง! ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ผมยาวสลวยถูกเป่าจนแห้งสนิท กวาดสายตามองรอบห้องก็พบว่าความเงียบเข้าครอบคลุม คิมหันต์คงจะเข้าไปอาบน้ำต่อสินะ... ฟู่... รอดตัวไปชั่วคราว ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปที่เตียงนอน กะว่าจะรีบมุดตัวเข้าผ้าห่มแล้วหลับตาหนีปัญหาซะ แต่ทว่า... พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารของโครงการที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานริมกระจก แย่ล่ะ... แบบแปลนงานที่ต้องใช้พรุ่งนี้เช้ายังไม่ได้ตรวจเช็ครายละเอียดส่วนสุดท้ายเลย! ฉันขมวดคิ้วมุ่น เดินไปหยิบแท็บเล็ตและเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านบนโซฟา พยายามจดจ่ออยู่กับตัวเลขและเส้นสายทางวิศวกรรมเพื่อดึงสติออกจากความอึดอัดเรื่องสถานการณ์ห้องนอน ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบสงบลง เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังแกร็ก พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูก ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตต่อไป “ดึกดื่นยังไม่นอนอีก?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้แค่เอื้อม ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คิมหันต์ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มที่ผูกปมหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนคลื่น หยดน้ำเกาะพราวอยู่ตามไรผมและลาดไหล่กว้าง ภาพผู้ชายเพอร์เฟกต์ที่ยืนเช็ดผมอยู่ตรงหน้ามันทำเอาสมองฉันรวนไปหมดจนประมวลผลไม่ถูก “ฉัน... กำลังตรวจเช็คแบบแปลนของไซต์งานให้อยู่ค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว...” ฉันละล่ำละลักตอบ หลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยการก้มหน้ามองหน้าจอแท็บเล็ตต่อ “งานสำคัญกว่าเมีย... เอ๊ย หมายถึงสำคัญกว่าการนอนว่างั้น?” คิมหันต์หลุดปากพูดอะไรแปลกๆ ออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะทิ้งผ้าขนหนูลงบนโซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งลงข้างๆ ฉันอย่างถือวิสาสะ กลิ่นกายสะอาดผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้พื้นที่โซฟาตัวเล็กแคบลงถนัดตา หัวใจฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต “เฮียขยับไปหน่อยสิคะ มันแคบนะ” ฉันบ่นอุบ ขยับตัวหนี “แคบตรงไหน โซฟาออกจะกว้าง” คิมหันต์ไม่พูดเปล่า แต่เขากลับยื่นแขนยาวโอบผ่านหลังฉันไปหยิบเอกสารบนโต๊ะ จนร่างของฉันแทบจะตกไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยปริยาย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม หัวใจฉันกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาสองดวงสบประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันรอบตัวทำให้เสียงหัวใจของกันและกันดังชัดเจนยิ่งกว่าเดิม “พายอาร์...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהเรียกชื่อฉันแผ่วเบา แววตาซึนเดะที่เคยดุร้ายและกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำ อ่อนโยน และ... ร้อนแรงจนน่ากลัว “คะ... อะไรคะ” ฉันเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว พยายามจะถอยหนีแต่ถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางไว้แน่น “เลิกดื้อกับฉันสักคืนได้ไหม...” คิมหันต์กระซิบชิดริมหีบฝีปาก นัยน์ตาสีเข้มฉายแววตัดพ้อเจือความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด “รู้ไหมว่าเวลาเธอทำตัวพยศใส่... ฉันต้องอดทนมากแค่ไหนที่จะไม่รวบตัวเธอกลืนกินเข้าไปทั้งตัว” ตูーム! เหมือนมีระเบิดลูกใหญ่มาลงกลางอก สมองฉันขาวโพลนไปหมด คำพูดร้ายกาจและสายตาเร่าร้อนแบบนั้นมันคืออะไรกันเล่า! ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงหรือสะบัดหน้าหนีความรู้สึกวาบหวามนี้ จู่ๆ... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงโวยวายโตรกตระกรากที่คุ้นเคย “เฮียคิม! พี่พายอาร์! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้ว!” เสียงตะโกนของธามดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำลายบรรยากาศสีชมพูสลับความเร่าร้อนจนพังไม่เป็นท่า คิมหันต์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ขีดสุด ส่วนฉันรีบใช้จังหวะที่เขาลดการป้องกัน ผลักอกกว้างออกแล้วกระโดดผลุนผลาญลุกขึ้นยืนทันที คิมหันต์กําหมัดแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุด่าไปยังประตูด้านนอกด้วยความโกรธกรุ่น แล้วหันกลับมามองหน้าฉันที่ยืนหอบหายใจแรงหน้าแดงแจ๋อยู่ข้างเตียงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ฝากไว้ก่อนเถอะ... ยัยตัวแสบ” (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ รักนะคะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%