คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 23

ตื่นมาเจอความอบอุ่น

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ความเงียบงันในห้องพยาบาลชั่วคราวของไซต์งานก่อสร้างยามดึกนั้นหนักอึ้งราวกับมีก้อนตะกั่วถ่วงไว้ ประโยคคำถามที่คิมหันต์เพิ่งหลุดปากออกไปก่อนที่พิมพ์อารดาจะหมดสติไปนั้น ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอราวกับเสียงระเบิดเวลาที่นับถอยหลัง สิ่งที่เธอพยายามปกปิด ซ่อนเร้น และฝังกลบมันไว้ใต้รอยยิ้มอวดดีและวาจาเชือดเฉือนมาตลอด กำลังจะถูกแววตาคมกริบคู่นั้นกระชากออกมาประจานต่อหน้าผู้ชายที่อันตรายที่สุดต่อหัวใจของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้พิมพ์อารดาค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ความปวดหนึบที่ขมับซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่สติเริ่มกลับคืนมาครบถ้วน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางกาย หากแต่เป็นเงาร่างสูงใหญ่ที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง คิมหันต์... วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบ ความดุ และความปากร้ายอย่างไร้ปรานี บัดนี้เขากลับนั่งพับ30-40องศาอยู่บนโซฟาตัวแคบข้างเตียงผู้ป่วย หัวทุยๆ ของเขาซบลงกับขอบที่นอน มือหนาข้างหนึ่งยังคงกุมมือเธอไว้หลวมๆ แม้ในยามหลับใหล พิมพ์อารดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยและตอกกลับเธอด้วยคำพูดกวนประสาทอยู่เสมอ ยามที่เขาปิดเปลือกตาลงอย่างไร้การป้องกันเช่นนี้ สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากหยักลึกที่มักเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้นกลับดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด และที่น่าตกใจที่สุด... คือร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตาคู่นั้น ขอบตาของเขาคล้ำเล็กน้อย ราวกับผ่านการอดนอนมาอย่างยาวนาน และเธอก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเพราะใคร *‘เขา... เฝ้าไข้ฉันอย่างนั้นเหรอ?’* ความคิดนั้นทำให้หัวใจที่เคยด้านชามานานนับปีเกิดอาการไหวระริกอย่างรุนแรง ความรู้สึกอุ่นวาจุกจู่โจมเข้ามาในอกซ้ายจนเธอต้องยกมืออีกข้างขึ้นมาทาบหน้าอกตัวเองเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ความดื้อรั้นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่เธอเกลียดนักหนา พิมพ์อารดาขยับนิ้วมือเล็กน้อย ตั้งใจจะดึงมือตัวเองออกเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการนอนของคนตัวโต แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกัน คิมหันต์ก็สะดุ้งตื่นทันทีราวกับสัญชาตญาณดิบถูกปลุกเร้า ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันฉายความงouงัวอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและโล่งอกในเวลาไล่เลี่ยกัน เขารemตัวตรงขึ้นอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเร็วแสง "ตื่นแล้วเหรอ..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นทันที มันไม่ได้นุ่มนวลนักหรอก ออกแนวห้วนจัดตามนิสัยเดิมของเจ้าตัวเสียด้วยซ้ำ แต่กลับอบอุ่นจนน่าประหลาดใจ "ฟื้นขึ้นมาก็ทำตาโตเป็นไข่ห่านเลยนะ ยัยตัวแสบ รู้ตัวไหมว่าทำคนอื่นเขาปั่นป่วนไปหมดเนี่ย" พิมพ์อารดาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ เธอรีบดึงมือออกจากอุ้งมือหนาของเขาแล้วดันตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียงทันที ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเชิดรั้นใส่ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ใครตัวแสบกันคะเฮียคิม แล้วใครไปปั่นป่วนอะไรเฮีย ทุเรศที่สุด... ปล่อยมือฉันนะ" เธอเอ่ยเสียงแข็ง แม้ว่าใบหน้าจะแดงก่ำจนปิดไม่มิดก็ตาม คิมหันต์แค่น "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองอาการดื้อรั้นที่กลับมาทำงานได้อย่างรวดเร็วของเธอแล้วช(ความหมั่นไส้ระคนโล่งใจ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน ประโยคแรกที่ฟื้นขึ้นมาก็แว้ดใส่ฉันทันทีเลยนะ พิมพ์อารดา... หรือว่ากลัว?" "กลัวอะไรคะ ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!" เธอสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ใจจะเต้นรำไม่เป็นส่ำเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหมดสติของเขา *'เธอปิดบังอะไรฉันอยู่ พายอาร์... ทำไมเรื่องของเธอถึงทำให้ฉันต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้วะ'* ประโยคพวกนั้น... เขาจำได้หรือเปล่า? หรือเขาแค่พูดเพ้อเจ้อไปตามอารมณ์ วิศวกรหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วยมากขึ้น ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนพื้นที่รอบตัวเธอดูลดแคบลงทันตาเห็น เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "ไม่ได้กลัว... แต่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปากสั่นยิ่งกว่าเจ้าเข้า" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ก้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ "บอกฉันมาดีๆ ดีกว่าว่าตอนที่เธอเป็นลม เธอฝันถึงเรื่องอะไร... หรือว่าฝันถึงเรื่องที่ฉันถามก่อนเธอจะสลบไป?" พิมพ์อารดาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイต หัวใจกระโจนขึ้นมาตีรัวที่คอหอย เธอเบือนหน้าหนีสายตาคุกคามคู่นั้น พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ "เฮียพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง... ถอยไปนะ คนยิ่งปวดหัวอยู่" "ปวดหัวเหรอ..." คิมหันต์ทวนคำ เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนเธอบังคับตัวเองให้ต้องหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง "รู้ไหมว่าตอนที่หมอตรวจ ฉันเกือบจะสั่งรื้อห้องนี้ทิ้งเพราะหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงช็อกได้ขนาดนั้น... พายอาร์ เธอดื้อกับทุกคนได้ แต่กับเรื่องร่างกายตัวเอง... เลิกทำเป็นเก่งสักทีได้ไหมวะ" ประโยคสุดท้ายนั้นไม่มีการประชดประชัน มีเพียงความห่วงใยที่เจือความหงุดหงิดระคนเจ็บปวดในน้ำเสียง ซึ่งนั่นแหละ... ที่ทำให้กำแพงในใจของพิมพ์อารดากลายเป็นจุล เธอนิ่งอึ้ง มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นและพบแต่เงาของตัวเองสะท้อนอยู่ ความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิต ถูกความอบอุ่นดิบเถื่อนของผู้ชายปากร้ายคนนี้พังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจุกที่อกจนขอบตาร้อนผ่าว แต่วินาทีที่เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารบกวนเวลาสำคัญ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถุงซุปหรูในมือ "เฮียคิมคะ มีนเอาซุปมาให้... อ้าว พายอาร์ ฟื้นแล้วเหรอคะเนี่ย นึกว่าจะไม่ตื่นซะแล้วสิคะ" มีนารากวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ไม่มิด บรรยากาศอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตึงเครียดคุกรุ่นที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%