แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากระเบียงทางเดินด้านนอกสาดทาบผ่านกระจกใส เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากของร่างโปร่งที่ยืนทิ้งน้ำหนักตัวพิงผนังอย่างสบายอารมณ์ ทิวากดหน้าจอโทรศัพท์ค้างไว้ แสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ในขณะที่อคินซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กลับรู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องสี่เหลี่ยมนี้ถูกสูบออกไปจนหมด
"นาย..." เสียงทุ้มต่ำของอคินลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น เมื่อเขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้หมุนครูดไปกับพื้นห้องทำงานเสียงดังสนั่น
ทิวาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างโปร่งเพียงแค่กดวางสายโทรศัพท์ เก็บเครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหมุนตัวเดินช้าๆ ไปตามระเบียงมุ่งตรงมายังประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อกับห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมวิศวกรหนุ่ม มือเรียวเคาะกระจกเบาๆ สองครั้งในเชิงขออนุญาต ทั้งที่รอยยิ้มกวนประสาทนั้นฟ้องชัดเจนว่าต่อให้ไม่อนุญาต เจ้าตัวก็เตรียมจะพังเข้ามาอยู่ดี
คลิก!
กลอนประตูกระจกถูกปลดล็อกด้วยระบบคีย์การ์ดสำรองที่ทิวาแอบแฮกเข้าระบบมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ร่างบางก้าวเข้ามาในอาณาเขตของอคินด้วยท่าทางราวกับเป็นเจ้าของห้องตัวจริง กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากข้างนอกลอยแตะจมูกอคินทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาประชิด
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ หัวหน้าทีมสุดเนี๊ยบยังไม่นอนอีกเหรอครับ หรือว่ากำลังนั่งสมาธิสำนึกผิดเรื่องที่เคยทำไว้เมื่อเจ็ดปีก่อนอยู่กันแน่" ทิวาเปิดฉากทันที น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แต่แววตากลับคมปลาบ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
อคินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันอาณาเขตของนักควบคุมระบบตื่นตัวเต็มที่ ร่างสูงใหญ่กักตัวทิวาไว้ระหว่างขอบโต๊ะทำงานกับแผงอกของตัวเอง แผ่นหลังของทิวาสัมผัสเข้ากับขอบไม้เย็นเฉียบ แต่นายเอกของเราไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนี กลับเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกแทบจะชนกันในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นโครมครามเป็นจังหวะประกอบฉาก
"นายเข้ามาได้ยังไง... ใครอนุญาตให้ขึ้นมา" อคินกดเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความซึนและความปากแข็งกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอกที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
"ประตูห้องทำงานระดับหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ที่ระบบรักษาความปลอดภัยห่วยแตกกว่าห้องเก็บเครื่องกาแฟชั้นล่างเนี่ยนะ... ผมว่าคำถามควรเป็น ทำไมระบบถึงยอมให้ผมเข้ามาง่ายเกินไปต่างหากล่ะครับ คุณอคิน" ทิวาตอบสวนกลับทันควัน มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของอีกฝ่าย ไล้นิ้วผ่านกระดุมเม็ดบนอย่างจงใจยั่วเย้า "หรือว่า... นายรอให้ผมมาเปิดไฟล์นี้ด้วยตัวเองกันแน่"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีเมื่อทิวาเอ่ยถึง 'ไฟล์งาน' อคินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คนทั่วไปจะสังเกตทัน แต่สำหรับทิวาที่จ้องมองอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว มันคือหลักฐานชั้นดีว่าสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดนั้นถูกต้อง
"นายพูดเรื่องอะไร ผมไม่รู้เรื่อง" อคินปฏิเสธเสียงแข็ง ถอยหลังออกห่างครึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย แต่สายตายังคงล็อกร่างของทิวาไว้ราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ
"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ หัวหน้า" ทิวาก้าวตามติดทันที ไม่ยอมให้อีกฝ่ายถอยหนีไปซ่อนตัวหลังเกราะความเย็นชาได้ง่ายๆ นิ้วเรียวแตะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่ยังคงเปิดคาหน้าจอเซิร์ฟเวอร์เก่าอยู่ ข้อมูลชุดหนึ่งถูกแสดงผลเด่นหรา "ไฟล์โปรเจกต์ 'Project Janus' เมื่อเจ็ดปีก่อน... โค้ดดิ้งสไตล์นี้ การวางโครงสร้างฐานข้อมูลแบบนี้ และรหัสผ่านสำรองที่ใช้ชื่อย่อว่า 'AK-77' นายกล้าพูดเหรอว่าไม่ใช่ฝีมือของนาย เด็กฝึกงานอัจฉริยะที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่เซิร์ฟเวอร์หลักโดนไวรัสโจมตีเมื่อเจ็ดปีก่อน"
