สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ•ตอนที่ 6

กินข้าวเที่ยงแบบไม่เต็มใจ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"ถ้าคุณยังนั่งเคาะคีย์บอร์ดเสียงดังใส่หน้าจออยู่อีกสามวินาที ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมระบบฐานข้อมูลของบริษัท และผมจะหักเงินเดือนคุณฐานรบกวนสมาธิส่วนรวม" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจลอยมาปะทะโสตประสาท ทิวาชะงักปลายนิ้วที่กำลังรัวโค้ดภาษาไพธอนลงบนหน้าจอ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียงที่ยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานของเขาอยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกของอคินกำลังกอดอกมองลงมาด้วยแววตาคมกริบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หัวหน้าทีมวิศวกรคนเก่งไม่ได้ดูเดือดร้อนเลยสักนิดกับการเป็นจุดสนใจของคนทั้งฟลอร์ ทว่าไออولความกดดันรอบตัวเขากลับแผ่ขยายจนคนอื่นต้องแกล้งก้มหน้าก้มตาทำงานกันเงียบกริบ ทิวายกยิ้มมุมปากอย่างไม่นึกกลัว เขาดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความกวนประสาททำงานเต็มที่ "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณอคินนี่เอง... พอดีผมถนัดทำงานแข่งกับเวลาครับ ไม่เหมือนบางคนที่ว่างจัดจนต้องมาเดินตรวจความเรียบร้อยโต๊ะคนอื่น เพื่อหาเรื่องจับผิดชาวบ้านไปวันๆ" อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อย ความเงียบงันชั่วขณะระหว่างพวกเขาสองคนสร้างแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่คนนอกสัมผัสได้ทันที รังสีออร่าแห่งความไม่ลงรอยที่ปะทะกันทีไรเป็นต้องมีสะเก็ดไฟกระเด็นทุกที "ผมไม่ได้ว่าง และผมไม่ได้มาตรวจงานคุณลอยๆ" อคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอีกก้าว จนทิวาต้องเงยหน้ามองแทบหงายหลัง "เที่ยงตรงพอดี... เอกสารโปรเจกต์ที่ผมสั่งให้แก้เมื่อวาน คุณยังไม่ได้ส่งมาบนโต๊ะผม และตามระเบียบของแผนกในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ผมมีสิทธิ์ลากตัวคุณไปเคลียร์งานนอกสถานที่ได้ทันทีถ้าคุณดองงาน" ทิวาย่นจมูกใส่ความเผด็จการนั้นทันที "นี่มันเวลาพักเที่ยงนะคุณ! เรื่องงานก็ส่วนงานสิ จะมาบีบบังคับกันเกินไปหน่อยไหม ผมยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ แสบกระเพาะจะตายอยู่แล้ว" "ก็เพราะรู้ว่าคุณเป็นโรคกระเพาะเพราะชอบอดอาหารประชดงาน ถึงได้ยืนอยู่ตรงนี้ไง" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหลุดความหงุดหงิดออกมาชัดเจนกว่าเดิม "ลุกขึ้น... หรือจะให้ผมอุ้มพาดบ่าเดินออกไปให้พนักงานทั้งบริษัทดูว่าโปรแกรมเมอร์ปากดีคนนี้กำลังขัดคำสั่งหัวหน้า" ทิวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออด แม้ปากจะบอกว่าไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมดันตัวลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าเงินและสมาร์ตโฟนด้วยความจำยอม เพราะเขารู้ดีว่าไอ้บ้านี่ทำจริงแน่ถ้าเขาขืนดื้อต่อหน้าคนหมู่มาก ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบสงบไม่ไกลจากตึกสำนักงานมากนัก ถูกเลือกเป็นสนามรบขนาดย่อมในมื้อเที่ยงนี้ บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบและเป็นส่วนตัวพอสมควร โต๊ะมุมด้านในสุดติดกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวสวนหย่อมสีเขียวขจี ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารระหว่างคนทั้งคู่กลับไม่มีความรื่นรมย์เอาเสียเลย อคินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะหลังจากสั่งอาหารเสร็จ เขากวาดสายตามองทิวาที่นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมแตะน้ำชาเขียวที่พนักงานเพิ่งนำมาเสิร์ฟ "ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ทิวา ร้านนี้เชฟทำอาหารอร่อย คุณกินเข้าไปเถอะน่า เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักที" อคินเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะรินชาใส่แก้วแล้วเลื่อนไปตรงหน้าอีกฝ่าย ทิวาแค่นหัวเราะในลำคอ หยิบแก้วชาขึ้นมาหมุนเล่นไปมาโดยไม่ดื่ม "ขอบพระคุณมากครับท่านหัวหน้าผู้แสนดี... ที่กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาทรมานผมถึงที่นี่ ทั้งๆ ที่ผมแค่อยากนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าตึกเงียบๆ คนเดียวแท้ๆ" "ข้าวเหนียวหมูปิ้งไขมันสูงแถมไม่ถูกสุขลักษณะนั่นน่ะเหรอที่คุณอยากกิน?" อคินเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือความระอุนิดๆ "คุณดูแลตัวเองแย่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทิวา? หรือคิดว่าร่างกายตัวเองเป็นโคตรเหล็กไหลที่ไม่วันพัง" "แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาใส่ใจผมด้วยล่ะครับ?" ทิวาสบตากลับตรงๆ นัยน์ตาส่อแววท้าทายอย่างจงใจ "เราเป็นแค่อริร่วมโปรเจกต์ที่เถียงกันทุกครั้งที่เจอหน้ากันไม่ใช่เหรอ? หรือว่า... คุณแอบพิศวาสอะไรในตัวผมเข้าให้แล้ว ถึงได้คอยตามติดผมแจขนาดนี้" ประโยคหยอกเย้าที่ตั้งใจพูดเพื่อกวนประสาทกลับทำให้อากาศรอบตัวอคินเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ร่างสูงที่เคยนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของทิวา ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันทีเมื่ออคินไม่ตอบโต้ด้วยการเถียงกลับเหมือนเคย ทิวากะพริบตาปริบๆ รู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่กระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อถูกจ้องมองด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะรับมือ ไดนามิกของความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความตึงเครียดทางอารมณ์ที่อบอวลไปด้วยความร้อนรุ่ม "ถ้าผมบอกว่าใช่... คุณจะยังกล้าพูดจาแบบนี้ใส่ผมอีกไหมล่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ทิวากลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก ใบหน้าหล่อเหลาของอคินโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังกดดันให้ทิวารับผิดชอบคำพูดเล่นๆ ของตัวเอง "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ทิวาหลบสายตาไปมองทางอื่นโดยอัตโนมัติ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนปากเก่งแท้ๆ แต่ทำไมเวลาเจอโหมดจริงจังของไอ้บ้านี่ทีไร เขากลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำทุกที "ผมไม่ได้พูดเล่น" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นแต่กลับหนักแน่นจนคนฟังหัวใจเต้นผิดจังหวะ "และเลิกทำตัวดื้อด้านสักที เพราะต่อจากนี้... ผมจะไม่ยอมให้คุณอ้างเรื่องงานมาหลบหน้าผมอีกแล้ว" ทิวายังไม่ทันได้อ้าปากเถียงกลับ อาหารที่สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟพอดี บรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องถูกคั่นด้วยพนักงานที่เดินเข้ามาวางจานอาหาร ทิวารีบคว้าตะเกียบขึ้นมาถือไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ขณะที่อคินเพียงแต่นั่งมองท่าทางลนลานของเขาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ทว่า ในจังหวะที่ทิวากำลังจะคีบอาหารเข้าปากเพื่อทำลายความเงียบ เสียงแจ้งเตือนข้อความบนสมาร์ตโฟนบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความจากหน้าจอที่ปรากฏชื่อของบุคคลที่สาม... คนที่ทิวาไม่คาดคิดว่าจะติดต่อมาในเวลานี้ และเป็นคนเดียวกันกับที่อคินเกลียดขี้หน้าที่สุดในบริษัท อคินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบเดียว รัศมีรอบตัวที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าทิวาทันที "ใครส่งมา?" อคินถามเสียงเย็นเยียบ ทิวากลืนก้อนสะดือลงคอเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับอคินอีกครั้ง... และก่อนที่เขาจะได้กดปิดหน้าจอจอมเสือกนั่น มือหนาก็เอื้อมคว้าข้อมือเขาไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่กรุ่นโกรธ "ห้ามตอบ" อคินสั่งเสียงต่ำ ชิดริมฝีปากจนแทบจะกระซิบข้างหู "เพราะถ้าคุณพิมพ์ตอบมันแม้แต่คำเดียว... มื้อเที่ยงนี้เราคงไม่ต้องกินกันแล้ว และผมจะลากคุณกลับคอนโดผมเดี๋ยวนี้เลย" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาปะทะความฟินและความกวนประสาทของสองคนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%