“งานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์อะไรล่ะเฮีย... แหม, สองต่อสองในร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบนี้ เขาเรียก ‘เดท’ ต่างหากเล่า!”
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คำพูดของธามทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวง พายอาร์ชะงักกึก รอยยิ้มและอาการเขินอายเมื่อครู่ถูกแช่แข็งในเสี้ยววินาที นัยน์ตากลมโตหันขวับกลับมามองหน้าคิมหันต์นิ่งสนิท ขณะที่วิศวกรหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี รีบหันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารหรูหราพลحันอึมครึมลงถนัดตา แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับแข่งกับแสงไฟจากสะพานข้ามแม่น้ำ แต่คงไม่มีแสงไหนเจิดจ้าเท่าความระอุบนใบหน้าของคนสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกัน
“ธาม!” คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาดุคมวาววับส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดยอด หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ธามคงพรุนเป็นรังผึ้งไปนานแล้ว “ถ้าปากว่างมาก สั่งสเต๊กมากินอีกสักจานดีไหม หรือถ้าไม่อิ่ม... เดี๋ยวฉันเลี้ยงตีนผีสักโบกสลับกับน้ำต้มปลาทูไหมล่ะ”
“อุ๊ย โหดร้ายจังเลยครับเฮีย ผมแค่อมยิ้มแสดงความยินดีกับมิตรภาพอันแน่นแฟ้น... ของ ‘ผู้ร่วมงาน’ เองนะ” ธามลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท จงใจเน้นคำว่าผู้ร่วมงานจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ สองครั้ง “พอดีนึกขึ้นได้ว่าเตาปฏิกรณ์ที่ไซต์งานยังไม่ได้เช็กระบบ ขอตัวไปเคลียร์ความร้อนแถวโน้นก่อนดีกว่า ปล่อยให้คนแถวนี้เขา ‘เคลียร์ใจ’ กันตามสบายใจเฉิบเถอะครับ”
พูดจบพ่อหนุ่มเจ้าสำราญก็ชิ่งหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้สถานการณ์บนโต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบงันชวนอึดอัด
พายอาร์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
“สรุปยังไงคะ... เฮียคิม” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความประชดประชันถูกส่งข้ามโต๊ะไป “ไหนบอกว่าเป็นงานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์ของทีมไงคะ ทำไมคุณธามเขาถึงพูดจาแปลกๆ แบบนั้นล่ะ หรือว่า... โปรเจกต์ที่ว่าเนี่ย มันมีแค่เราสองคนจริง ๆ ตามที่เขาแซว”
คิมหันต์เม้มปากเป็นเส้นตรง เสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักจะนิ่งขรึมและคุมเกมได้เสมอ บัดนี้กลับมีร่องรอยความกระอักกระอ่วนฉายชัด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ
ให้ตายเถอะ... ไอ้ธามเอ้ย กลับมาเขาจะหักเงินเดือนมันสามเดือนรวดฐานปากสว่าง!
“อย่าไปฟังลมปากไอ้ธามมันเลยพายอาร์” คิมหันต์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แต่มันช้าเกินไปกว่าจะกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียตรงใบหู “มันก็แค่คนปากเสียชอบแซวไปเรื่อยเปื่อย งานเลี้ยงฉลองก็คือฉลองโปรเจกต์เทปูนฐานรากที่เราเพิ่งผ่านพ้นมาได้ต่างหาก ถ้าไม่ติดว่าเราทำงานร่วมกันเหนื่อยมาด้วยกัน ฉันไม่ชวนคุณมากินข้าวหรอกน่า”
*คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย...*
พายอาร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน เธอเอนหลังพนักเก้าอี้ กอดอกมองวิศวกรหนุ่มซึนปากแข็งด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
“เหรอคะ? เหนื่อยงานหรือว่าเหนื่อยใจกันแน่ ถึงได้ต้องชวนผู้หญิงปากเก่งอย่างฉันมานั่งกินข้าวร้านบรรยากาศโรแมนติกแบบนี้ แถมยังจองโต๊ะมุมส่วนตัวริมน้ำซะด้วย... หรือว่าเฮียคิมกลัวคนอื่นเห็นว่าแอบพาฉันมาเดทกันแน่คะ”
“พายอาร์!” คิมหันต์เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดุเข้มตวัดมองหญิงสาวอย่างคาดโทษ “อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ ฉันไม่ได้ว่างมานั่งเล่นเกมประสาทกินกับคุณนะ จะกินไม่กินข้าวเนี่ย ถ้าไม่กินผมจะเช็กบิลแล้วเดินออกจากร้านนี้เดี๋ยวนี้เลย”
“อุ๊ย ใจร้อนจังนะคะเฮีย แค่แซวแค่นี้ทำเป็นหูแดงหน้าดำเชียว” พายอาร์แกล้งทำเป็นลอยชาย ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความใกล้ชิดและท่าทีตื่นตระหนกของคนตรงข้ามมันฟ้องชัดเจนว่าสิ่งที่ธามพูดเมื่อครู่อาจจะมีมูลความจริงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย “โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ค่ะ หิวจะตายอยู่แล้ว อาหารมาเสิร์ฟพอดี กินก็กินค่ะ!”
