“ลบรูปซะ”
คำสั่งสั้นๆ นั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพาย ไม่ใช่เพราะความเกรงกลัวในอำนาจประธานนักเรียน แต่เป็นเพราะน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นไหวนิดๆ ของคนที่ปกติจะนิ่งสงบราวกับภูเขาน้ำแข็งนั่นต่างหาก มือของพายที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของธีร์ที่จ้องกลับมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย
“ทำไมล่ะคะ? ในรูปนี้พี่ธีร์ดูอ่อนโยนออก” พายกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรักษาระดับเสียงให้เป็นปกติแม้ใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก “หรือว่าพี่กลัว... กลัวว่าถ้าใครได้เห็นภาพนี้ เขาจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากนิ่งๆ นั่นน่ะ ใจพี่มันไม่ได้แข็งอย่างที่ปากว่า”
ธีร์ไม่ได้ตอบทันที เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของพายสัมผัสกับผนังเย็นเฉียบของตึกกิจกรรมที่พวกเขากำลังหลบฝนอยู่ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของเม็ดฝนที่ปะทะกับพื้นดินทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอบอวลและบีบคั้นในเวลาเดียวกัน ธีร์ยกมือขึ้นยันกำแพงข้างตัวพาย กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง
“เธอไม่เข้าใจหรอกพาย” เขาพูดเสียงพร่า “กำแพงที่ฉันสร้าง... ไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสคนอื่น แต่มันมีไว้เพื่อกักเก็บความรู้สึกที่ฉันไม่กล้าแสดงออกมาให้ใครเห็น”
“แล้วทำไมต้องเป็นพาย?” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว สบตากับเขาอย่างท้าทาย “ทำไมต้องเป็นพายที่ได้รับสิทธิ์เห็นสิ่งเหล่านั้น ทั้งที่พี่ก็มีริน หรือคนอื่นๆ ที่เหมาะสมกว่าคอยอยู่ข้างๆ”
คำว่า ‘ริน’ ดูเหมือนจะไปสะกิดต่อมความเย็นชาของเขาเข้า ธีร์ขมวดคิ้วแน่น แววตาที่เคยอ่อนแสงลงกลับมาวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านผิวแก้มจนพายรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“รินก็แค่คนนอก” เขาเค้นเสียง “ส่วนพาย... พายคือคนที่ฉันไม่เคยอนุญาตให้ไปอยู่กับใครคนไหนทั้งนั้น เข้าใจไหม?”
พายหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอทำงานหนักจนแทบจะแตกสลายด้วยความตื่นเต้น คำพูดนั้นมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าการบอกรัก แต่เขาก็ยังคงเป็นธีร์คนเดิมที่ปากแข็งและซ่อนความในใจไว้ภายใต้ท่าทางที่ดูเย็นชาเสมอ สายฝนภายนอกเริ่มตกหนักขึ้นจนเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง พายตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอกดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางมันลงข้างตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจัง
“ถ้าพี่อยากให้พายลบรูปนี้... พี่ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง”
“อะไร?”
“บอกความจริงพายมา... ว่าที่พี่ทำดีด้วย ที่พี่คอยกันคนอื่นออกไป ที่พี่หึงพายแทบตายเวลาพายไปยุ่งกับคนอื่น ทั้งหมดนั่นน่ะ... มันเพราะพายพิเศษสำหรับพี่ หรือแค่เพราะพี่อยากเอาชนะ?”
ธีร์ชะงักไป ดวงตาคู่คมไหววูบเหมือนมีคลื่นใต้น้ำซัดสาด เขาหลบสายตาไปทางอื่น พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมาสวมใส่ แต่ดูเหมือนความกดดันจากสายฝนและความใกล้ชิดจะทำให้เขาทำมันได้ยากขึ้นทุกที มือที่ยันกำแพงไว้เริ่มสั่นเล็กน้อย
“เธอคิดว่าฉันเป็นคนว่างงานขนาดนั้นเลยเหรอพาย” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “ที่ต้องมาเสียเวลาเอาชนะผู้หญิงที่ชอบตื้อคนอื่นไปทั่วแบบเธอ”
“งั้นแปลว่า...”
“แปลว่าเธอเดาไม่ผิดหรอก” ธีร์หันกลับมาจ้องเธอด้วยสายตาที่เด็ดขาดและจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ “แต่ถ้าฉันพูดออกไปแล้ว... เธอจะไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกเลยนะ พาย... เธอพร้อมจะแบกรับความวุ่นวายที่ตามมาหลังจากนี้ไหม?”
