กลิ่นควันไอเสียและเสียงจอแจของถนนสุขุมวิทตอนเที่ยงคืนคือสิ่งสุดท้ายที่พิมพ์อารดาคิดว่ามันจะมาบรรจบกับชีวิตของวิศวกรหนุ่มร้อยล้านอย่างคิมหันต์ได้ แต่ตอนนี้ ภาพตรงหน้าเธอกลับทำเอาหญิงสาวต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อเรียกสติ
ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทแบรนด์ดังที่ถอดเนกไทออกอย่างไร้ความปรานี ยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าริมทางเท้า ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นก้อนหิน ขณะที่ดวงตาสีเข้มคมกริบมองสำรวจเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวเตี้ยหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำป้าอ้วนด้วยแววตาราวกับมันคือแท่นประหาร
"ยืนทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ได้ค่ะเฮีย เก้าอี้มันไม่ได้มีเชื้อโรค หรือกลัวว่าชุดสูทราคาหลักแสนจะแปดเปื้อนฝุ่นดินแถวนี้จนเสียลุคประธานบริษัทกันแน่คะ"
พายอาร์เอ่ยแซะพลางหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวนั้นอย่างไม่นึก rym แสร้งทำเป็นไม่เห็นคิ้วที่กระตุกยิกๆ ของคนตัวโตที่ยืนค้ำหัวอยู่
คิมหันต์ถอนหายใจออกมาแรงๆ พลางทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างจำใจ เขายืดยาวเรียวขาออกไปเพราะโต๊ะตัวเล็กนิดเดียวทำให้เข่าแทบจะชนกับขาของหญิงสาวอยู่รำคาญใจ ภาพวิศวกรโยธามหาเศรษฐีผู้กุมสัมปทานโปรเจกต์หมื่นล้าน นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้แดงตัวกระจิ๋วหลิวริมถนน มันช่างเป็นภาพย้อนแย้งที่ตลกสิ้นดีจนเจ้าตัวต้องส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทำโปรเจกต์งบบัญชีงวดนี้ตกหล่นจนฉันต้องอยู่เคลียร์ดึกดื่นป่านนี้ พิมพ์อารดา ฉันคงไม่ต้องมานั่งทำตัวอนาถาซดก๋วยเตี๋ยวข้างถนนแบบนี้หรอกนะ" คนปากแข็งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดแต่แววตากลับไม่ได้มีความรังเกียจอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด
"อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น ทั้งๆ ที่เอกสารชุดนั้นผู้ช่วยเฮียเป็นคนสลับหน้าแฟ้มเองแท้ๆ แถมตอนนี้ร้านอาหารหรูๆ ปิดหมดแล้วค่ะ มีแต่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเด็ดของป้าอ้วนเนี่ยแหละที่เยียวยากระเพาะอันว่างเปล่าของวิศวกรจอมเรื่องมากได้... จริงไหมคะป้า?" ประโยคหลังเธอหันไปยิ้มหวานหยดให้แม่ค้าเจ้าของร้านที่กำลังเดินถือชามควันฉุยมาเสิร์ฟพอดี
เส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มลอยอยู่ในน้ำซุปต้มยำสีจัดจ้าน โรยหน้าด้วยถั่วคั่วหอมกรุ่นและมะนาวสด กลิ่นหอมเตะจมูกจนคิมหันต์เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว เขาเหลือบมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าสลับกับใบเนียนใสของคนที่กำลังหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมจัดการอย่างเอร็ดอร่อย
"มองอะไรคะ? กลัวไม่อิ่มเหรอ หรือกลัวว่ากินเข้าไปแล้วภาพพจน์เฮียคิมผู้แสนเย่อหยิ่งจะพังทลายลงในพริบตา" พายอาร์เลิกคิ้วถาม ปากก็เคี้ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวหนุบหนับจนแก้มป่อง
"กินเงียบๆ ไปเลยน่า ยัยตัวแสบ" คิมหันต์เอ็ดเสียงเขียว แต่สุดท้ายก็ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นเข้าปากบ้าง รสชาติจัดจ้านแซ่บซี๊ดทำเอาวิศวกรหนุ่มถึงกับชะงักไปนิด เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับในใจลึกๆ ว่ามันอร่อยกว่าภัตตาคารหรูบางแห่งเสียอีก
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลงเมื่อความหิวโรยรา แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายร้านข้างทางสาดกระทบใบหล่อเหลาของคิมหันต์ ทำให้มิติบนใบหน้าของเขาดูละมุนขึ้นอย่างประหลาด พายอาร์แอบมองเสี้ยวหน้าของคนตรงข้ามเงียบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในออฟฟิศเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน... สายตาที่เขาใช้มองเธอ น้ำเสียงที่สั่งให้เธอยืนนิ่งๆ เพื่อปกป้องความรู้สึกของเธอจากสายตาคมกริบของมีนารา มันไม่ใช่ความเย็นชาของเจ้านายกับลูกน้อง แต่มันคือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความซึนที่หนาเตอะ
