คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 17

เกมวัดใจในห้องประชุม

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมากพอจะมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในพื้นที่ทำงานของฉัน ฉันแนะนำให้เอาเวลาไปหัดมารยาทพื้นฐานเรื่องการเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของคนอื่นจะดีกว่านะคะ คุณมีนารา" น้ำเสียงของพายอาร์ไม่ได้ดัง แต่อัดแน่นไปด้วยความเฉียบคมชนิดที่บาดลึกถึงกระดูกดำ ร่างระหงไม่ได้ขยับถอยหนีแม้แต่น้อย แม้ว่าความจริงแล้วปลายนิ้วเรียวของเธอจะยังคงเกี่ยวพันอยู่กับกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนของคิมหันต์อย่างจงใจ รอยยิ้มมุมปากของเธอทั้งยั่วเย้าและท้าทายในเวลาเดียวกัน มีนาราหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนเครื่องสำอางราคาแพงแทบช่วยอะไรไม่ได้ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งมาที่มือของพายอาร์ราวกับอยากจะใช้สายตาเผาให้มันไหม้เป็นจุล "พายอาร์! เธอไม่มีสิทธิ์มาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับฉันนะ! คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้มาทำตัวกร่างเกาะแกะเฮียคิมอยู่แบบนี้!" มีนาราแว้ดขึ้นเสียงสูง ลืมมาดคุณหนูผู้ดีเก่าไปชั่วขณะเมื่อความอิจฉาริษยาเข้าครอบงำ คิมหันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่กว้างขยับไหวเล็กน้อยด้วยความรำคาญอย่างถึงที่สุด ร่างสูงใหญ่ขยับตัวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อแกะมือของพายอาร์ออกอย่างนุ่มนวล—นุ่มนวลกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับคนปากร้ายอย่างเขา—ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าไปยืนบังหน้าพายอาร์ไว้ครึ่งหนึ่งราวกับจะปกป้องโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะยังคงพ่นคำพูดเย็นชาใส่มีนาราก็ตาม "เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที มีนารา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "นี่มันเวลาทำงาน และที่นี่ก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาอาละวาดตามอำเภอใจ ถ้าไม่มีเรื่องงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ เชิญกลับไปซะ หรือถ้าเอกสารตรงหน้ามันอ่านไม่รู้เรื่องจนสมองประมวลผลไม่ได้ ผมจะให้ฝ่ายบุคคลช่วยจัดอบรมเรื่องกาลเทศะใหม่อีกรอบดีไหมครับ" "เฮียคิม! นี่เฮียเข้าข้างมันเหรอคะ!" มีนาราหวีดร้อง เสียงแหลมปรี๊ดสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่เงียบสงัด "ผู้หญิงคนนี้มันก็แค่เด็กเส้นที่เข้ามาหาผลประโยชน์! เฮียก็รู้ว่าป๊ากับม้าของมีนารา..." "เรื่องครอบครัวคุณกับครอบครัวผม มันจบไปนานแล้ว" คิมหันต์ตัดบทเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบไร้เยื่อใยสิ้นเชิง "และกรุณาให้เกียรติพายอาร์ เธอคือวิศวกรคุมงานที่มีอำนาจตัดสินใจในไซต์นี้เท่ากับผม ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวไร้สาระ ผมจะสั่งระงับสิทธิ์การเข้าพื้นที่ของคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เชิญครับ!" คำประกาศกร้าวของวิศวกรหนุ่มทำเอาบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ มีนารากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาทอประกายความแค้นเคืองสุดซึ้ง เธอกวาดตามองหน้าคิมหันต์สลับกับพายอาร์ที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยอยู่ด้านหลัง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วหมุนตัวเดินกระแทกส้นสูงจากไป เสียงประตูห้องประชุมปิดกระแทกดังปังสะท้อนก้องความตึงเครียดที่เพิ่งคลี่คลายลง ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ยังคงหลงเหลือไอความร้อนระอุจากเหตุการณ์ปะทะคารมเมื่อครู่ พายอาร์ลอบถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางกะพริบลงเพื่อปรับโฟกัสอารมณ์ ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อไปเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจาย แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับแฟ้มเอกสาร ร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนนิ่งอยู่เงียบๆ ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เธอไม่ทันตั้งตัว พรึบ! แผ่นหลังบางชนเข้ากับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานอย่างจัง ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะเอื้อมมาค้ำยันขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังร่างของเธอเอาไว้ตรงกลางระหว่างแผ่นอกของเขาและโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พายอาร์สะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกล้าหาญทั้งหมดเมื่อครู่วันนี้ระเหยหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาคมปลาบที่ก้มลงมองมาด้วยประกายไฟระยิบระยับ "เฮีย... ทำอะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ" พายอาร์พยายามดัดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวจะทรยศความรู้สึกด้วยการขึ้นสีแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "เมื่อกี้เก่งนักไม่ใช่เหรอ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "กล้าดียังไงเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับยัยนั่นลำพัง หึ... คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังบู๊หรือไง ถึงได้ชอบทำตัวเป็นเป้านิ่งให้คนอื่นเขาหาเรื่อง" "พายไม่ได้หาเรื่องสักหน่อย ยัยนั่นต่างหากที่หาเรื่องพายก่อน แล้วอีกอย่าง..." พายอาร์เงยหน้าขึ้นเถียง ขยับปากจะพูดต่อแต่ต้องชะงักกึก เมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันจนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่าน คิมหันต์ไม่ได้ถอยหนี กลับก้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาแจ้วๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ปากเก่งนักนะ... หبرเก่งแบบนี้ทุกสถานการณ์รึเปล่าหึ" "เฮียคิม..." พายอาร์ครางชื่อเขาแผ่วเบา ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ลึกซึ้งจนหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราด แต่เป็นความออดอ้อนแบบซึนๆ ที่มีแต่อภิสิทธิ์ชนคนนี้เท่านั้นที่จะได้รับ "รู้ไหม ว่าเวลาเธอทำหน้าดื้อใส่คนอื่น มันน่ารำคาญ..." คิมหันต์เว้นจังหวะ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย คล้ายจะดึงดูดวิญญาณของเธอเข้าไปข้างใน "แต่พอเธอหันมาทำหน้าแบบนี้ใส่ฉัน... รู้ตัวไหมว่าเธอกำลังทำให้ฉันหมดความอดทนเข้าไปทุกทีแล้วนะ, พายอาร์" สิ้นคำพูดนั้น หัวใจของพิมพ์อารดาก็แทบจะหยุดเต้น สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมดสิ้น ไออุ่นจากร่างกายของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด... ปัง! เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอย่างแรงอีกครั้ง พร้อมกับร่างของธามที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พร้อมจะเอ่ยปากรายงานเรื่องด่วนเต็มที่ แต่แล้วฝีเท้าก็ต้องหยุดชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า "อุ๊! เฮีย... คือกูไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะโปรดักשัน... เชิญพวกมึงสวีทกันต่อตามสบายนะ กูไปกินหญ้าหน้าตึกแป๊บ!" ธามยกมือขึ้นปิดตาทันที ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องแล้วปิดประตูดังปังด้วยความไวแสง พายอาร์ได้สติ รีบยกมือขึ้นผลอกอกแกร่งของคิมหันต์สุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก แต่ทว่า... วงแขนแข็งแรงของวิศวกรหนุ่มกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหนง่ายๆ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนเสียดายอย่างชัดเจนที่แผนการถูกขัดจังหวะ คิมหันต์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกจุดติดขึ้นมาจนยากจะดับลง "รอดตัวไปนะพายอาร์... แต่คิดเหรอ ว่าคืนนี้เธอจะหนีฉันพ้น?" เอมเมอรัลด์อายส์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนของเฮียคิมด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%