เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังปังจนแทบหลุดจากวงกบ ร่างของเด็กฝึกงานหน้าตาตื่นตระหนกยืนหอบหายใจโยนความเงียบงันทั้งหมดทิ้งลงถังขยะ ในขณะที่สายตาของผม—ทิวา—กำลังจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีตัวเลขโค้ดสีแดงฉานวิ่งพล่านราวกับกองเลือด
"คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ ระบบฐานข้อมูลสำรองในห้องใต้ดินโดนเจาะ... เอ๊ะ! ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ประโยคหลังนั้นไม่ได้พูดกับผม แต่พุ่งเป้าไปที่ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของผมอยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างระหว่างผมกับอคินเมื่อครู่... มันใกล้เสียจนผมได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกจางๆ จากตัวเขา
อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เปลือกตาคมกริบหลับลงชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุใส่เด็กฝึกงานจนอีกฝ่ายหดคอเหลือตัวเท่ามด
"ออกไปรอข้างนอก แล้วเรียกทีมไอทีทั้งหมดเข้าห้องประชุมใหญ่ภายในสามนาทีนี้" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจสั่งการเฉียบขาด เด็กฝึกงานพยักหน้ารัวๆ แล้วถอยหลังกรูดออกจากห้องไปแทบไม่ทัน
ผมแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ ปิดหน้าต่างโค้ดบนจอแล้วดันเก้าอี้ถอยหลัง ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมจอมเผด็จการที่สูงกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงตัว
"ระบบสำรองโดนเจาะ... เป็นเพราะสถาปัตยกรรมโค้ดที่คุณดึงดันจะใช้เมื่อเดือนก่อนแท้ๆ อคิน บอกแล้วว่ามันมีช่องโหว่เรื่องการเข้ารหัสแบบไดนามิก แต่คุณก็ดื้อรั้นอยากโชว์เหนือเอง" ผมเปิดฉากฟาดฟันทันทีโดยไม่รอให้บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่จางหาย
อคินหรี่ตามองผม นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นเย็นชาและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อ แต่แปลก... มันมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ ใต้ความนิ่งสนิทนั้น
"ถ้าสมองของคุณมีรอยหยักมากกว่าแค่การหาทางเอาชนะผม ทิวา คุณคงจะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรม แต่อยู่ที่ฟังก์ชันเสริมที่คุณแอบใส่เข้ามาตามใจชอบต่างหาก" อคินสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานของผมเป็นจังหวะหนักแน่น
"ฟังก์ชันนั่นทำให้ระบบประมวลผลเร็วขึ้นสามเท่า! ถ้าไม่มีมัน เราไม่มีทางรันโปรเจกต์นี้ทันเดดไลน์บ้าๆ ของคุณหรอก!" ผมก้าวเข้าไปประชิด ปลายนิ้วจิ้มอกเสื้อสูทของเขาอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี "อย่ามาโบ้ยความผิดให้โค้ดของผม แค่เพราะคุณยอมรับไม่ได้ว่าวิธีคิดของคุณมันล้าสมัย!"
ห้องทำงานแคบๆ พลันร้อนระอุขึ้นมาทันทีด้วยอุณหภูมิความเดือดดาลของคนสองคนที่ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน เคมีที่พุ่งชนกันระหว่างความซึนปากแข็งกับความแสบสันต์มันระเบิดออกมาเป็นประกายไฟในทุกๆ ไดอะล็อก
"ถอยไป ทิวา" อคินเอ่ยเสียงต่ำ มือใหญ่เอื้อมมาคว้าข้อมือผมที่ยังจิ้มอกเขาอยู่ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและมั่นคงจนผมสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ "เราต้องไปเคลียร์เรื่องนี้กันในห้องประชุม อย่ามาเถียงกันเหมือนเด็กๆ ในเวลาวิกฤตแบบนี้"
"ปล่อยผมก่อนสครับ คุณอคิน หัวหน้าทีมผู้แสนเพอร์เฟกต์" ผมสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ส่งสายตาค้อนควับใส่เขา "นำไปก่อนเลยครับ ผมจะตามไปเอาชีทสรุปบัก... และอย่าหวังว่าผมจะยอมรับความผิดคนเดียวนะครับ!"