บรรยากาศเริ่มเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีเป็นจังหวะ พายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอรู้ดีว่าหลังคำสารภาพนี้ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอไม่ได้เป็นแค่รุ่นน้องที่คอยตื้อประธานนักเรียนหน้านิ่งคนนี้อีกต่อไป แต่มันคือการก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่จริงจังเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
พายเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะเปิดปากพูดบางอย่างเพื่อทำลายกำแพงสุดท้ายของเขา แต่ทว่า...
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยกระแสไฟฟ้าที่ดับลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่หลบฝนจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว พายตกใจจนเผลอคว้าชายเสื้อเชิ้ตของธีร์ไว้แน่น
“พาย?” เสียงของธีร์ดังขึ้นในความมืด น้ำเสียงเขาดูร้อนรนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เธออยู่ตรงไหน!”
“พายอยู่นี่ค่ะ... พี่ธีร์คะ พายมองไม่เห็น...”
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหาแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ของธีร์ที่เพิ่งจะสว่างขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดินด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของใครบางคนที่ส่องเข้ามายังจุดที่พวกเขาอยู่
“ธีร์! อยู่ที่นี่เองเหรอคะ! รินตามหาแทบแย่เลย... เอ๊ะ?”
เสียงหวานใสที่แฝงความตกใจของรินดังขึ้นหยุดทุกอย่างลง รินยืนค้างอยู่ตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับกลุ่มนักเรียนกรรมการนักเรียนอีกสองสามคนที่เดินตามมาด้วย แสงไฟฉายส่องกระทบใบหน้าของธีร์ที่ยืนชิดกับพายจนแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในอ้อมกอด
ธีร์ถอยห่างออกมาทันที แววตาของเขากลับไปนิ่งสนิทเหมือนเดิมอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย รินเดินเข้ามาใกล้ พยายามจะคว้าแขนธีร์ไว้ด้วยท่าทีที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเกินความจำเป็น แต่ธีร์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน
“พวกเธอมาทำอะไรที่นี่?” ธีร์ถามเสียงเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนไหวเมื่อครู่
“รินเป็นห่วงค่ะ ฝนตกหนักขนาดนี้ เลยกลัวว่าพี่ธีร์จะเป็นหวัด... แล้วนี่...” รินหันมามองพายด้วยสายตาที่ซ่อนความเกลียดชังไว้ภายใต้รอยยิ้ม “ยัยเด็กนี่ทำไมถึงมาอยู่กับพี่ธีร์ได้ล่ะคะ หรือว่าแอบวางแผนอะไรกันไว้อีก?”
พายยืนตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกเหมือนถูกขัดจังหวะในวินาทีที่เป็นใจที่สุดทำให้เธอทั้งโกรธทั้งเสียดาย ธีร์มองหน้าพายแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหารินด้วยสายตาที่เย็นชาจนทุกคนในที่นั้นต้องชะงัก
“เรื่องของฉันกับพาย... ไม่เกี่ยวอะไรกับริน” ธีร์พูดจบก็คว้าข้อมือพายแล้วดึงให้เดินตามออกไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ โดยไม่หันกลับไปมองสีหน้าของรินที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวออกจากตึกกิจกรรม ธีร์กลับหยุดชะงักกะทันหัน เขาไม่หันมามองพาย แต่กลับพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอแทบเป็นน้ำแข็ง
“พาย... ที่ฉันกำลังจะพูดเมื่อกี้... จริงๆ แล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้เธอฟังคนเดียวหรอกนะ”
คำพูดนั้นทำให้พายใจหล่นวูบ เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอกำลังจะคว้าหัวใจมาครอง “หมายความว่ายังไงคะพี่ธีร์?”
ธีร์ค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูหึงหวง หรือโมโหเหมือนตอนแรก แต่มันกลับดู ‘สิ้นหวัง’ ราวกับคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรบางอย่างที่แก้ไขไม่ได้ลงไป
“เพราะในกระเป๋าเสื้อของเธอ... มีเครื่องอัดเสียงเปิดทิ้งไว้อยู่”
ลมหายใจของพายสะดุดกึก เธอช็อกจนพูดไม่ออก ในขณะที่ธีร์ขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ “แล้วคนที่แอบฟังอยู่หลังกำแพงนั่น... ก็ไม่ใช่แค่รินคนเดียวด้วย”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซ่อนเงื่อนของพายและธีร์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เมล่อนโซดา
แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 29
สายฝนกับคำสารภาพ(เกือบจะ)
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!