หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาส่งเสียงแจ้งเตือนเบาหวิว ตัวอักษรโค้ดสีเขียวเข้มบนพื้นหลังสีดำตัดกับแสงนีออนสลัวภายในห้องเซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดิน ประโยคทิ้งท้ายของอคินยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงสะท้อนในถ้ำลึก—*“ระวังตัวให้ดี... คนที่ส่งพิกัดให้คุณเมื่อกี้ ไม่ใช่ฉันหรอกนะ”*—ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน นิ้วเรียวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ สมองอันปราดเปรียวของโปรแกรมเมอร์หนุ่มกำลังประมวลผลความเสี่ยงทุกรูปแบบ ความหมายของประโยคกำกวมนั้นหมายถึงอะไร ใครคือคนที่สามที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านดิจิทัลนี้ หรือนี่เป็นเพียงเกมจิตวิทยาที่วิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นจงใจโยนหินถามทาง
ทว่า ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกฝ้าของห้องเซิร์ฟเวอร์
ทิวายืดตัวตรง สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงานทันที เขารีบพับหน้าจอโน้ตบุ๊กเก็บลงครึ่งหนึ่งแล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า แต่ภาพที่สะท้อนผ่านกระจกใสกลับไม่ใช่ภัยคุกคามอย่างที่จินตนาการไว้
อคินยืนอยู่ตรงนั้น... ในสภาพที่ไม่มีมาตรการป้องกันความหนาวเย็นเหมือนเช่นเคย เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้บนแขน เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนและมัดกล้ามเนื้อที่บ่งบอกถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทิวาไม่ใช่รูปร่างอันสมบูรณ์แบบนั้น หากเป็นสีหน้าและแววตาที่กำลังจ้องมองผ่านกระจกเข้ามา
มันไม่ใช่แววตาเหย่อหยิ่งหรือรอยยิ้มเยาะที่ทิวาคุ้นเคย
"ถ้ายังนั่งหน้าซีดอยู่แบบนั้น พรุ่งนี้โปรเจกต์ที่เราเดดไลน์กันไว้คงได้กลายเป็นศพไร้ญาติในถังขยะรีไซเคิลจริงๆ นะครับ คุณโปรแกรมเมอร์" อคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบตามสไตล์ แต่กลับเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
ทิวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความประหลาดใจแลผ่านดวงตาคมกริบ "คุณหมายความว่ายังไง... หรือว่าคุณรู้ตัวคนส่งพิกัดปลอมนั่นแล้ว?"
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ" อคินผลักประตูก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟดำผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้ามาแตะจมูก "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อปากต่อคำกับคุณเรื่องเกมแมวไล่จับหนู... นี่"
วิศวกรหนุ่มโยนกล่องพลาสติกใส่อาหารอุ่นร้อนลงบนโต๊ะทำงานข้างกายทิวา เสียงกระทบเบาๆ ทำให้ทิวาก้มลงมองด้วยความงุนงง ในนั้นคือข้าวหน้าเนื้อตุ๋นที่ยังควันฉุย พร้อมด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่เกรดพรีเมียม
"อะไรครับเนี่ย? เลี้ยงส่งผมล่วงหน้าก่อนโดนไล่ออกหรือไง?" ทิวากระตุกยิ้มมุมปาก พยายามดึงความกวนประสาทกลับมากลบเกลื่อนความหวั่นไหวแปลกๆ ในอก
"กินซะ" อคินถอนหายใจยาว พลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นตรงหน้าเก้าอี้ที่ทิวานั่งอยู่ เพื่อตรวจสอบสายเคเบิลระบบสำรองที่ระโยงระยางอยู่ใต้โต๊ะ "คุณนั่งหน้าจอมาติดነกันหชม.ครึ่งโดยไม่ขยับตัว น้ำตาลในเลือดน่าจะต่ำจนสมองพังไปหมดแล้ว ถ้าคุณล้มพับไปกลางห้องนี้ ผมคงไม่มีเวลามานั่งอุ้มคุณส่งโรงพยาบาลหรอกนะ"
ทิวานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ศัตรูทางธุรกิจ' และหัวหน้างานจอมเผด็จการ อคินกำลังก้มลงใช้มือเปล่าจัดระเบียบสายไฟนับร้อยเส้นที่พันกันยุ่งเหยิง นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะใช้ตบหน้าคนด้วยคำพูดเชือดเฉือน ตอนนี้กลับกำลังบรรจงแกะปมสายเคเบิลด้วยความประณีตราวกับกำลังซ่อมแซมนาฬิกาโบราณราคาแพง