อคินไม่ตอบ เขากลืนก้อนคำพูดบางอย่างลงคอ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวใหญ่ยาวออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมยืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดับความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก... ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ทั้งน่าหมั่นไส้และชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะในเวลาเดียวกันจริงๆ
ห้านาทีต่อมา ห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าถูกเนรมิตให้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ฉายภาพสตรีมมิ่งโค้ดสีแดงที่กำลังถูกแฮกจาก IP Address ปริศนา บรรดาทีมงานวิศวกรนั่งเงียบกริบราวกับเป่าสาก ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเมื่อเห็นสีหน้าของอคินที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ
ผมเดินถือแท็บเล็ตเข้ามาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเขา วางกระแทកอุปกรณ์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อแสดงจุดยืนว่าผมไม่ได้มาเพื่อประนีประนอม
"เริ่มรายงานสถานการณ์" อคินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก กวาดสายตามองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ผม
"ฝ่ายความปลอดภัยรายงานว่าต้นตอการเจาะระบบมาจากช่องโหว่ในโมดูลการเข้าถึงข้อมูลส่วนกลาง" หัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์กเอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ "ซึ่ง... ซึ่งเป็นส่วนที่พัฒนาโดยทีมของคุนทิวาครับ"
บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งวูบลงทันที ทุกสายตาหันมามองผมเป็นตาเดียว ทว่าผมไม่มีท่าทีสะทกสะทาะแม้แต่น้อย กลับยกย่องมุมปากขึ้นนิดๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดรีโมทในมือเปลี่ยนสไลด์บนหน้าจอให้กลายเป็นโครงสร้างซอร์ฟแวร์ที่ผมวิเคราะห์ไว้เมื่อครู่
"ผิดครับ" ผมพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวานและมั่นใจ "ถ้ามองผิวเผินมันคือช่องโหว่ตรงนั้น แต่ถ้าพวกคุณใช้สมองคิดตามโค้ดที่ผมเขียนจริงๆ จะเห็นว่าผมใส่ระบบดักจับ (Trapdoor) ไว้ตรงชั้นย่อยที่เจ็ด"
ผมหันไปสบตากับอคินที่นั่งมองผมอยู่นิ่งๆ แววตาของเขาไม่ได้โกรธเคือง แต่มีความลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"หมายความว่าไง?" อคินถามเสียงห้วน
"หมายความว่าไอ้คนที่เจาะระบบเข้ามา ไม่ได้เจาะเพราะช่องโหว่ของผมครับ แต่มันมี 'รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ' ที่ถูกขโมยไปจากข้างในต่างหาก" ผมหรี่ตาลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น "และคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสระดับนั้น... ในบริษัทนี้มีแค่สองคน คือคุณ... กับผม"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงซุบซิบก็ดังระเบิดขึ้นในห้องประชุมทันที ทว่าอคินกลับนิ่งเงียบ เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของผมอย่างไร้เสียงเตือน
ระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้ใกล้เสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขาชัดเจน อคินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของผม กักตัวผมให้อยู่ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์
"คุณกำลังจะบอกว่า... ผมเป็นคนขายข้อมูลบริษัทตัวเองอย่างนั้นเหรอ ทิวา?" กระแสเสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้วishทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ผมไม่ได้พูดนะ... แต่ถ้าคุณร้อนตัว..." ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเริ่มเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างเรากำลังพุ่งทะยานสู่จุดเดือดจนแทบละลาย ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบเหนื่อยของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาวุโสที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนลั่นห้อง
"คุณอคินครับ! คุณทิวา! แย่แล้วครับ... คนที่อยู่เบื้องหลังการแฮกทั้งหมด ถูกพบตัวแล้วครับ และ... และเขาไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น..."
...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไฟเยอร์บลัด" คนนี้เสมอนะครับ
สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ•ตอนที่ 2
ภาษาโค้ดที่ขัดใจ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการนี้ไม่มีคำตอบ เพราะหัวใจชอบติดลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!