เสียงรายงานหน้าตาตื่นของลูกน้องหนุ่มดังแทรกเข้ามาในห้องควบคุมที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น ทว่าในวินาทีนั้น ทิวากลับไม่ได้สนใจหน้าจอเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังกระพริบเตือนสีแดงฉานแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของโปรแกรมเมอร์หนุ่มจับจ้องอยู่เพียงร่างสูงของอคินที่ยืนบังอยู่เบื้องหน้า
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดอากาศต่ำ ทว่าหัวใจของทิวากลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อกวาดสายตาไปเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวผ่านกรอบหน้าคมคายนั้น—ร่องรอยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบมาตลอด
"คุณอคินครับ! เซิร์ฟเวอร์สำรองโดนเจาะทะลวงผ่านแบ็คดอร์ระดับคอร์เคอร์เนลแล้วครับ ระบบป้องกันอัตโนมัติกำลังจะล็อกดาวน์ตัวเอง!" เสียงของทีมงานคนเดิมละล่ำละลักรายงานซ้ำ แต่ไม่มีใครในห้องนี้ขยับตัว
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบที่มักจะมองลงมาด้วยความเยเย็นชา บัดนี้ไหววูบด้วยประกายความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติราวกับต้องการซ่อนเร้นความลับที่ถูกเปิดโปง แต่ทิวากลับไม่ยอมปล่อยให้ช่องว่างนั้นเกิดขึ้น
"ไม่ต้องสนใจระบบสำรอง..." น้ำเสียงของอคินแหบพร่าผิดจากยามปกติ ทว่าเฉียบขาดจนลูกน้องต้องชะงัก "ตัดการเชื่อมต่อภายนอกทั้งหมด... ยอมให้ข้อมูลบางส่วนถูกดึงไป ดีกว่าปล่อยให้พวกมันเข้าถึงโครงสร้างหลักของโปรเจกต์นี้"
"แต่ว่าโปรเจกต์นั้น... หยาดเหงื่อทั้งหมดของคุณอคินนะครั..."
"ผมสั่งให้ทำตามนั้น!" อคินตวาดกร้าว นัยน์ตาดุดันฉายแววเด็ดเดี่ยวปนความร้าวรานอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรีบหันไปรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดตามคำสั่งอย่างลนลาน
ทิวาสูดหายใจเข้าลึก ก้าวเข้ามาประชิดร่างที่กำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้คนเดียว ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความกวนประสาทลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่บาดลึก
"ทีนี้... จะเล่าได้หรือยังครับ ว่าทำไมคุณถึงต้องทำตัวเป็นป้อมปราการเหล็กกล้า คอยแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนี้" ทิวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานั้น "เรื่องความปลอดภัยของระบบ หรือเรื่อง... ความปลอดภัยของผมกันแน่ที่ทำให้คุณยอมแม้กระทั่งทำลายผลงานที่สร้างมากับมือ"
อคินหันมามองหน้าคนตัวเล็กกว่า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสมเพชตัวเอง "เธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักไม่ใช่หรือทิวา... ทำไมถึงยังมองไม่ออกล่ะว่าเกมนี้มันอันตรายเกินกว่าที่คนปากดีอย่างเธอจะเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวคนเดียว"
"ก็เพราะผมไม่ได้อยู่คนเดียวน่ะสิครับ!" ทิวาโต้กลับทันควัน เสียงใสเริ่มสั่นด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าผมชอบเหรอที่เห็นคุณทำตัวเป็นฮีโร่หน้าโง่ เจ็บตัวคนเดียว แบกรับความกดดันบ้าๆ นี่ไว้คนเดียว ทั้งที่เราร่วมมือกันแก้ปัญหาได้แท้ๆ ทำไมวะอคิน... ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อใจผมบ้าง!"
คำว่า 'เชื่อใจ' หลุดออกมาจากปากของทิวา พร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ อคินชะงักไป ดวงตาคู่คมมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียตีรวนอยู่ในอกจนแน่นไปหมด
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน... บาดแผลบนใบหน้าและรอยแผลเป็นในใจของอคินไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทางเทคโนโลยี แต่มันคือราคาที่เขาต้องจ่ายจากการปกป้อง 'ใครบางคน' จากกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่จ้องจะฮุบอัลกอริทึมชิ้นนี้ กลุ่มคนกลุ่มเดียวกับที่กำลังไล่ล่าโปรเจกต์ปัจจุบันของทิวา
อคินกลัว... กลัวเหลือเกินว่าความผิดพลาดในอดีตจะย้อนกลับมาซ้ำรอย และคนที่ต้องเจ็บตัวจะไม่ใช่เขา แต่เป็นไอ้เด็กปากเก่งที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้
"เธอไม่เข้าใจหรอ... ทิวา" อคินหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะลืมขึ้นมาสบตากับคนตัวเล็ก แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้อ่อนแสงลงจนน่าใจหาย มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศราวกับไม่กล้าพอที่จะสัมผัส
"ถ้าฉันปกป้องเธอไม่ได้... เหมือนกับตอนนั้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทิวาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในบริษัท
ทิวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความอบอุ่นที่ซัดกระหน่ำเข้ามาในอกอย่างรุนแรง มือบางเอื้อมไปคว้ามือหนาที่ค้างอยู่กลางอากาศมากุมไว้แนบแก้มของตัวเองทันที โดยไม่สนสายตาของลูกน้องที่ยังคงงละลากอยู่หน้าจอ
"ผมไม่ใช่คนอ่อนแอที่คุณต้องคอยเอาไปเก็บไว้ในตู้กระจกนะครับ อคิน" ทิวากระซิบเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่นทุกถ้อยคำ "ถ้าคุณกลัวว่าจะปกป้องผมไม่ได้ งั้นเราก็มาปกป้องกันและกัน... ดีไหมครับ?"
เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่เคลือบด้วยความดุดันของสถานการณ์รอบตัว หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางเสียงเตือนภัยของระบบที่ค่อยๆ เงียบลงเมื่อการป้องกันขั้นสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์
อคินมองรอยยิ้มที่มุมปากของทิวา—รอยยิ้มที่ท้าทายแต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจ จนความเกราะป้องกันสุดท้ายในใจของวิศวกรหนุ่มพังทลายลงราบคาบ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มใส
"ดื้อด้านที่สุด..." อคินพึมพำชิดริมฝีปาก ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอย่างถือสิทธิ์ "แต่รู้ไหมว่า... ความดื้อของเธอมันเกือบจะฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว"
ทิวายิ้มหยันอย่างเหนือกว่าเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "งั้นก็ถือว่าเราเจ๊งกันครับ เพราะคุณเองก็ทำผมใจสั่นจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน..."
บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหากันจนระยะห่างเป็นศูนย์ หน้าจอเซิร์ฟเวอร์หลักที่ควรจะปลอดภัย กลับส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นห้องยิ่งกว่าเดิม!
ไม่ใช่เสียงเจาะระบบจากภายนอก... แต่มันคือสัญญาณเตือนระดับวิกฤตจาก "โค้ดลับ" ที่ถูกฝังไว้ลึกที่สุดในโปรเจกต์ ซึ่งมีเพียงคนเดียวในโลกที่เข้าถึงได้!
อคินผละออกจากทิวาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อเหลือบไปเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอหลัก พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของทั้งคู่
"เป็นไปไม่ได้..." อคินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงสุดขีด "ไอ้หมอนั่น... มันยังไม่ตาย!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อคินกับทิวากันมาจนถึงตอนนี้นะครับ
สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ•ตอนที่ 17
ความจริงที่ปรากฏ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!