จังหวะนั้นบริกรหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบก็เดินถือถาดอาหารเข้ามาเสิร์ฟพอดี กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารยุโรปฟิวชันลอยเตะจมูก ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากบรรยากาศมาคุเมื่อครู่ออกไปได้ชั่วคราว
ตลอดมื้ออาหาร ถึงแม้จะไม่มีการหยอกล้อเรื่องเดทเกิดขึ้นอีก แต่เคมีประหลาดๆ ระหว่างคนทั้งคู่กลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างเงียบงัน คิมหันต์แม้จะปากแข็งและวางมาดนิ่งขรึมตามสไตล์ แต่คอยตักโน่นตักนี่ใส่จานให้เธออย่างเอาใจใส่โดยไม่เอ่ยปากชมสักคำ ขณะที่พายอาร์เองก็แกล้งแซวโน่นแซวพาดพิงนี่ให้เขาได้หัวเสียเล่นเป็นระยะๆ เป็นบรรยากาศที่ผสมผสานความกวนประสาทและความฟินจิกหมอนได้อย่างลงตัวที่สุด
จนกระทั่งมื้อค่ำดำเนินมาถึงช่วงท้าย บริกรเดินเข้ามาเก็บจานพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพ
“รับของหวานเพิ่มไหมครับ ทางร้านเรามีพุดดิ้งวานิลลาโฮมเมดสูตรพิเศษครับ”
พายอาร์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธเพราะอิ่มจนแทบไม่ไหวแล้ว แต่คิมหันต์กลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน
“เอามาที่หนึ่งครับ”
พายอาร์หันขวับไปมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ “ฉันบอกตอนไหนว่าจะกิน?”
“ฉันสั่งให้ตัวเองต่างหาก คุณอยากนั่งมองเฉยๆ หรือจะสั่งเพิ่มก็ตามใจ” คิมหันต์ตอบหน้าตาย พรางยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลบเกลื่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “หรือว่ากินไม่ไหวแล้ว... คุณไม่ได้อ้วนขึ้นสักหน่อย จะกลัวอะไรนักหนา”
“นี่คุณ!” พายอาร์แยกเขี้ยวใส่ทันที “ฉันไม่ได้กลัวอ้วนเว้ย แค่อิ่มจนจุกต่างหากเล่า ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังเถอะ... จะไม่มีใครเอาทำเป็นแฟนจริงๆ หรอก”
“ปากแบบนี้แหละที่คนแถวนี้...” คิมหันต์ชะงักกึก ประโยคถัดไปกลืนหายลงลำคอทันทีเมื่อนัยน์ตาคมกริบเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่เพิ่งก้าวเข้ามาภายในโซนวีไอพีของร้าน
พายอาร์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอขมวดคิ้วมุ่น หันกลับไปมองตามทิศทางสายตาของเขา
ร่างผอมเพรียวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงหูฉี่เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขา เส้นผมลอนยาวสลวยและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่โชยมาแตะจมูกทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที
“บังเอิญจังเลยค่ะเฮียคิม... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเฮียที่นี่”
เสียงหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยความจงใจทักทายดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพยับแดดจากใบหน้าสวยเฉี่ยวของ ‘มีนารา’ ที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะโดยไม่ได้รับเชิญ นัยน์ตาสีเข้มกวาดตามองพายอาร์หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลนที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันกลับไปสบตาคิมหันต์ด้วยความน้อยใจแกมเรียกร้อง
“แล้วนี่... มาทานข้าวกับเด็กฝึกงานคนนี้เหรอคะ? นึกว่าเฮียงานยุ่งซะอีก ถึงได้ปฏิเสธนัดมีนตลอด”
พายอาร์ชะงัก รอยยิ้มระรื่นเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตากลมโตหันกลับมามองหน้าคิมหันต์นิ่งสนิท ขณะที่วิศวกรหนุ่มถึงกับขบกรามแน่น นัยน์ตาดุคมวาววับขึ้นด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างที่สุด
เอมเมอรัลด์อายส์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 31
เดทแรกที่ไม่เชิงเดท
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!