"มองหน้าฉันแบบนี้... หลงเสน่ห์คนหล่อตอนกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางเข้าแล้วล่ะสิ พิมพ์อารดา"
เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคมที่ช้อนขึ้นสบตากับเธอพอดี พายอาร์สะดุ้งรีบหลบสายตาแทบไม่ทัน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่
"ใครเขามองเฮียกันคะ หลงตัวเองชะมัด! ฉันแค่กำลังคิดว่า... ชุดสูทราคาแพงกับเก้าอี้พลาสติกแดงนี่มันช่างเข้ากันกับความเยอะของเฮียดีแท้" เธอยังคงรักษาสถิติปากเก่งไว้ได้ไม่ตกหล่น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย เขาวางตะเกียบลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนพายอาร์ต้องเอนหลังหนีอัตโนมัติ
"ปากเก่งแบบนี้... เดี๋ยวก็โดนดีหรอก" เขากระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา
ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างทั้งคู่จะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงเบรกเอี๊ยดของรถยนต์ราคาแพงคันคุ้นตาที่จอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวก็ดึงสติของทั้งคู่ให้หันไปมองพร้อมกัน ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับร่างระหงของมีนาราในชุดเดรสเข้ารูปหรูหราที่ก้าวลงมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตคู่สวยกราดมองบรรยากาศรอบตัวด้วยความรังเกียจ ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของคิมหันต์และพายอาร์ที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเคียงข้างกันอย่างสนิทสนมริมถนน
"คิมคะ! นี่คุณ... มานั่งทำอะไรอุบาทว์ๆ แบบนี้กับผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ?!"
มีนาราปรี่เข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด มือเรียวแหลมชี้ไปยังชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
พายอาร์ชะงัก ค่อยๆ วางตะเกียบลงในชามช้าๆ ขณะที่คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที เขายืดตัวตรงเต็มความสูง บังร่างบางของพายอาร์ไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่ทำเอาผู้มาใหม่ถึงกับหน้าชา
"เรื่องของฉัน... แล้วก็เลิกทำตัวไร้มารยาทมายุ่มย่ามกับชีวิตฉันสักที มีนารา"
บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงทันทีเมื่อคิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวเข้าไปประจันหน้ากับอดีตคู่หมั้น แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองมีนาราด้วยความรำคาญใจขั้นสุด ก่อนที่เขาจะหันกลับมาคว้าข้อมือเล็กของพายอาร์ให้ลุกขึ้นยืนตาม
"กลับ..." เขาเอ่ยสั้นๆ เสียงเข้มแต่แฝงความเด็ดขาด
พายอาร์ยังไม่ทันได้อ้าปากท้วง คิมหันต์ก็กระชากข้อมือเธอให้เดินตามไปยังรถของเขาโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องโวยวายของมีนาราที่ดังไล่หลังมาแม้แต่น้อย ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังจะเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้เธอนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิมหันต์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ วิศวกรหนุ่มชะงัก ก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอ... ชื่อที่ทำให้เขารู้ว่าแผนการทั้งหมดในค่ำคืนนี้กำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีข้างหน้า
เอมเมอรัลด์อายส์
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 15
ดินเนอร์จำเป็นที่ร้านข้างทาง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!