คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 14

แผลเล็กๆ กับการดูแลที่ปากแข็ง

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กระแทกใส่หน้าอย่างจัง เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงหัวเราะร่าของมีนาราดังแทรกเข้ามาจากภายนอก เจาะทะลุกรอบบานไม้เข้ามาบาดลึกลงในความรู้สึก พิมพ์อารดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเอียงวูบ ทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างเกราะกำบัง พยายามทำตัวเข้มแข็งไม่แคร์ใคร พังทลายลงตรงหน้าในวินาทีที่เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของผู้หญิงคนนั้น... และท่าทีนิ่งเฉยราดรดน้ำแข็งใส่หัวใจของคิมหันต์ ให้มันได้อย่างนี้สิ พายอาร์... เธอมันก็แค่ตัวตลกในสายตาเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกร้อนผ่าวที่รื้นขึ้นมาบริเวณขอบตา เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายปากร้ายใจดำคนนั้นเห็นเป็นอันขาด ร่างระหงหันหลังขวับเพื่อเก็บกวาดเศษซากความเสียหายบนโต๊ะทำงานต่อ ทว่าความโกรธและความสั่นไหวในอกกลับทำให้มือไม้ที่เคยคล่องแคล่วเกิดเก้ๆ กังๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น *แคว่ก!* "โอ๊ย!" พายอาร์อุทานเสียงหลง นิ้วเรียวเล็กชะงักกкаกทันทีเมื่อปลายนิ้วโป้งข้างขวาถูกเศษไม้เนื้อแข็งของแปลนแบบจำลองที่ฉีกขาดบาดเข้าอย่างจัง เลือดสีแดงสดซึมทะลักออกมาเป็นทางยาวตามรอยแผลเล็กๆ แต่ความเจ็บแปลบกลับแล่นริ้วขึ้นสมองจนเธอต้องนิหน้าสูดปากด้วยความแสบ ซวยซ้ำซวยซาก! วันบ้าอะไรวะเนี่ย โดนทั้งคนใจร้ายหักหน้าแถมยังมาโดนเศษไม้บ้านี่บาดซ้ำเติมอีก หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ใช้มืออีกข้างกุมนิ้วที่เลือดไหลซิบไว้ พยายามมองหาพลาสเตอร์ยาแถวโต๊ะทำงานด้วยความทุลักทุเล แต่ทว่า... พรึบ! จู่ๆ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงเหวี่ยงที่เดาอารมณ์ไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มเจ้าของห้องก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องและมาหยุดอยู่ที่มือของเธอ คิมหันต์ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด "ยืนทำซุ่มซ่ามอะไรอยู่ตรงนี้อีก ปิดประตูปุ๊บก็หาเรื่องเจ็บตัวปั๊บ... เธอนี่มันสร้างแต่ภาระจริงๆ พิมพ์อารดา" น้ำเสียงห้วนจัดพ่นออกมาทันทีตามสันดานปากร้ายของเจ้าตัว แต่ทว่า... สรรพนามที่ใช้เรียกและสายตาที่กวาดมองลงมาที่นิ้วของเธอกลับไม่ได้เย็นชาอย่างที่ปากพูด พายอาร์เงยหน้าขึ้นมองคนปากเสียด้วยความหมั่นไส้ เลือดในกายพุ่งพล่านสวนกระแสความเจ็บปวด เธอเชิดหน้าขึ้นทันที แม้ใบหน้าจะซีดเซียวลงเล็กน้อยจากพิษบาดแผล "เรื่องของฉันค่ะ! จะเจ็บตัว จะสร้างภาระอะไร มันก็ชีวิตฉัน ไม่ได้หนักหัวเฮียสักหน่อย เชิญออกไปสวีทกับคู่หมั้นคนสวยของเฮียต่อสิคะ จะถ่อสังขารกลับเข้ามาในนี้ทำไม หรือว่ากลัวฉันจะแอบขโมยแปลนงานของเฮียไปขายหรือไง!" น้ำเสียงประชดประชันถูกส่งออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าข้างในจะเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว แต่คนอย่างพายอาร์ไม่มีวันก้มหัวร้องขอความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้เด็ดขาด คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธกับความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดลงเลยของผู้หญิงตรงหน้า แทนที่จะเดินหนีออกไปอย่างที่พูดจาถากถาง เขากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วสูงชนิดที่พายอาร์ไม่ทันตั้งตัว "ปากดีนักนะ..." เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กที่กำลังกุมแผลไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างถือวิสาสะ พายอาร์สะดุ้งสุดตัว พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผลเมื่ออุ้งมือแกร่งนั้นบีบรัดไว้มั่นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยนะ! เฮียจะทำอะไร จะมาลากมาจับฉันทำไม ออกไปห่างๆ เลย!" "อยู่นิ่งๆ สิ! จะดิ้นให้เลือดมันสาดเลอะโต๊ะทำงานฉันหรือไง ยัยตัวแสบ!" คิมหันต์เสียงเขዳใส่หน้าดุๆ แต่ดึงข้อมือเธอให้เดินตามไปยังโซฟาชุดรับแขกมุมห้องอย่างบังคับแกมวิงวอนกลายๆ พายอาร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดปกติไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างเดียว แต่มันคือสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมข้อมือเธอไว้ ความใกล้ชิดที่ระอุขึ้นจนแผ่นหลังชนเข้ากับพนักโซฟา ทำให้เธอต้องยอมหย่อนตัวลงนั่งตามแรงดึงโดยปริยาย คิมหันต์ทรุดตัวนั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่ถูกหยิบออกมาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้บนโต๊ะกระจก หญิงสาวก้มมองการกระทำนั้นด้วยความอึ้ง