ภาพความเปรียบต่างนี้ทำให้ทิวารู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากความเป็นจริง
ที่ผ่านมา อคินคือภาพแทนของความสมบูรณ์แบบที่เข้าถึงยาก เย็นชา และพร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่ทำพลาด แต่ในเสี้ยววินาทีนี้ เมื่อแสงไฟนีออนสลัวตกกระทบลงบนสันจมูกโด่งเป็นคมและไรเหงื่อบางๆ บริเวณขมับของอีกฝ่าย ทิวากลับมองเห็นความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่ชายคนนี้แบกรับไว้โดยไม่เคยบ่นให้ใครฟัง
"คุณ... ทำแบบนี้ทำไมครับ?" ทิวาเอ่ยถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความลังเลอย่างปิดไม่มิด
อคินหยุดมือชั่วครู่ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที แต่ความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเขากลับมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ" อคินตอบเสียงทุ้ม ตวัดสายตาขึ้นมองตรงมาที่ทิวา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้นั้นใกล้จนน่าใจหาย "ผมทำเพื่อโปรเจกต์... และเพื่อให้แน่ใจว่า คนที่ปากเก่งใส่ผมทุกวัน จะยังมีแรงมาเถียงผมไปจนกว่าจะจบงานต่างหาก"
หัวใจของทิวากระตุกวูบอย่างแรง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะประกายตาที่ไหววับในดวงตาคู่คมของอคิน—ประกายตาที่เปิดเผยความห่วงใยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่ายังคงรักษาฟอร์มความซึนเดระความปากแข็งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
โปรแกรมเมอร์หนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยประมวลผลโค้ดคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว กลับรวนเรจนไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาสวนกลับ
"กินข้าวซะครับ..." อคินเอ่ยย้ำเสียงเบา ขณะที่มือใหญ่เอื้อมไปเลื่อนกล่องข้าวให้เข้ามาใกล้ตัวทิวามากขึ้น ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนหลังมือของทิวาโดยบังเอิญ ความอุ่นร้อนจากผิวสัมผัสส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในกระแสเลือด
ทิวากลืนก้อนสะอื้นแปลกๆ ลงคอ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก รสชาติของมันอร่อยกว่าที่คิด หรืออาจเป็นเพราะความอบอุ่นบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศหนาวเหน็บนี้กันแน่
บรรยากาศเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แต่ทว่าความตึงเครียดก่อนหน้านี้กลับถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรู้สึกบางอย่างที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม ทิวากำลังจะเอបปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบ
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นกะทันหัน ทำให้อคินและทิวาสะดุ้งผุดลุกขึ้นพร้อมกัน
ร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่ทั้งคู่จะอนุญาต แสงไฟจากด้านนอกสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ ทำให้ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
ชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนมุมปาก พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่เปิดหน้าจอโชว์ภาพลับบางอย่างภายในบริษัท
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าความลับที่พวกคุณพยายามซ่อนไว้ กำลังจะถูกส่งต่อไปยังบอร์ดบริหารแล้วล่ะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของบอสใหญ่และฤทธิ์เดชของโปรแกรมเมอร์ตัวแสบตอนนี้นะครับ!
สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ•ตอนที่ 5
ความลับใต้หน้ากากน้ำแข็ง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!