ชื่อโปรเจกต์นั้นทำให้อคินเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางหลัง ร่างสูงแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกวาดมองหน้าจอแล้วย้อนกลับมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ฉายแววเอาจริงเอาจังอย่างไร้ความขี้เล่น ความลับที่เขาฝังกลบไว้ใต้กองโค้ดนับล้านบรรทัด ถูกคนตรงหน้าขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงไฟสลัวจนหมดสิ้น
"นายอยากได้อะไรกันแน่ ทิวา" อคินเค้นเสียงถาม ความเย็นชาถูกงัดมาใช้เป็นเกราะป้องกันครั้งสุดท้าย แต่เสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยนั้นทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"ผมไม่ได้อยากได้อะไรนอกจาก 'ความจริง' ครับ" ทิวาก้าวเข้าไปประชิดอีกครั้ง คราวนี้มือเรียวคว้าปกเสื้อของอคินไว้แน่น ดึงรั้งให้ร่างสูงต้องโน้มตัวลงมาสบตาในระดับเดียวกัน ไอความร้อนจากร่างกายของทั้งคู่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทิวากระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้นปนความเจ็บปวดลึกๆ "นายไม่ได้หนีเพราะกลัวความผิด... นายหนีเพราะปกป้องใครบางคนใช่ไหม? และคนคนนั้น... คือฉันรึเปล่า"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับค้อนเหล็ก อคินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความกลัวที่จะสูญเสีย พวยพุ่งขึ้นมาในอกจนจุกแน่น คำปฏิเสธนับร้อยที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำคอ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างความดื้อรั้นของทิวาและความปากแข็งของอคินมาถึงจุดเดือดสูงสุดเมื่อไม่มีใครยอมหลบสายตา
อคินขบกรามแน่น มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะควบรวมข้อมือบางที่กำเสื้อของเขาไว้เพื่อดันให้อีกฝ่ายถอยไป แต่ทิวากลับพลิกข้อมืออย่างรวดเร็ว ใช้แรงเหวี่ยงที่มีทั้งหมดกดอคินลงไปชิดกับผนังกระจกด้านหลังแทน!
กึก!
แผ่นหลังของอคินกระแทกเข้ากับกระจกเบาๆ ทิวาใช้แขนทั้งสองข้างยันผนังกักตัววิศวกรหนุ่มไว้ตรงกลาง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความแสบสันและดุดันของโปรแกรมเมอร์หนุ่มทำให้หัวใจของอคินเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซึนที่มีพังทลายลงในพริบตาเมื่อปลายนิ้วเรียวของทิวาเลื่อนขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหยักของเขาเบาๆ
"เลิกทำตัวเป็นพระเอกผู้เสียสละโง่ๆ แล้วพูดความจริงออกมาซะ... ไม่งั้นผมจะแฮกข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของคุณ มาประจานให้ดูทั้งบริษัทแน่" ทิวาขู่ด้วยน้ำเสียงพึมพำชิดริมฝีปาก แววตาพราวระยับด้วยความท้าทายที่ผสมผสานกับความโหยหาอย่างปิดไม่มิด
อคินจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบ ความอดทนที่สะสมมานานเจ็ดปีขาดผึ่งลงตรงนั้น มือหนาที่เคยสั่นเทาเปลี่ยนเป็นยกขึ้นรวบเอวบางของทิวาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างของทิวาเซเข้าประชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง อคินพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายกดดันด้วยการโน้มใบลงไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน
"ถ้าฉันยอมบอกความจริงทั้งหมด..." อคินหยุดหายใจไปชั่วขณะ ปลายจมูกคมสันคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของคนในอ้อมแขน "นายต้องสัญญาว่าจะไม่หายไปจากชีวิตฉันอีก... ทิวา"
ทิวานิ่งงันไปเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังจากปากของคนปากแข็ง หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความโกรธและอยากเอาชนะ กลับกระหน่ำรัวด้วยความสั่นไหวที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกำลังหลอมละลายกำแพงทั้งหมดลงในความมืดของค่ำคืนนี้
ทว่า... ก่อนที่ทิวาจะได้ทันเปล่งคำสัญญาใดๆ ออกจากริมฝีปาก เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ
ติ๊ง!
ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายปัจจุบันของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์ชั้นล่าง พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสิบวินาทีที่กำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน และข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาทั้งคู่ต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ
*“เกมโอเวอร์... มีคนกำลังขึ้นไปจับพวกคุณแล้ว”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ
สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ•ตอนที่ 10
ความทรงจำในเซิร์ฟเวอร์เก่า
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!