ปะปนกับความประหลาดใจระลอกใหญ่ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ไหนบอกว่ารำคาญนักหนา... ไหนบอกว่าเธอเป็นภาระ... แล้วนี่กำลังทำอะไรอยู่? คิมหันต์ดึงมือเธอเข้าไปใกล้สายตา นิ้วเรียวยาวแกะพลาสเตอร์ยาและหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วผิดคาด ภาพวิศวกรหนุ่มมาดขรึมผู้ยิ่งใหญ่และดุดันประจำไซต์งาน กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาทำแผลให้นิ้วเล็กๆ ของเธอด้วยความระมัดระวัง เป็นภาพที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "เจ็บหน่อยนะ..." เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ได้กระแทกกระทั้นเหมือนเมื่อครู่ พายอาร์สูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อสำลีแตะลงบนรอยแผลที่ปลายนิ้ว ความแสบแปลบทำให้เธอเผลอซี๊ดปากออกมาเบาๆ พร้อมกับทำท่าจะชักมือหนี "โอ๊ย! เฮีย... มันแสบ!" "รู้ว่าแสบแล้วทำไมไม่ระวังตัว หะ? ทำงานประสาอะไรให้ไม้บาดมือเลือดซิบขนาดนี้ ถ้าไม่มีฉันอยู่ตรงนี้ป่านนี้แผลคงติดเชื้อเน่าไปถึงข้อศอกแล้วมั้ง" ปากร้ายๆ เริ่มทำงานสวนทางกับการกระทำอีกครั้ง แต่ทว่าน้ำหนักมือที่กดสำลีลงบนแผลกลับเบาราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำยิ่งกว่าเดิม คิมหันต์เป่าลมเบาๆ ที่แผลของเธอเพื่อบรรเทาอาการแสบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงมาบนปลายนิ้วทำเอาพายอาร์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง ขนลุกเกรียวไปจนถึงต้นคอ ใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำให้เธอเห็นแพขนตาดกหนาและสันจมูกโด่งเป็นสันได้อย่างชัดเจน ในยามที่เขาตั้งอกตั้งใจทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดมาเจือปน ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองแทบจะลืมหายใจ ดวงตากลมโตมองเสี้ยวหน้าของวิศวกรหนุ่มอย่างเหม่อลอย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในช่องอก "มองอะไรเล่า หน้าฉันมีรอยแผลเป็นติดอยู่หรือไง" คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธออย่างกะทันหัน ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง พายอาร์สะดุ้งเฮือก รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่กำลังเห่อร้อนขึ้นมาบนพวงแก้ม เธอกัดริมฝีปากแน่นแล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อน "เปล่า... ใครจะไปมองหน้าเฮียหล่ะคะ แค่แปลกใจว่าคนปากร้ายอย่างเฮีย ทำไมถึงมาทำแผลให้ฉันเสียมากกว่า หรือว่ากลัวฉันเป็นอะไรไปแล้วจะไม่มีคนอยู่ให้เฮียคอยด่าเล่น" คิมหันต์แค่น "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือหนาจัดการปิดพลาสเตอร์ลายการ์ตูน (ที่หยิบติดมือมาแบบไม่ตั้งใจ) ลงบนแผลให้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนหน้าผากเนียนของเธอทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "รู้ตัวก็ดี... คนงานในไซต์นี้มีเป็นร้อย แต่ไม่มีใครกวนประสาทเท่าเธออีกแล้ว พิมพ์อารดา" เขายืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ยังคงยืนประชิดตัวเธอไม่ยอมถอยห่าง พายอาร์เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่พอใจและเตรียมจะอ้าปากเถียงกลับตามฟอร์ม ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "เฮียคิมคะ มีนาลืมกระเป๋า... อุ๊ย!" เสียงหวานใสของมีนาราที่เอ่ยแทรกเข้ามาพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องหยุดชะงักกкаกทันที ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและเกรี้ยวกราด เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—วิศวกรหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นเป้าหมาย กำลังยืนประชิดตัวอดีตคุณหนูตกอับด้วยท่าทางที่สนิทสนมเกินกว่าเจ้านายกับลูกจ้างจะพึงมี แถมมือหนาของเขายังเพิ่งละออกจากการจับมือเธอหมาดๆ! พายอาร์สะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นยืนเพื่อถอยห่างจากคิมหันต์ แต่จังหวะนั้นเอง... คิมหันต์กลับไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยหนีไปง่ายๆ มือแกร่งเอื้อมมือมาโอบรั้งเอวบางของเธอไว้ด้วยความรวดเร็ว ดึงร่างของเธอให้แนบชิดกับอกแกร่งของเขาอย่างแรง จนพายอาร์เซถลาเข้าไปซบกับแผงอกอุ่นของเขาอย่างเต็มรัก ดวงตาคมกริบของคิมหันต์ตวัดมองมีนาราที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงประตูด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้เยื่อใย และเต็มไปด้วยความเย็นชาขั้นสุด ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูของพายอาร์ด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก **"ยืนนิ่งๆ... ถ้าไม่อยากให้แผนพัง และถ้าไม่อยากให้ยัยนี่รู้ว่าฉันแคร์เธอแค่ไหน พิมพ์อารดา"** ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของเฮียคิมด้วยกันนะคะ! — เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%